Se ha denunciado esta presentación.
Utilizamos tu perfil de LinkedIn y tus datos de actividad para personalizar los anuncios y mostrarte publicidad más relevante. Puedes cambiar tus preferencias de publicidad en cualquier momento.

ประเพณ ผีตาโขน Is ทั้งงหมด ม.3/1 เลขที่ 8,13,36

8.393 visualizaciones

Publicado el

Publicado en: Datos y análisis
  • Follow the link, new dating source: ❤❤❤ http://bit.ly/2F4cEJi ❤❤❤
       Responder 
    ¿Estás seguro?    No
    Tu mensaje aparecerá aquí
  • Sex in your area is here: ♥♥♥ http://bit.ly/2F4cEJi ♥♥♥
       Responder 
    ¿Estás seguro?    No
    Tu mensaje aparecerá aquí

ประเพณ ผีตาโขน Is ทั้งงหมด ม.3/1 เลขที่ 8,13,36

  1. 1. เรื่อง ประเพณีผีตาโขน คณะผู้จัดทา เด็กหญิง พลอยณิชชา สุพัชรธนาวัฒน์ เลขที่ 8 เด็กหญิงชนิตาภรณ์กงสะเด็น เลขที่13 เด็กหญิงทรรศนีย์ทาขันทา เลขที่36 เสนอ คุณครู อุไรทองดี เอกสารเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการสื่อสารและการนาเสนอ (IS2) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โรงเรียนชุมแพศึกษา อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามะยมศึกษา เขต 25 กระทรวงศึกษาธิการ
  2. 2. ชื่อเรื่องการศึกษาค้นคว้า เรื่องประเพณีผีตาโขน ชื่อผู้ศึกษาค้นคว้า ด.ญ. พลอยณิชชา สุพัชรธนาวัฒน์ ด.ญ. ชนิตาภรณ์ กงสะเด็น ด.ญ. ทรรศนีย์ ทาขันทา ชื่อคุณครูที่ปรึกษาการศึกษาค้นคว้า คุณครูอุไร ทองดี ระดับชั้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียน โรงเรียนชุมแพศึกษา ปีการศึกษาที่ศึกษาค้นคว้า ปีการศึกษา 2556 บทคัดย่อ การศึกษา เรื่อง ประเพณีผีตาโขน ในรายวิชา การศึกษาและสร้างองค์ความรู้ (IS1) และได้รวบรวมข้อมูลและพร้อมนาเสนอในรายวิชา เพื่อการสื่อสารและการนาเสนอ (IS2) คณะผู้จัดทาไดศึกษาค้นคว้าข้อมูล มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการศึกษาค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับประเพณีผีตาโขน ทาให้ผู้ที่สนใจและต้องการศึกษาเกี่ยวกับประเพณีผีตาโขนมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น เป็นการนาเสนอสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไทยให้กับชาวต่างชาติ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยสืบสานประเพณีผีตาโขนให้คนรุ่นหลัง สามารถนาความรู้มาพัฒนาและปรับใช้ในชีวิตประจาวันได้
  3. 3. กิตติกรรมประกาศ รายงานการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้(IS1) เรื่อง ประเพณีผีตาโขน ได้รวบรวมข้อมูลเสร็จสิ้นสมบูรณ์ พร้อมนาเสนอข้อมูลในการสื่อสารและนาเสนอ (IS2) ในรูปแบบรายงานฉบับเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งรายงานดังกล่าวได้เสร็จสมบูรณ์แล้วโดยได้รับความอนุเคราะห์จากบุคคลหลายท่าน ซึ่งไม่อาจนามากล่าวได้ทั้งหมด ท่านแรกคือ คุณครู อุไร ทองดี ครูผู้สอนที่ได้ให้ความรู้ คาแนะนาตรวจทาน และแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ด้วยความเอาใจใส่ทุกขั้นตอน เพื่อให้การเขียนรายงานการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ฉบับนี้เสร็จสมบูรณ์ที่สุดและนักเรียนห้อง ม.2/1 ที่ช่วยในการสืบค้นข้อมูลแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดและให้กาลังใจในการศึกษาค้นคว้าตลอดมา ขอขอบคุณคุณครูทุกท่านที่ได้ให้คาแนะนาในการจัดทารายงานการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ควา มรู้ฉบับนี้จนสามารถนาความรู้ข้อมูลที่ได้ ไปนาเสนอในการสื่อสารและนาเสนอ(IS2) ขอขอบพระคุณ นางนิศารัตน์ สุพัชรธนาวัฒน์ ที่อยู่เบื้องหลังความสาเร็จและได้ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน อีกทั้งให้กาลังใจตลอดมา ด.ญ. พลอยณิชชา สุพัชรธนาวัฒน์ ด.ญ. ชนิตาภรณ์ กงสะเด็น ด.ญ. ทรรศนีย์ ทาขันทา
  4. 4. สารบัญ บทที่ หน้า บทที่ 1 บทนา………………………………… ………………………….….…........1 วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า………………………………………….…2 สมมุติฐาน.................................................. ........................................................2 ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า.............................................................................2 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ......................................................................... ........2 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง.............................................................................3 ประวัติและความเป็นมาของประเพณีผีตาโขน.....................................................3 รูปแบบประเพณีผีตาโขน.....................................................................................4 จุดเด่นของพิธีกรรม..............................................................................................4 ชนิดของผีตาโขน.................................................................................................5 การเดินทางไปชมเทศกาลผีตาโขน.......................................................................6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อ..................................................................................................7 บทที่ 3วิธีดาเนินการศึกษาค้นคว้า....................................................................................11 วัสดุ อุปกรณ์และโปรแกรมที่ใช้ในการพัฒนา.....................................................11 วิธีดาเนินการศึกษาค้นคว้า....................................................................................11 บทที่ 4 ผลการศึกษาค้นคว้า...............................................................................................12 ผลการศึกษาค้นคว้า............................................................................. ...............12
  5. 5. บทที่ 5 สรุปผล การดาเนินการศึกษา และข้อเสนอแนะ .....................................................14 การดาเนินการศึกษาค้นคว้า ..................................................................................14 วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า.........................................................................14 วัสดุ อุปกรณ์ และโปรแกรมที่ใช้ในการพัฒนา......................................................14 สรุปผลการดาเนินการศึกษาค้นคว้า........................................................................15 ข้อเสนอแนะ ...........................................................................................................16 ข้อเสนอแนะทั่วไป..................................................................................................16 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการพัฒนา............................................................16 บรรณานุกรม...........................................................................................................17 ภาคผนวก.................................................................................................................. การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (IS1) เอกสารประกอบการสอน รายวิชา การสื่อสารและการนาเสนอ (IS2) ภาพประกอบการทาการศึกษาค้นคว้า
  6. 6. บทที่ 1 บทนา ที่มาและความสาคัญของโครงงาน การศึกษาค้นคว้าเอกสารและงานวิจัย เรื่อง ประเพณีผีตาโขน มีที่มาและความสาคัญดังนี้ ผีตาโขน เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นในอาเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคอีสานของประเทศไทยเ ป็นเทศกาลที่เกิดขึ้นในเดือน 7 ซึ่งมักจัดมากกว่าสามวันในบางช่วงระหว่าง เดือนมีนาคม และกรกฎาคม โดยจัดขึ้นในวันที่ได้รับเลือกให้จัดขึ้นในแต่ละปีโดยคนทรงประจาเมือง ซึ่งงานบุญประเพณีพื้นบ้านนี้มีชื่อเรียกว่า บุญหลวงโดยแบ่งออกเป็นเทศกาล ผีตาโขน ประเพณีบุญบั้ไฟ และ งานบุญหลวง ผีตาโขน นั้น เดิมมีชื่อเรียกว่า ผีตามคน เป็นเทศกาลที่ได้รับอิทธิพลมาจากมหาเวสสันดรชาดก ชาดกในทางพระ พุทธศาสนา ที่ว่าถึงพระเวสสันดร และพระนางมัทรี จะเดินทางออกจากป่ากลับสู่เมืองหลวง บรรดาสัตว์ป่ารวมถึงภูตผีที่อาศัยอยู่ในป่านั้น ได้ออกมาส่งเสด็จด้วยอาลัย ซึ่งวันแรกจะเป็นเทศกาลผีตาโขน ซึ่งเรียกวันนี้ว่า วันรวม (วันโฮม) โดยจะมีพิธีเบิกพระอุปคุตต์ ในบริเวณระหว่างลาน้าหมันกับลาน้าศอก ส่วนวันที่สองของเทศกาลดังกล่าวจะมีพิธีจุดบั้งไฟบูชา พร้อมด้วยเครื่องแต่งกายที่หลากหลาย รวมถึงการแข่งขันเต้นราตลอดจนขบวนพาเหรด ส่วนในวันที่สามและวันสุดท้ายจะมีการให้ชาวบ้านฟังเทศน์ทั้งนี้ ผีตาโขนยังได้รับการนามาใช้เป็นสัญลักษณ์ และฉายาประจาทีม สโมสรฟุตบอลเลย ซิตี้ เช่นกัน และประเพณียังคงมีความเชื่อกันว่า สาหรับคนที่เล่นหรือมีการแต่งตัวเป็นผีตาโขนใหญ่ ต้องถอดเครื่องแต่งกายผีตาโขนใหญ่ออกให้หมดและนาไปทิ้งในแม่น้าหมัน ห้ามนาเข้าบ้าน เป็นการทิ้งความทุกข์ยากและสิ่งเลวร้ายไป และรอจนถึงปีหน้าจึงค่อยทาเล่นกันใหม่
  7. 7. ด้วยเหตุนี้คณะผู้จัดทา จึงได้ทาการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับประเพณีผีตาโขน เพราะเป็นการสืบสานประเพณีอีกวิธีหนึ่ง และสามารถนาไปเผยแพร่ความรู้นี้ให้บุคคลทั่วไปได้รู้ถึงประวัติและความสาคัญได้ วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า 1.ต้องการศึกษาค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับประเพณีผีตาโขน 2.ทาให้ผู้ที่สนใจและต้องการศึกษาเกี่ยวกับประเพณีผีตาโขนมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น 3.เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยสืบสานประเพณีผีตาโขนให้คนรุ่นหลัง 4.ทาให้เป็นการนาเสนอสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไทยให้กับชาวต่างชาติ 5.สามารถนาความรู้มาพัฒนาและปรับใช้ในชีวิตประจาวันได้ 6.เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของชีวิตความเป้นอยู่กับประเพณีผีตาโขน สมมุติฐานของการศึกษาค้นคว้า ประวัติและความเป็นมาของประเพณีผีตาโขนมีความสาคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนใ นชุมชนอย่างมาก ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า 1.ศึกษาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของประเพณีผีตาโขน 2.ศึกษาความหมายของประเพณีผีตาโขน 3.สถานที่ศึกษาส่วนมากศึกษาที่โรงเรียนชุมแพศึกษา ศึกษาโดยอินเทอร์เน็ต 4. ระยะเวลาในการศึกษา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 จุดมุ่งหมายของรายงาน
  8. 8. 1.ต้องการศึกษาค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับประเพณีผีตาโขน 2.ทาให้ผู้สนใจและผู้ต้องการศึกษาเกี่ยวกับประเพณีผีตาโขนมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น 3.เป็นอีกวิธีที่จะช่วยสืบสานประเพณีผีตาโขนให้คนรุ่นหลัง 4.ทาให้เป็นการนาเสนอสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศไทยให้กับชาวต่างชาติ 5.สามารถนาความรู้มาพัฒนาและปรับใช้ในชีวิตประจาวันได้ บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาค้นคว้าเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง คณะผู้จัดได้ศึกษาค้นคว้าแบ่งเป็นหัวข้อดังต่อไปนี้ 1.ประวัติความเป็นมาของประเพณีของผีตาโขน 2.รูปแบบประเพณี 3.จุดเด่นของพิธีกรรม 4.ชนิดของผีตาโขน 5.การเดินทางไปชมเทศกาลผีตาโขน 6.งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1.ประวัติและความเป็นมาของประเพณีผีตาโขน ผีตาโขน ตานานเรื่องเล่า ผีตาโขน ที่มาของผีตาโขนนับเป็นอุบายอันแยบคายเฉพาะของบรรพบุรุษเมืองด่านซ้ายให้เด็ก ๆในเมืองเล่นสนุกกันเป็นการส่งท้ายงานบุญ โดยจับเอา เวสสันดรชาดก พระชาติที่ 10 ที่สาคัญที่สุดของพระพุทธเจ้าในตอนที่พระเวสสันดรจะได้กลับคืนพระนครบรรดาผีป่าทั้งหลายต่า งพากันมาส่งเสด็จจนถึงในเมืองเมื่อเข้าเมืองด้วยความเป็นผีป่าไม่เคยเข้าเมืองก็เลยออกพากันตระเว นเที่ยวเมือง โดยไม่ได้ทาอันตรายใครแต่ด้วยความที่เป็นผี
  9. 9. เมื่อชาวเมืองไปพบเข้าจึงตกใจกลัวสัญชาตญาณผีก็อดที่จะแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกชาวบ้านไม่ได้ เมื่ อได้เวลาบรรดาผีป่าก็จะพากันออกนอกเมืองกลับคืนสู่ป่า พร้อม ๆกับนาพาความโชคร้ายและทุกข์โศกโรคภัยทั้งปวงออกจากเมืองไปด้วย 1.1.ประเพณีแห่ผีตาโขน เป็นงานประเพณีเล็ก ๆที่เล่นกันอยู่ในขอบเขตอาเภอเล็ก ๆ คืออาเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย แต่ด้วยรูปแบบและเนื้อหาของงานที่เป็นเรื่องผี ๆแต่เป็นผีน่ารักน่าสนุกจึงน่าสนใจยิ่งสาหรับมนุษย์ งานเล็กจากอาเภอเล็ก ๆงานนี้ สุดท้ายจึงก้าวออกไปเป็นงานประเพณีที่เชิดหน้าชูตาของภูมิภาคอีสานและกลายเป็นงานประเพณีร ะดับชาติทุกปีจะมีชาวต่างประเทศจากทั่วโลกเดินทางไปเที่ยวชมงานผี ๆงานนี้กันปีละไม่ใช่น้อยงานประเพณีแห่ผีตาโขนเป็นการรวมงานสาคัญของท้องถิ่นสามงานเข้าด้ วยกันคือ งานบุญผะเหวดหรือบุญพระเวส อันเป็นงานฉลองการฟังเทศน์มหาชาติ งานแห่ผีตาโขนและงานบุญบั้งไฟ เข้าด้วยกัน 2.รูปแบบประเพณีผีตาโขน งานประเพณีแห่ผีตาโขนผูกพันแนบแน่นกับองค์พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจาเมืองคือองค์พระ ธาตุศรีสองรักษ์ที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้นโดยพระมหาจักรพรรดิฝ่ายกรุงศรีอยุธยาและพระเจ้าไชยเชษฐา ธิราชฝ่ายกรุงศรีสัตนาคนหุตเพื่อเป็นประจักษ์พยานถึงมิตรภาพระหว่างกัน วงจรของประเพณีผีตาโขน เริ่มต้นขึ้นโดยบุคคลศักดิ์สิทธิ์ประจาเมืองสองคนคือเจ้าพ่อกวนและเจ้าแม่นางเทียม ที่มีฐานะเป็นดังผู้วิเศษหมอผีและครูใหญ่ของเมืองที่มีหน้าที่หลักในการดูแลองค์พระธาตุศรีสองรัก พระธาตุคู่เมืองด่านซ้ายโดยเจ้าพ่อกวนและเจ้าแม่นางเทียมจะเป็นจุดเริ่มต้นวงจรของประเพณีนี้เริ่ม ต้นจากพิธีบายศรีที่บ้านของเจ้าพ่อกวนและเจ้าแม่นางเทียมในภาคเช้าและระหว่างที่พิธีกรรมอันศัก ดิ์สิทธิ์กาลังดาเนินอยู่นั่นเอง เด็ก ๆในทุกบ้านเรืองของเมืองด่านซ้ายก็จะช่วยกันจัดหาเศษผ้ามาเย็บเป็นเสื้อผ้าของผีตาโขนหาอุปกร ณ์คือหวดนึ่งข้าวเหนียวและแกนก้านมะพร้าวมาทาหน้ากากผีตาโขนด้วยการวาดลวดลายเพิ่มสีสันเ ป็นผีตาโขนที่หน้าตาโหดร้ายน่ากลัว หา
  10. 10. "หมากกะแหล่ง"หรือกระดึงผูกคอวัวควายมาทาเป็นเครื่องประดับและที่สาคัญที่สุดที่ผีตาโขนหลาย ตัวประณีตบรรจงประดิดประดอยเป็นที่สุดก็คืออาวุธของผีตาโขนเป็นดาบใหญ่ทาด้วยไม้มีทีเด็ดขอ งดาบอยู่ที่ปลายด้ามดาบที่ทาเป็นรูปปลัดขิกอันโตทายอดกลม ๆเป็นสีแดงแจ๋ เอาไว้ไล่จิ้มสาว ๆ ในเมืองโดยเฉพาะในภาคบ่ายจะเป็นพิธีการในฝ่ายราชการ เป็นการแห่ผีตาโขนโดยจัดรูปขบวนแห่ อันประกอบด้วยผีตาโขนใหญ่ที่ทาเป็นหุ่นใหญ่คล้ายหัวโตของภาคกลาง และผีตาโขนเล็ก เป็นเด็ก ๆผู้ชายในเมืองเกือบทั้งหมดภาคค่าเป็นการชุมนุมกันฟังเทศน์มหาชาติของผู้เฒ่าผู้แก่และผู้ใหญ่ในเ มือง ส่วนในวันที่สองตั้งแต่เช้าเป็นการออกอาละวาดไปทั่วเมืองของชาวผีตาโขนและตกช่วงบ่า ยจะเป็นพิธีจุดบั้งไฟขอฝน เป็นอันหมดสิ้นประเพณีแห่ผีตาโขนรวม 2 วันกับหนึ่งคืนด้วยกัน 3.จุดเด่นของพิธีกรรม จุดเด่นที่สุดของงานนี้จะมีอยู่ด้วยกันสองช่วง คือภาคบ่ายวันแรกอันเป็นขบวนแห่ผีตาโขนอันน่าสนุกสนานและสวยงามและวันที่สองช่วงสายที่ผี ตาโขนจะออกอาละวาดไปทั่วเมือง จัดขึ้นที่อาเภอด่านซ้าย ในวันเสาร์-อาทิตย์ หลังวันขึ้น 15 ค่า เดือน 6ของทุกปี หลังจากงานนมัสการพระธาตุศรีสองรักแล้ว 4.ชนิดของผีตาโขน ผีตาโขนในขบวนแห่จะแยกเป็น 2 ชนิดคือ ผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก - ผีตาโขนใหญ่ ทาเป็นหุ่นรูปผีทาจากไม้ไผ่สานมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดาประมาณ 2 เท่าประดับตกแต่งรูปร่าง - ผีตาโขนเล็ก ผีตาโขนเล็กเป็นการละเล่นของเด็ก ไม่ว่าเด็กเล็ก เด็กวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ทั้งผู้หญิงชาย มีสิทธิ์ทา และเข้าร่วมสนุก ได้ทุกคนแต่ผู้หญิงไม่ค่อยเข้าร่วมเพราะเป็นการเล่นค่อนข้างผาดโผนและซุกซน
  11. 11. 5.การเดินทางไปชมเทศกาลผีตาโขน 1.โดยรถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพฯ ( ห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ) ใช้ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัดสระบุรี ประมาณ 75 กิโลเมตรจะถึงตัวเมืองสระบุรีจากนั้นขับตรงไปมุ่งหน้าสู่จังหวัดลพบุรี ประมาณ 16 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาไปทางจังหวัดเพชรบูรณ์ ( ทางหลวงหมายเลข 21 ) เมื่อเลี้ยวขวาแล้วขับตรงไปมุ่งหน้า อาเภอหล่มสักจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 269.4 กิโลเมตรจากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย 203ขับตรงไปประมาณ55.8 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย 2014 ขับตรงไปประมาณ 10.6 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวา ไปทางอาเภอด่านซ้าย แล้วขับตรงไปประมาณ 800เมตร ทางด้านซ้ายมือ คือ งานผีตาโขน รวมภาพบรรยากาศงานประเพณีแห่ผีตาโขน
  12. 12. 6.งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง กาญจนา สวนประดิษฐ์ “ความมุ่งหมายของการวิจัยนี้เพื่อศึกษาเกี่ยวกับ ผีตาโขนในด้านประวัติความเป็นมา องค์ประกอบ และวิธีการเล่นผีตาโขนตลอดจนศึกษาถึงคุณค่าของการเล่นผีตาโขนที่มีต่อสังคม พบว่ามีการเล่นผีตาโขนกันมานาน สันนิษฐานว่าเกิดขึ้นพร้อมกันประเพณีบุญหลวงจุดมุ่งหมายของการเล่นคือการเล่นเพื่อถวาย เจ้านาย นอกจากนั้นยังเล่นเพื่อขอฝัน ความสุนกสนาน และเพื่อประกอบขบวนแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง องค์ประกอบในการเล่นมี 4 อย่างคือ ผู้เล่นผีตาโขน หน้ากากผีตาโขนอุปกรณ์การเล่น ได้แก่ดาบกับหมากกะแหล่ง และขบวนเซิ้งการเล่นสะท้อนถึงโลกทรรศน์ของชาวอาเภอด่านซ้ายว่ามีคติความเชื่อแบบผสมผสา นระหว่างศาสนาพุทธ ศาสนาพราหณ์ และภูติผีปีศาจตลอดจนอานาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ เป็นประเพณีที่ช่วยสร้างขวัญและกาลังใจให้แก่คนในสังคม ผู้เล่นได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน เป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดช่วยลดความกดดันและความขัดแย้งในสังคมได้ การเล่นมีส่วนช่วยรักษาบรรทัดฐานและสร้างเอกภาพในสังคมเพราะคนในสังคมมีความเชื่อในสิ่งเ ดียวกัน ทุกคนจึงตระหนักและสานึกในหน้าที่ของตนพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่นั้นด้วยความเต็มใจและศรัทธ
  13. 13. า เกิดความรักความสามัคคีและความผูกพันอันดีระหว่างกันทาให้เกิดการกระจายรายได้ภายในท้องถิ่ นและการที่มีนักท่องเที่ยวจานวนมากได้มาเที่ยวชมงานประเพณีการเล่นผีตาโขนในแต่ละปี มีผลทาให้เศรษฐกิจของอาเภอด่านซ้ายดีขึ้นจากการขายสินค้าที่เป็นผลผลิตของท้องถิ่นและการขาย บริการด้านต่าง ๆ” ธงชัย เปาอินทร์ “วันนี้ สืบเนื่องมาแต่งานผีตาโขนทาให้เกิดการวิวัฒนาการไปไกล เกิดศิลปินท้องถิ่นมากมายหลายเจ้าทั้งสร้างหัวผีและลงลายมีสินค้าอันเนื่องมาจากประเพณีผีตาโขน ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชาวด่านซ้ายจนกลายเป็นสัญลักษณ์ หนึ่งของจังหวัดเลยถ้าเอ่ยคาว่าผีตาโขนคนรู้เลยว่าเป็นจังหวัดเลย และลงลึกไปจนถึงรู้ด้วยว่าต้องอาเภอด่านซ้าย เมืองแห่งขุนเขา อากาศบริสุทธิ์และงดงาม”
  14. 14. พรพิทักษ์ แม้นศิริ “ปราชญ์ท้องถิ่นครูภูมิปัญญาและนักการศึกษาหลายท่านที่ศึกษาวิจัยเรื่องราวของผีตาโขนในแง่มุม ต่างๆ ล้วนมีข้อสรุปตรงกันว่าประเพณีผีตาโขนเป็นการละเล่นที่เกี่ยวเนื่องกับพิธีกรรมเพื่อบวงสรวงบูชา ติดต่อกับผู้ชมดูการละเล่น คือ วิญญาณผีบรรพชนที่กลุ่มชนชาติพันธุ์ไท-ลาว เชื่อถือร่วมกันว่าบรรพชน คือต้นตระกูลเผ่าพันธุ์ผู้ที่สร้างบ้านแปลงเมือง บรรพชนเมื่อตายเป็นผีจึงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่น่า เกรงขามมีอานาจที่จะดลบันดาลให้ความอุดมสมบูรณ์ หรือความหายนะแก่บ้านเมืองได้เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ เพื่อความอุดมสมบูรณ์พูนสุขของบ้านเมืองเมื่อถึงงานบุญประเพณีสาคัญ ๆ ตามฮีตประเพณีจึงจะต้องทาการละเล่นเต้นฟ้อนผีตาโขนเพื่อเซ่นสรวงบูชาให้เป็นที่ถูกอกถูกใจแก่
  15. 15. ผีบรรพชน การละเล่นผีตาโขนจึงเป็นการละเล่นที่มีมาแต่โบราณและผ่านการ สืบทอดทางพิธีกรรมเป็นสายยาวจากรุ่นต่อรุ่นมาจนถึงปัจจุบัน” จากงานวิจัยที่ได้มาสรุปได้ว่า บทความทั้ง 3 บทความที่หามาได้นั้นมีความคล้ายคลึงกันคือ ความเป็นมาของประเพณีผีตาโขน ความสาคัญ ทาการละเล่นนี้เพื่อ บูชาวิญญาณผีบรรพชน แสดงให้เห็นถึงความกตัญญูของลูกหลานที่มีต่อบรรพบุรุษ
  16. 16. บทที่ 3 วิธีดาเนินการศึกษาค้นคว้า การจัดทาการศึกษาค้นคว้า เรื่องประเพณีผีตาโขน ผู้จัดทามีวิธีการดาเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1.วัสดุ อุปกรณ์และโปรแกรมที่ใช้ในการพัฒนา 1.1 อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อมเชื่อมต่อสายอินเทอร์เน็ต 1.2 เว็บไซด์ที่ให้ข้อมูล เช่น www.wikipidia.com 1.3 เว็บไซด์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร เช่น www.facebook.com , www.google.com 1.4 โปรแกรมที่ใช้ในการนาเสนองาน คือ โปรแกรม Microsoft Word
  17. 17. 2. วิธีดาเนินการศึกษาค้นคว้า 2.1 คิดหัวข้อโครงงานเพื่อนาเสนอคุณครูที่ปรึกษาการค้นคว้า 2.2 ศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวข้องกับเรื่องที่สนใจ ว่ามีข้อมูลมากน้อยเพียงใด มีมากพอที่จะนามาใช้ในการโครงงานได้หรือไม่ และเก็บข้อมูลรวบรวมไว้ 2.3 ทบทวนเรื่องที่ศึกษาจากการเรียน IS1 2.4 จัดทาโครงร่างการเขียนรายงานวิชาการ 2.5 จัดทาโครงร่างรายงานต่อคุณครูที่ปรึกษาการค้นคว้าเพื่อจะพิจารณาอนุมัติ 2.6 ศึกษาวิธีการจัดทารายงานทางวิชาการเป็นรูปเล่ม 2.7 นาเสนอความก้าวหน้าเป็นระยะๆตามที่คุณครูที่ปรึกษาการค้นคว้ากาหนด เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้า 2.8 ศึกษาวิธีการเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรม 2.9 จัดทาร่างรายงานทางวิชาการและเป็นรูปเล่ม 2.10 ตรวจสอบความถูกต้องของรายงานทางวิชาการ 2.11 นาเสนอร่างรายงานทางวิชาการเป็นรูปเล่มต่อคุณครูที่ปรึกษาการค้นคว้าเพื่อตรวจสอบความถูกต้อ ง 2.12 จัดทารายงานเป็นรูปเล่มฉบับสมบูรณ์ 2.13 จัดทา PPT นาเสนอในชั้นเรียน 2.14 เผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะชนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น Social media online (facebook)
  18. 18. บทที่ 4 ผลการศึกษา การศึกษาเรื่อง ประเพณีผีตาโขน ในรายวิชา การศึกษาและสร้างองค์ความรู้(IS1) และได้รวบรวมข้อมูลและพร้อมนาเสนอ ในรายวิชา การสื่อสารและการนาเสนอ(IS2) คณะผู้จัดทาได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูล มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการค้นคว้าหาความรู้และเป็นการเผยแพร่ประเพณีผีตาโขนอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งมีผลการดาเนินการศึกษา ดังนี้
  19. 19. 1. ผลการศึกษา (ผลตอบปัญหาประเด็นที่เราตั้งขึ้น ให้ตอบคาถาม) ความเป็นมาของประเพณีผีตาโขน ปราชญ์ท้องถิ่น ครูภูมิปัญญาและนักการศึกษาหลายท่านที่ศึกษาวิจัยเรื่องราวของผีตาโขนในแง่มุมต่างๆ ล้วนมีข้อสรุปตรงกันว่าประเพณีผีตาโขน เป็นการละเล่นที่เกี่ยวเนื่องกับพิธีกรรม เพื่อบวงสรวงบูชาติดต่อกับผู้ชมดูการละเล่น คือ วิญญาณผีบรรพชน ที่กลุ่มชนชาติพันธุ์ไท-ลาว เชื่อถือร่วมกันว่าบรรพชน คือ ต้นตระกูลเผ่าพันธุ์ผู้ที่สร้างบ้านแปลงเมือง บรรพชนเมื่อตายเป็นผี จึงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่น่าเกรงขาม มีอานาจที่จะดลบันดาลให้ความอุดมสมบูรณ์ หรือความหายนะแก่บ้านเมืองได้ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ เพื่อความอุดมสมบูรณ์พูนสุขของบ้านเมือง เมื่อถึงงานบุญประเพณีสาคัญ ๆ ตามฮีตประเพณี จึงจะต้องทาการละเล่นเต้นฟ้อนผีตาโขนเพื่อเซ่นสรวงบูชาให้เป็นที่ ถูกอกถูกใจแก่ผีบรรพชน การละเล่นผีตาโขนจึงเป็นการละเล่นที่มีมาแต่โบราณ และผ่านการ สืบทอดทางพิธีกรรมเป็นสายยาวจากรุ่นต่อรุ่นมาจนถึงปัจจุบัน ผีตาโขนจึงเป็นการละเล่นส่วนหนึ่งในงานบุญหลวงของอาเภอด่านซ้าย หรือเมืองด่านซ้ายในอดีต นับเป็นการละเล่นที่นาพาให้เกิดความสนุกสนานและความบันเทิงเป็นหลัก เช่นกันกับการเล่นทอดแห ขายยา และทั่งบั้ง อันเป็นสีสันแห่งการเฉลิมฉลองในงานบุญหลวงและโดยเฉพาะในพิธีอันเชิญพระเวสสันดร และนางมัทรีเข้าเมือง ตามฮีตเดือนสี่ (บุญเผวส) ของชาวอีสาน ซึ่งชาวด่านซ้าย ได้รวมเอางานบุญฮีตเดือนสี่(บุญเผวส) ฮีตเดือนห้า (บุญสงกรานต์) ฮีตเดือนหก (บุญบั้งไฟ) และ ฮีตเดือนเจ็ด (บุญซาฮะ) มาจัดขึ้นพร้อมกันในช่วงเดือนเจ็ดของทุกปี ซึ่งมักจะอยู่ระหว่างปลายเดือนมิถุนายนถึงช่วงต้นเดือนกรกฏาคม ทั้งนี้เจ้าพ่อกวน (ผู้นาทางจิตวิญญาณของท้องถิ่น)จะเป็นผู้กาหนดวันโดยผ่านพิธีการเข้าทรงล่วงหน้า คาว่า ผีตาโขน ตามความเห็นของเจ้ากวน (ถาวร เชื้อบุญมี) น่าจะมาจากการที่บรรดาผีเหล่านั้น สวมหน้ากากคล้ายลักษณะของโขนละคร แต่เดิมบางคนเรียกว่าผีตาขน แต่ก็หาความหมายไม่ได้ชัดแจ้ง และจากคาบอกเล่าของเจ้าพ่อกวนในขณะเข้าทรงว่า ผีตามคนมาในงานบุญพระเวส จึงเรียกผีตามคนต่อมาจึงเพี้ยนเป็นผีตาโขน จากการศึกษาวิจัยเรื่องพัฒนาการประเพณีผีตาโขน ของ สนอง อุปลาพบว่าประเพณีผีตาโขนเป็นการละเล่นที่เกิดจากความเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณของผีบรรพชน สืบสานมาจากการละเล่นปู่เยอ ย่าเยอของชาวหลวงพระบาง แต่เนื่องจากการละเล่น ผีตาโขน อาเภอด่านซ้าย ต้องผ่านพ้นกับกาลเวลาอันยาวนาน และฟันฝ่ากับระบบการเมือง การปกครอง
  20. 20. เศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งการปะทะสังสรรค์ทางวัฒนธรรมกับคนหลากหลายกลุ่มชน ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องและสัมพันธ์กับวิถีชีวิตในชุมชน จึงมีการปรับเปลี่ยนผสมผสานให้เป็นการละเล่นที่มีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น และมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย บทที่ 5 สรุปผล การดาเนินการศึกษาค้นคว้า และข้อเสนอแนะ
  21. 21. การจัดทา IS เรื่อง ประเพณีผีตาโขน นี้สามารถสรุปผลการดาเนินการศึกษาค้นคว้า และข้อเสนอแนะ ได้ดังนี้ 1. การดาเนินงานการศึกษาค้นคว้า 1.1 วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า 1.1.1 เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ ประวัติ ความเป็นมาของประเพณีผีตาโขน 1.1.2 เพื่อรู้ถึงความสาคัญของประเพณีผีตาโขนว่ามีความสาคัญต่อการดารงชีวิตหรือวิถีชีวิตของชาวบ้าน อย่างไรบ้าง 1.1.3 เพื่อที่จะเผยแพร่ข้อมูลของประเพณีผีตาโขนให้ผู้ที่อย่างศึกษาเกี่ยวกับเรื่องประเพณีผีตาโขนได้รู้แล ะได้เผยแพร่ต่อไป 1.2 วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือหรือโปรแกรมที่ใช้พัฒนา 1.2.1 เครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ต 1.2.2 เว็บ ไซ ด์ที่ ค อ ยใ ห้ ข้อ มูล เกี่ยว กับ เรื่ อ ง ป ร ะ เพ ณี ผี ต าโ ข น เช่น http://th.wikipedia.org/wiki/ http://allknowledges.tripod.com/phitakhon.html , http://www.paiduaykan.com/ 1.2.3เว็บไซด์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร เช่น www.facebook.com , www.hotmail.com , www.google.co.th 1.2.4 โปรแกรมที่ใช้ในการนาเสนองาน คือ โปรแกรม Microsoft Word
  22. 22. 2.สรุปผลการดาเนินงาน ผู้จัดทาได้เริ่มดาเนินงานตามขั้นตอนที่เสนอในบทที่ 3แล้วจึงสรุปได้ดังนี้ การศึกษาค้นคว้าข้อมูลของประเพณีผีตาโขนทาให้ผู้จัดทาได้ทราบเรื่องต่างๆที่ผู้จัดทาไม่เคยรู้มาก่อ น เช่น ประเพณีผีตาโขน เป็นการละเล่นที่เกี่ยวเนื่องกับพิธีกรรม เพื่อบวงสรวงบูชาติดต่อกับผู้ชมดูการละเล่น คือ วิญญาณผีบรรพชน ที่กลุ่มชนชาติพันธุ์ไท-ลาว เชื่อถือร่วมกันว่าบรรพชน คือ ต้นตระกูลเผ่าพันธุ์ผู้ที่สร้างบ้านแปงเมือง บรรพชนเมื่อตายเป็นผี จึงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่น่าเกรงขาม มีอานาจที่จะดลบันดาลให้ความอุดมสมบูรณ์ หรือความหายนะแก่บ้านเมืองได้ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ เพื่อความอุดมสมบูรณ์พูนสุขของบ้านเมือง เมื่อถึงงานบุญประเพณีสาคัญ ๆ ตามฮีตประเพณี จึงจะต้องทาการละเล่นเต้นฟ้อนผีตาโขนเพื่อเซ่นสรวงบูชาให้เป็นที่ ถูกอกถูกใจแก่ผีบรรพชน การละเล่นผีตาโขนจึงเป็นการละเล่นที่มีมาแต่โบราณ และผ่านการ สืบทอดทางพิธีกรรมเป็นสายยาวจากรุ่นต่อรุ่นมาจนถึงปัจจุบัน ผีตาโขนจึงเป็นการละเล่นส่วนหนึ่งในงานบุญหลวงของอาเภอด่านซ้าย หรือเมืองด่านซ้ายในอดีต นับเป็นการละเล่นที่นาพาให้เกิดความสนุกสนานและความบันเทิงเป็นหลัก เช่นกันกับการเล่นทอดแห ขายยา และทั่งบั้ง อันเป็นสีสันแห่งการเฉลิมฉลองในงานบุญหลวงและโดยเฉพาะในพิธีอันเชิญพระเวสสันดร และนางมัทรีเข้าเมือง ตามฮีตเดือนสี่ (บุญเผวส) ของชาวอีสาน ซึ่งชาวด่านซ้าย ได้รวมเอางานบุญฮีตเดือนสี่(บุญเผวส) ฮีตเดือนห้า (บุญสงกรานต์) ฮีตเดือนหก (บุญบั้งไฟ) และฮีตเดือนเจ็ด (บุญซาฮะ) มาจัดขึ้นพร้อมกันในช่วงเดือนเจ็ดของทุกปี ซึ่งมักจะอยู่ระหว่างปลายเดือนมิถุนายนถึงช่วงต้นเดือนกรกฏาคม ทั้งนี้เจ้าพ่อกวน (ผู้นาทางจิตวิญญาณของท้องถิ่น)จะเป็นผู้กาหนดวันโดยผ่านพิธีการเข้าทรงล่วงหน้า คาว่า ผีตาโขน ตามความเห็นของเจ้ากวน (ถาวร เชื้อบุญมี) น่าจะมาจากการที่บรรดาผีเหล่านั้น สวมหน้ากากคล้ายลักษณะของโขนละคร แต่เดิมบางคนเรียกว่าผีตาขน แต่ก็หาความหมายไม่ได้ชัดแจ้ง และจากคาบอกเล่าของเจ้าพ่อกวนในขณะเข้าทรงว่า ผีตามคนมาในงานบุญพระเวส จึงเรียกผีตามคนต่อมาจึงเพี้ยนเป็นผีตาโขน จากการศึกษาวิจัยเรื่องพัฒนาการประเพณีผีตาโขน ของ สนอง อุปลาพบว่าประเพณีผีตาโขนเป็นการละเล่นที่เกิดจากความเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณของผีบรรพชน สืบสานมาจากการละเล่นปู่เยอ ย่าเยอของชาวหลวงพระบาง แต่เนื่องจากการละเล่น ผีตาโขน อาเภอด่านซ้าย ต้องผ่านพ้นกับกาลเวลาอันยาวนาน และฟันฝ่ากับระบบการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งการปะทะสังสรรค์ทางวัฒนธรรมกับคนหลากหลายกลุ่มชน
  23. 23. ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องและสัมพันธ์กับวิถีชีวิตในชุมชน จึงมีการปรับเปลี่ยนผสมผสานให้เป็นการละเล่นที่มีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น และมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และการที่ผีตาโขนนั้นมีอยู่ 2 ประเภท คือ ผีตาโขนเล็ก และผีตาโขนใหญ่ทั้งสองนั้นจะมีการแต่งกายที่ต่างกัน 3.ข้อเสนอแนะ 3.1 ข้อเสนอทั่วไป 3.1.1 เว็บไซด์ต่างๆที่ผู้จัดทาได้หาข้อมูลนั้นสามารถใช้ได้ง่าย และรวดเร็ว แต่ถ้าหากเราใช้เว็บไซด์เหล่านั้นไม่ถูกต้องก็จะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น การละเมิดลิขสิทธิ์หรือการได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง 3.1.2 ควรจัดทาเนื้อหาของโครงงานให้หลากหลาย 3.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการพัฒนา 3.2.1 บางครั้งอินเตอร์เน็ตก็มีปัญหาเมื่อกลับไปหาข้อมูลที่บ้านทาให้ทางานให้เสร็จได้ช้าขึ้น 3.2.2 เพื่อให้เพื่อนนักเรียนได้รับความรู้ที่ผู้จัดทาได้ทาการรวบรวมมา เพราะจะทาให้เพื่อนนักเรียนนั้นมีความรู้ใหม่เพิ่มขึ้นมาเกี่ยวกับประเพณีผีตาโขน และรวมถึงผู้จัดทาด้วยเช่นกัน
  24. 24. ภาคนวก
  25. 25. ภาคผนวก ลักษณะของผีตาโขนใหญ่
  26. 26. ลักษณะของผีตาโขนเล็ก
  27. 27. ประวัติย่อของผู้ศึกษาค้นคว้า
  28. 28. ประวัติย่อของผู้ศึกษาค้นคว้า 1. ชื่อ เด็กหญิงพลอยณิชชา สุพัชรธนาวัฒน์ วันเกิด วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2542 สถานที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 353/23 หมู่10 ตาบล หนองไผ่อาเภอ ชุมแพ จังหวัด ขอนแก่น 40130 กาลังศึกษาอยู่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชุมแพศึกษา อีเมล์ poy-255411@hotmail.com / เบอร์โทรศัพท์0821086661
  29. 29. 2. ชื่อ เด็กหญิงชนิตาภรณ์ กงสะเด็น วันเกิด วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2542 สถานที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 200 หมู่9 ตาบล โนนสะอาด อาเภอ ชุมแพ จังหวัด ขอนแก่น 40130 กาลังศึกษาอยู่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชุมแพศึกษา อีเมล์ paiship@hotmail.co.th /เบอร์โทรศัพท์ 0832825173
  30. 30. 3. ชื่อ เด็กหญิงทรรศนีย์ ทาขันทา วันเกิด วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2542 สถานที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 202 หมู่5 ตาบล หนองไผ่อาเภอ ชุมแพ จังหวัด ขอนแก่น 40130 กาลังศึกษาอยู่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชุมแพศึกษา อีเมลล์ cartoon23@hotmail.co.th / เบอร์โทรศัพท์ 0924672836

×