Se ha denunciado esta presentación.
Utilizamos tu perfil de LinkedIn y tus datos de actividad para personalizar los anuncios y mostrarte publicidad más relevante. Puedes cambiar tus preferencias de publicidad en cualquier momento.
โปรแกรมย่อยและฟังก์ชันมาตรฐาน
ฟังก์ชันในภาษา C
สาหรับเนื้อหาในบทนี้จะกล่าวถึงฟังก์ชันในภาษา C โดยจะประกอบไปด้วยเ
นื้อหาหลั...
log(x) log10(x) ceil(x)
floor(x) fabs(x)
1) ฟังก์ชัน acos(x)
เป็นฟังก์ชันที่ใช้คานวณหาค่า arc cosine ของ x โดยที่ x เป็
นค...
/* math1.c */
#include<stdio.h>
/* บรรทัดที่ 1 */
#include<math.h>
/* บรรทัดที่ 2 */
#include<conio.h>
/* บรรทัดที่ 3 */
v...
/* บรรทัดที่ 15 */
getch(); /*
บรรทัดที่ 16 */
} /* บ
รรทัที่ 17 */
ผลลัพธ์ที่ได้จากโปรแกรม
คาอธิบายโปรแกรม
จากโปรแกรมตัวอ...
e ของตัวแปร r
โดย r เป็นมุมในหน่วยเรเดียน และแสดงผลลัพธ์ที่ได้ออกจอภาพ
บรรทัดที่ 14 คาสั่ง printf("%fn",tan(r)); ฟังก์ชันค...
#include<math.h>
/* บรรทัดที่ 2 */
#include<conio.h>
/* บรรทัดที่ 3 */
void
main(void) /*
บรรทัดที่ 4 */
{
/* บรรทัดที่ 5 ...
y เป็นค่าคงที่หรือตัวแปรที่ใช้เป็นค่ายกกาลัง และแสดงผลที่ได้ออกจอภาพ
บรรทัดที่ 9 คาสั่ง printf("%.4fn",sqrt(z)); ฟังก์ชันค...
main(void) /*
บรรทัดที่ 4 */
{ /*
บรรทัดที่ 5 */
double m = 10.0, n =
3.0; /* บรรทัดที่ 6 */
clrscr(
); /* บรรทัดที่ 7
*/
...
โปรแกรมย่อย Procedure และฟังก์ชัน (Function)
วัตถุประสงค์ของการสร้างโปรแกรมย่อย
1. เป็นส่วนโปรแกรมที่ใช้ซ้ากันในหลาย ๆ แห่...
* โปรแกรมย่อย Sub มาจากคาว่า Subroutine – ซับรูทีน
เป็นโปรแกรมย่อยที่เมื่อทางานอย่างหนึ่งเสร็จแล้วจะไม่มีการส่งผลการท
างาน...
2. ดับเบิลคลิกที่ฟอร์มเพื่อเขียนโค้ดใน Even Load
โดยจะเริ่มแนะนาให้ผู้ใช้งานทราบวิธีการทางานโดยจะเรียก Sub ที่ชื่อว่า
Info...
5 . สาหรับ Sub CheckPassword
นั้นมีหลักการตรวจสอบความถูกต้องอยู่ 3 ข้อ
ดังรายละเอียดที่แสดดงในโค้ดต่อไปนี้
6 . ดับเบิลคลิก...
7 . กดปุ่ม F5 เพื่อทดสอบการทางานของแอพพลิเคชัน ได้ผลดังนี้
โปรแกรมย่อยชนิด Function
Function
เป็นโปรแกรมย่อยที่เขียนขึ้นมา...
เมื่อทางานเสร็จแล้วจะมีการส่งผลการทางานกลับมายังโปรแกรมที่เรียกฟังก์ชั
นนั้นใช้งาน มีรูปในการเขียนฟังก์ชัน ดังนี้
ตัวอย่าง...
3. สาหรับฟังก์ชัน CheckInput จาทาหน้าที่ตรวจสอบว่า
ข้อมูลที่ผู้ใช้งานกรอกมาเหมาะสมหรือไม่โดยต้องเป็นตัวเลขที่มากกว่า 0
ทุก...
5. . ดับเบิลคลิกปุ่ม เคลียร์ แล้วเขียนโค้ดเพื่อเคลียร์ค่าข้อมูลใน TexBox
ต่างๆ ดังนี้
6. ทดสอบการทางานของแอพพลิเคชัน ได้ผล...
- ฟังก์ชัน getchar() ใช้ในการรับข้อมูล 1 อักขระ
โดยการกด Enter
- ฟังก์ชัน getche() ใช้ในการรับข้อมูล 1 อักขระ
โดยไม่ต้องกด...
- ฟังก์ชัน sin(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่า sine ของ x
- ฟังก์ชัน cos(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่า cosine ของ x
- ฟังก์ชัน tan...
-
ฟังก์ชัน isupper(ch) เป็นฟังก์ชันที่ใช้ตรวจสอบว่าข้อมูลที่อยู่
ในตัวแปรเป็นตัวใหญ่หรือไม่
-
ฟังก์ชัน tolowre(ch) เป็นฟัง...
อ้างอิง
ที่มา
: http://www.tice.ac.th/division/website_c/about/page8.htm
https://nemo2475.wordpress.com/jiooj-j-k/
Próxima SlideShare
Cargando en…5
×

โปรแกรมย่อยและฟังก์ชันมาตรฐาน

269 visualizaciones

Publicado el

จัดทำโดย
นายธีรพงษ์ นันเขียว เลขที่ 7
นางสาวญาณิศา กุ้ยอ่อน เลขที่ 9
นางสาวธันยพร ปัจศรี เลขที่ 10
นางสาววิริญญา เพชรบูรณกาญจน์ เลขที่ 11
นางสาวกนกพร บุญคุ้ม เลขที่ 13

Publicado en: Educación
  • Sé el primero en comentar

  • Sé el primero en recomendar esto

โปรแกรมย่อยและฟังก์ชันมาตรฐาน

  1. 1. โปรแกรมย่อยและฟังก์ชันมาตรฐาน ฟังก์ชันในภาษา C สาหรับเนื้อหาในบทนี้จะกล่าวถึงฟังก์ชันในภาษา C โดยจะประกอบไปด้วยเ นื้อหาหลัก ๆ คือ เรื่องที่หนึ่ง ฟังก์ชันมาตรฐาน เป็นฟังก์ชันที่บริษัทที่ผลิตภาษา C ไ ด้เขียนขึ้นและเก็บไว้ใน header file ภาษา C คือเก็บไว้ในแฟ้มที่มีนามส กุล *.h ต่าง ๆ ส่วนเรื่องที่สอง เป็นฟังก์ชันที่เขียนขึ้นหรือเรียกอีกอย่างว่าโปรแกรมย่อย ที่ผู้เขียนโปรแกรมเขียนขึ้นมาใช้งานอย่างใดอย่างหนึ่งตามความต้องการของ งานนั้นๆ โดยรายละเอียดของแต่ละฟังก์ชันมีดังต่อไปนี้ ฟังก์ชันมาตรฐาน (standard functions) เป็นฟังก์ชันที่บริษัทที่ผลิตภาษา C ได้เขียนขึ้นและเก็บไว้ใน header file ภาษา C คือเก็บไว้ในแฟ้มที่มีนามสกุล *.h ต่าง ๆ เมื่อต้องการใช้ฟังก์ชันใด จะต้องรู้ว่าฟังก์ชันนั้นอยู่ใน header file ใดจ ากนั้นจึงค่อยใช้คาสั่ง #include<header file.h> เข้ามาในส่วนตอนต้นข องโปรแกรม จึงจะสามารถใช้ฟังก์ชันที่ต้องการได้ ซึ่งฟังก์ชันมาตรฐานเป็น ฟังก์ชันที่บริษัทผู้ผลิต C compiler เขียนขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้นาไปช่วยในการเ ขียนโปรแกรมทาให้การเขียนโปรแกรมสะดวกและง่ายขึ้น บางครั้งเราอาจจะ เรียกฟังก์ชันมาตรฐานว่า ”ไลบรารีฟังก์ชัน” (library functions) ฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ (mathematic functions) เป็นฟังก์ชันที่ใช้สาหรับการคานวณทางคณิตศาสตร์ และก่อนที่จะใช้ ฟังก์ชันประเภทนี้ จะต้องใช้คาสั่ง #include <math.h> แทรกอยู่ตอนต้ นของโปรแกรม และตัวแปรที่จะใช้ฟังก์ชันประเภทนี้จะต้องมีชนิด (type) เ ป็น double เนื่องจากผลลัพธ์ที่ได้จากฟังก์ชันประเภทนี้จะได้ค่าส่งกลับของ ข้อมูลเป็น double เช่นกัน ฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ที่ควรทราบ มีดังนี้ acos(x) asin(x) atan(x) sin(x) cos(x) tan(x) sqrt(x) exp(x) pow(x,y)
  2. 2. log(x) log10(x) ceil(x) floor(x) fabs(x) 1) ฟังก์ชัน acos(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้คานวณหาค่า arc cosine ของ x โดยที่ x เป็ นค่ามุมในหน่วยเรเดียน (radian) รูปแบบ acos(x); 2) ฟังก์ชัน asin(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้คานวณหาค่า arc sine ของ x โดยที่ x เป็นค่า มุมในหน่วยเรเดียน รูปแบบ asin(x); 3) ฟังก์ชัน atan(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้คานวณหาค่า arc tan ของ x โดยที่ x เป็นค่า มุมในหน่วยเรเดียน รูปแบบ atan(x); 4) ฟังก์ชัน sin(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้คานวณหาค่า sine ของ x โดยที่ x เป็นค่ามุมใน หน่วยเรเดียน รูปแบบ sin(x); 5) ฟังก์ชัน cos(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้คานวณหาค่า cosine ของ x โดยที่ x เป็นค่ามุม ในหน่วย เรเดียน รูปแบบ cos(x); 6) ฟังก์ชัน tan(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้คานวณหาค่า tan ของ x โดยที่ x เป็นค่ามุมในหน่วยเรเ ดียน โปรแกรมตัวอย่างที่ 7.1 แสดงการใช้งานฟังก์ชัน acos(x), asin(x), atan(x), sin(x), cos(x) และ tan(x)
  3. 3. /* math1.c */ #include<stdio.h> /* บรรทัดที่ 1 */ #include<math.h> /* บรรทัดที่ 2 */ #include<conio.h> /* บรรทัดที่ 3 */ void main(void) /* บรรทัดที่ 4 */ { / * บรรทัดที่ 5 */ double r, pi = 3.141592654; /* บรรทัดที่ 6 */ r = pi/180; /* บรรทัดที่ 7 */ clrscr(); /* บรรทัดที่ 8 */ printf("%fn",asin(r)); /* บรรทัดที่ 9 */ printf("%fn",acos(r)); /* บรรทัดที่ 10 */ printf("%fn",atan(r)); /* บรรทัดที่ 11 */ printf("%fn",sin(r)); /* บรรทัดที่ 12 */ printf("%fn",cos(r)); /* บรรทัดที่ 13 */ printf("%fn",tan(r)); /* บรรทัดที่ 14 */ printf("nPress any key back to program ...");
  4. 4. /* บรรทัดที่ 15 */ getch(); /* บรรทัดที่ 16 */ } /* บ รรทัที่ 17 */ ผลลัพธ์ที่ได้จากโปรแกรม คาอธิบายโปรแกรม จากโปรแกรมตัวอย่างที่ 7.1 สามารถอธิบายการทางานของโปรแก รมที่สาคัญ ๆ ได้ดังนี้ บรรทัดที่ 9 คาสั่ง printf("%fn",asin(r)); ฟังก์ชันคานวณหาค่า arc sin ของตัวแปร r โดย r เป็นมุมในหน่วยเรเดียน และแสดงผลลัพธ์ที่ได้ออกจอภาพ บรรทัดที่ 10 คาสั่ง printf("%fn",acos(r)); ฟังก์ชันคานวณหาค่า arc cosine ของตัวแปร r โดย r เป็นมุมในหน่วยเรเดียน และแสดงผลลัพธ์ที่ได้ออกจอภาพ บรรทัดที่ 11 คาสั่ง printf("%fn",atan(r)); ฟังก์ชันคานวณหาค่า arc tan ของตัวแปร r โดย r เป็นมุมในหน่วยเรเดียน และแสดงผลลัพธ์ที่ได้ออกจอภาพ บรรทัดที่ 12 คาสั่ง printf("%fn",sin(r)); ฟังก์ชันคานวณหาค่า sine ของตัวแปร r โดย r เป็นมุมในหน่วยเรเดียน และแสดงผลลัพธ์ที่ได้ออกจอภาพ บรรทัดที่ 13 คาสั่ง printf("%fn",cos(r)); ฟังก์ชันคานวณหาค่า cosin
  5. 5. e ของตัวแปร r โดย r เป็นมุมในหน่วยเรเดียน และแสดงผลลัพธ์ที่ได้ออกจอภาพ บรรทัดที่ 14 คาสั่ง printf("%fn",tan(r)); ฟังก์ชันคานวณหาค่า tan ขอ งตัวแปร r โดย r เป็นมุมในหน่วยเรเดียน และแสดงผลลัพธ์ที่ได้ออกจอภาพ บรรทัดที่ 15 และ 16 พิมพ์ข้อความให้กดคีย์ใด ๆ เพื่อกลับสู่โปรแกรม และหยุดรอรับค่าใดๆ เช่น กด enter จะกลับเข้าสู่โป รแกรม 7) ฟังก์ชัน sqrt(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่ารากที่ 2 (square root) ของค่าคงที่หรือตัวแปร x โดยที่ x จะต้องเป็นค่าคงที่ชนิดตัวเลขหรื อตัวแปรที่มีค่าไม่ติดลบ รูปแบบ sqrt(x); 8) ฟังก์ชัน exp(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่า ex โดยที่ x เป็นค่าคงที่หรือตัวแปรที่จะใช้เ ป็นค่ายกกาลังของ e โดยที่ e มีค่าประมาณ 2.718282 รูปแบบ exp(x); 9) ฟังก์ชัน pow(x,y) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่า xy โดยที x เป็นค่าคงที่หรือตัวแปรที่ใช้เป็นตัวฐานซึ่งจะต้องมีค่ามากกว่าศูนย์ y เป็นค่าคงที่หรือตัวแปรที่ใช้เป็นค่ายกกาลัง รูปแบบ pow(x, y); โปรแกรมตัวอย่างที่ 7.2 แสดงการใช้งานฟังก์ชัน sqrt(x), exp(x) และ pow(x, y) /* math2.c */ #include<stdio.h> /* บรรทัดที่ 1 */
  6. 6. #include<math.h> /* บรรทัดที่ 2 */ #include<conio.h> /* บรรทัดที่ 3 */ void main(void) /* บรรทัดที่ 4 */ { /* บรรทัดที่ 5 */ double x = 2.5, y = 7.0, z = 21.5; /* บรรทัดที่ 6 */ clrscr( ); /* บรรทัดที่ 7 */ printf("%.4fn",pow(x,y)); /* บรรทัดที่ 8 */ printf("%.4fn",sqrt(z)); /* บรรทัดที่ 9 */ printf("%.4fn",exp(y)); /* บรรทัดที่ 10 */ printf("nPress any key back to program ..."); /* บรรทัดที่ 11 */ getch(); /* บรรทัดที่ 12 */ } /* บรรทัดที่ 13 */ คาอธิบายโปรแกรม จากโปรแกรมตัวอย่างที่ 7.2 สามารถอธิบายการทางานของโปรแก รมที่สาคัญ ๆ ได้ดังนี้ บรรทัดที่ 8 คาสั่ง printf("%.4fn",pow(x,y)); ฟังก์ชันคานวณหาค่า xy โดยที่ x เป็นค่าคงที่หรือตัวแปรที่ใช้ตัวฐานซึ่งจะต้องมีค่ามากกว่าศูนย์ และ
  7. 7. y เป็นค่าคงที่หรือตัวแปรที่ใช้เป็นค่ายกกาลัง และแสดงผลที่ได้ออกจอภาพ บรรทัดที่ 9 คาสั่ง printf("%.4fn",sqrt(z)); ฟังก์ชันคานวณหาค่ารากที่ส อง (square root) ของค่าคงที่หรือตัวแปร z โดยที่ z จะต้องเป็นค่าคงที่ชนิดตัวเลขหรือตัวแป รที่มีค่าไม่ติดลบ และแสดงผลที่ได้ออกจอภาพ บรรทัดที่ 10 คาสั่ง printf("%.4fn",exp(y)); ฟังก์ชันคานวณหาค่า ey โดยที่ y เป็นค่าคงที่หรือตัวแปรที่จะใช้เป็นค่ายกกาลังของ e โดยที่ e มีค่าประมาณ 2.718282 และแสดงผลที่ได้ออกจอภาพ บรรทัดที่ 11 และ 12 พิมพ์ข้อความให้กดคีย์ใด ๆ เพื่อกลับสู่โปรแกรม และหยุดรอรับค่าใด ๆ เช่น กด enter จะกลับเข้าสู่โปรแกรม 10) ฟังก์ชัน log(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่า log ฐาน n (natural logarithm) ของค่าคงที่หรือตัวแปร x โดยที่ x เป็นค่าคงที่หรือตัวแปรที่มี ค่าเป็นลบไม่ได้ รูปแบบ log(x); 11) ฟังก์ชัน log10(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่า log ฐาน 10 ของค่าคงที่หรือตัวแปร x โด ยที่ x เป็นค่าคงที่หรือตัวแปรที่มีค่าเป็นลบไม่ได้ รูปแบบ log10(x); โปรแกรมตัวอย่างที่ 7.3 แสดงการใช้งานฟังก์ชัน log(x) และ log10(x) /* math3.c */ #include<stdio.h> /* บรรทัดที่ 1 */ #include<math.h> /* บรรทัดที่ 2 */ #include<conio.h> /* บรรทัดที่ 3 */ void
  8. 8. main(void) /* บรรทัดที่ 4 */ { /* บรรทัดที่ 5 */ double m = 10.0, n = 3.0; /* บรรทัดที่ 6 */ clrscr( ); /* บรรทัดที่ 7 */ printf("%.4fn",log(n)); /* บรรทัดที่ 8 */ printf("%.4fn",log10(m)); /* บ รรทัดที่ 9 */ printf("nPress any key back to program ..."); /* บรรทัดที่ 10 */ getch(); /* บรรทัดที่ 11 */ } /* บรรทัดที่ 12 */ ผลลัพธ์ที่ได้จากโปรแกรม
  9. 9. โปรแกรมย่อย Procedure และฟังก์ชัน (Function) วัตถุประสงค์ของการสร้างโปรแกรมย่อย 1. เป็นส่วนโปรแกรมที่ใช้ซ้ากันในหลาย ๆ แห่ง และจะแยกออกมาทาเป็นโปรแกรมย่อย 2. เป็นคาที่สร้างขึ้นใหม่ เพื่อเก็บไว้ใช้ต่อไป 3. เมื่อต้องการเขียนโปรแกรมเป็ น Module จุดประสงค์ของการเขียนโปรแกรมเป็น Module ก็เพื่อตรวจหาที่ผิดได้ง่าย ดังนั้น โปรแกรมย่อยหนึ่ง ๆ ก็คือ Module ๆ หนึ่ง 4. เพื่อสนองความต้องการของการเขียนโปรแกรมจากบนลงล่าง การสร้างและการใช้งานโปรแกรมย่อย โปรแกรมย่อย (Procedure) เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม มีหน้าที่เฉพาะในแต่ละตัว โดยแยกการทางาน ออกจากโปรแกรมหลักอย่างอิสระ การแยกโปรแกรมออกเป็ นส่วนย่อยๆ นี้มีข้อดีคือ ลดความซ้าซ้อนในการเขียนโปรแกรมในส่วนที่ทางานอย่างเดียวกัน ถ้านาโปรแกรมส่วนที่ต้องใช้ซ้าๆ มาทาเป็นโปรแกรมย่อยจะทาให้โปรแกรมมีขนาดเล็กลง ช่วยให้ทาความเข้าใจโปรแกรมได้ง่าย เพราะมีการแบ่งเป็นส่วนย่อยๆ ทาให้สามารถแก้ไขและเพิ่มเติมการทางานของโปรแกรมได้ง่ายขึ้น ช่วยให้นาโปรแกรมที่สร้างไปใช้งานในโปรแกรมอื่นได้ถ้าในโปรแกรมนั้นต้อ งการฟังก์ชันในการทางานที่เหมือนกัน โปรแกรมย่อยที่ใช้งานอยู่ใน VB.NET มีอยู่ 2 ประเภทคือ
  10. 10. * โปรแกรมย่อย Sub มาจากคาว่า Subroutine – ซับรูทีน เป็นโปรแกรมย่อยที่เมื่อทางานอย่างหนึ่งเสร็จแล้วจะไม่มีการส่งผลการท างานกลับไปยังโปรแกรมที่เรียกใช้งานซับรูทีนนี้ * โปรแกรมย่อย Function เป็นโปรแกรมย่อยที่เมื่อท างานเสร็จแล้วจะคืนผลลัพธ์ที่ได้จากการทางานกลับไปยังโปรแกรมที่เรียกใช้ง านฟังก์ชันนี้ ในบางครั้งโปรแกรมหลักจะมีการส่งข้อมูลไปทางานในโปรแกรมย่อยด้วย โดยข้อมูลนั้นจะเก็บอยู่ในตัวแปรพิเศษที่เรียกว่า “พารามิเตอร์” (Parameter) โปรแกรมย่อยชนิด Sub Sub เป็นโปรแกรมที่เขียนขึ้นมาเพื่อการทางานอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยที่ไม่มีการรับพารามิเตอร์หรืออาจจะมีการรับพารามิเตอร์มาทางานก็ได้ แต่ไม่มีการส่งผลการทางานกลับไปยังโปรแกรมที่เรียกซับรูทีนนี้ใช้งาน มีรูปแบบการเขียน Sub ดังนี้ ตัวอย่างการใช้งาน Subroutine : ตัวอย่างนี้จะสร้างแอพพลิเคชันแบบระบบลงทะเบียนซึ่งจะมีการใช้งาน Subroutine ที่เราเขียนขึ้นมา 1. ออกแบบหน้าตาแอพพลิเคชัน และตั้งชื่อคอนโทรลต่างๆ ดังนี้
  11. 11. 2. ดับเบิลคลิกที่ฟอร์มเพื่อเขียนโค้ดใน Even Load โดยจะเริ่มแนะนาให้ผู้ใช้งานทราบวิธีการทางานโดยจะเรียก Sub ที่ชื่อว่า InformUser 3. ให้หน้าต่างโค้ดของ Sub InformUser โดยเขียนต่อท้ายไปได้เลย 4. ดับเบิลคลิกที่ปุ่ม ลงทะเบียน แล้วเขียนโค้ดเพื่อตรวจสอบความครวถ้วนถูกต้องของข้อมูลที่ป้อนเข้าไป ถ้าเรียบร้อยถือว่าลงทะเบียนได้ แต่ถ้าไม่เรียนร้อยแจ้งให่ผู้ใช้ทราบ
  12. 12. 5 . สาหรับ Sub CheckPassword นั้นมีหลักการตรวจสอบความถูกต้องอยู่ 3 ข้อ ดังรายละเอียดที่แสดดงในโค้ดต่อไปนี้ 6 . ดับเบิลคลิกปุ่ม เคลียร์ แล้วเขียนโค้ดเพื่อเคลียร์ค่าข้อมูลใน TexBox ต่างๆ ดังนี้
  13. 13. 7 . กดปุ่ม F5 เพื่อทดสอบการทางานของแอพพลิเคชัน ได้ผลดังนี้ โปรแกรมย่อยชนิด Function Function เป็นโปรแกรมย่อยที่เขียนขึ้นมาเพื่อการทางานอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยที่ไม่มีการรับพารามิเตอร์หรืออาจจะมีการรับพารามิเตอร์มาทางานก็ได้
  14. 14. เมื่อทางานเสร็จแล้วจะมีการส่งผลการทางานกลับมายังโปรแกรมที่เรียกฟังก์ชั นนั้นใช้งาน มีรูปในการเขียนฟังก์ชัน ดังนี้ ตัวอย่างการใช้งาน Function : ตัวอย่างนี้จะสร้างแอพพลิเคชันที่คานวณผลตอบแทนจากการฝากเงินซึ่งผู้ใช้จ ะต้องกรอกเงินต้น อัตราดอกเบี้ย และจานวนปีที่ฝาก 1. ออกแบบหน้าตาแอพพลิเคชัน และตั้งชื่อคอนโทรลต่างๆ ดังนี้ 2. ดับเบิลคลิกที่ปุ่ม คานวณ เพื่อคานวณผลตอบแทนซึ่งจะมีการเรีกฟังก์ชัน CheckInput เพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่กรอกเข้ามาเหมาะสมหรือไม่ ถ้าเหมาะสมจานามาคานวณโดยเรียกใช้ ClacSaving
  15. 15. 3. สาหรับฟังก์ชัน CheckInput จาทาหน้าที่ตรวจสอบว่า ข้อมูลที่ผู้ใช้งานกรอกมาเหมาะสมหรือไม่โดยต้องเป็นตัวเลขที่มากกว่า 0 ทุกตัว และถ้าเป็น ดอกเบี้ยให้มีค่าระหว่าง 0 ถึง 100 โดยฟังก์ชันนี้จะรีเทิร์นค่าเป็น True หรือ False 4. สาหรับฟังก์ชัน CalaSaving จจะทาหน้าที่คานวณผลตอบแทนเงินฝาก โดยจะคานวณให้เห็นในระยะเวลาตั้งแต่ปีที่ 1 ถึงปีที่กาหนดไว้ นั้นยอดเงินฝากเป็นเท่าใด
  16. 16. 5. . ดับเบิลคลิกปุ่ม เคลียร์ แล้วเขียนโค้ดเพื่อเคลียร์ค่าข้อมูลใน TexBox ต่างๆ ดังนี้ 6. ทดสอบการทางานของแอพพลิเคชัน ได้ผลดังนี้ ฟังก์ชันมาตรฐาน (Standard Function) ฟังก์ชันมาตรฐาน คือ ฟังก์ชันที่ผู้ใช้สามารถเรียกใช้งานจากไลบรารี่ของภาษาซีได้ทันที เช่น ฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ ฟังก์ชันเกี่ยวกับสตริง ฟังก์ชันเกี่ยวกับการเปรียบเทียบ ฟังก์ชันเกี่ยวกับการแสดงผล และฟังก์ชันเกี่ยวกับวันเวลา เป็นต้น โดยจะเรียกไลบรารี่ผ่านคาสั่ง #include แล้วตามด้วยชื่อของไลบรารี่นั้น ๆ ในส่วนของ header directive ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ไลบรารี่ (library) stdio.h เกี่ยวกับการแสดงผลทางจอภาพ มีฟังก์ชันที่ใช้ดังนี้ - ฟังก์ชัน printf() ใช้ในการแสดงผลข้อมูล - ฟังก์ชัน Scanf() ใช้ในการรับข้อมูล ไลบรารี่ (library) conio.h เกี่ยวกับการแสดงผลทางจอภาพ มีฟังก์ชันที่ใช้ดังนี้
  17. 17. - ฟังก์ชัน getchar() ใช้ในการรับข้อมูล 1 อักขระ โดยการกด Enter - ฟังก์ชัน getche() ใช้ในการรับข้อมูล 1 อักขระ โดยไม่ต้องกด Enter - ฟังก์ชัน getch() ใช้ในการรับข้อมูล 1 อักขระไม่ปรากฏให้เห็น ในการรับข้อมูล - ฟังก์ชัน putchar() ใช้ในการรับข้อมูล 1 อักขระออกทางจอภา พ - ฟังก์ชัน clrscr() ใช้ในการลบจอภาพ ไลบรารี่ (library) string.h เกี่ยวกับข้อความ มีฟังก์ชันที่ใช้ดังนี้ - ฟังก์ชัน strlen() ใช้ในการนับความยาวของอักขระที่รับเข้ามา - ฟังก์ชัน strcpy() ใช้ในการทาสาเนาข้อความจากข้อความหนึ่ง ไปยังอีกข้อความหนึ่ง - ฟังก์ชัน strcmp () ใช้ในการเปรียบเทียบข้อความ 2 ข้อความ - ฟังก์ชัน strcal() ใช้ในการเชื่อมตั้งแต่ 2 ข้อความเข้าด้วยกัน ไลบรารี่ (library)marth.h เกี่ยวกับทางคณิตศาสตร์ มีฟังก์ชันที่ใช้ดังนี้ - ฟังก์ชัน sqrt() ใช้ในการหาราก (root) ที่สองของเลขจานวนเต็ม - ฟังก์ชัน exp(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่า ex (Exponential) - ฟังก์ชัน pow(x,y) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่า xy
  18. 18. - ฟังก์ชัน sin(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่า sine ของ x - ฟังก์ชัน cos(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่า cosine ของ x - ฟังก์ชัน tan(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่า tan ของ x - ฟังก์ชัน log(n) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่า log ฐาน n - ฟังก์ชัน log10(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่า log ฐาน 10 - ฟังก์ชัน ceil(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่าปัดเศษทศนิยมของตัวแป ร x - ฟังก์ชัน floor(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่าตัดเศษทศนิยมทิ้งของตั ว แปร x - ฟังก์ชัน fabs(x) เป็นฟังก์ชันที่ใช้หาค่าสมบูรณ์ (absolute value) x ไลบรารี่ (library) ctype.h เกี่ยวกับตัวอักษร มีฟังก์ชันที่ใช้ดังนี้ - ฟังก์ชัน isalnum(ch) เป็นฟังก์ชันที่ใช้ตรวจสอบว่าข้อมูลที่อยู่ใ นตัวแปรมีค่าเป็น ตัวอักษรหรือตัวเลข - ฟังก์ชัน isalpha(ch) เป็นฟังก์ชันที่ใช้ตรวจสอบว่าข้อมูลที่อยู่ใ นตัวแปรมีค่าเป็นตัวอักษรหรือไม่ - ฟังก์ชัน isdigit(ch) เป็นฟังก์ชันที่ใช้ตรวจสอบว่าข้อมูลที่อยู่ใน ตัวแปรเป็นตัวเลข 0 ถึง 9 หรือไม่ - ฟังก์ชัน islower(ch) เป็นฟังก์ชันที่ใช้ตรวจสอบว่าข้อมูลที่อยู่ใ นตัวแปรเป็นตัวเล็กหรือไม่
  19. 19. - ฟังก์ชัน isupper(ch) เป็นฟังก์ชันที่ใช้ตรวจสอบว่าข้อมูลที่อยู่ ในตัวแปรเป็นตัวใหญ่หรือไม่ - ฟังก์ชัน tolowre(ch) เป็นฟังก์ชันที่ใช้ในการเปลี่ยนตัวอักษร ตัวใหญ่ให้เป็นตัวเล็ก - ฟังก์ชัน toupper(ch) เป็นฟังก์ชันที่ใช้ในการเปลี่ยนตัวอักษร ตัวเล็กให้เป็นตัวใหญ่ ไลบรารี่ (library) stdlib.h เกี่ยวกับการแปลงค่า string มีฟังก์ชันที่ใช้ดังนี้ - ฟังก์ชัน atoi(s) เป็นฟังก์ชันที่ใช้ในการแปลงค่า ข้อความ (string) เป็นตัวเลขจานวนเต็ม (integer) - ฟังก์ชัน atof(s) เป็นฟังก์ชันที่ใช้ในการแปลงค่า ข้อความ (string) เป็นตัวเลขจานวนทศนิยม( flot) - ฟังก์ชัน atol(s) เป็นฟังก์ชันที่ใช้ในการแปลงค่า ข้อความ (string) เป็นตัวเลขจานวนเต็ม (integer) ชนิด long integer ไลบรารี่ (library) dos.h เกี่ยวกับการติดต่อระบบปฏิบัติการ มีฟังก์ชันที่ใช้ดังนี้ - ฟังก์ชัน gettime() เป็นฟังก์ชันที่ใช้ในการติดต่อเวลาของระบ บปฏิบัติการ - ฟังก์ชัน getdate() เป็นฟังก์ชันที่ใช้ในการติดต่อวันที่ของระบ บปฏิบัติการ ซึ่งฟังก์ชันมาตรฐานยังมีอีกเป็นจานวนมาก ผู้ศึกษาสามารถลองศึกษาได้จากการใช้ Help เพื่อเป็นแนวทางในการเขียนแ ละพัฒนาโปรแกรมด้วยภาษาซีขั้นสูงต่อไปในภายหลังได้
  20. 20. อ้างอิง ที่มา : http://www.tice.ac.th/division/website_c/about/page8.htm https://nemo2475.wordpress.com/jiooj-j-k/

×