Se ha denunciado esta presentación.
Utilizamos tu perfil de LinkedIn y tus datos de actividad para personalizar los anuncios y mostrarte publicidad más relevante. Puedes cambiar tus preferencias de publicidad en cualquier momento.
ระบบฐานข้อมูลสําหรับร้านค้าปลีกDatabase Management System for Retail Shop             นายสันติ พันไธสง             Santi P...
หัวข้อสารนิ พนธ์             ระบบฐานข้อมูลสําหรับร้านค้าปลีกนักศึกษา                     นาย สันติ พันไธสงรหัสนักศึกษา    ...
Project Title         Database Management System For Retail ShopStudent               Santi PanthaisongStudent ID         ...
กิตติกรรมประกาศ         สารนิพนธ์ฉบับนี้สาเร็จได้จากแนวความคิดและการแนะนําการดําเนินงานโครงงาน องค์                       ...
สารบัญ                                                                  หน้าบทคัดย่อภาษาไทย                               ...
สารบัญ (ต่อ)                                                        หน้าบทที่ 4 ผลการทดลองหรือดําเนินงาน        4.1 การออก...
บทที่ 1                                                บทนําความเป็ นมา        โดยทัว ไปแล้ว ร้า นค้า ปลีก ยัง เป็ น ระบบง...
2. วิ เคราะห์ (Analysis)         ในร้านค้าปลีก จะมีลกค้าเข้ามาซือสินค้าเป็ นจํานวนมากในระยะเวลาหนึ่งๆ ซึงอาจทําให้เกิด    ...
4.4 ระบบคลังสินค้า               4.4.1 สามารถบันทึกการรับสินค้าเข้าร้านได้               4.4.2 สามารถคํานวณราคาสินค้าต่อหน...
                                             บทที่ 2                                        ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง2.1 กล่าวนํา...
                   2.2.2.2 ซอฟต์แวร์ (Soft Ware) ระบบจัดการฐานข้อมูล (Database ManagementSystem) คือ ซอฟท์แวร์ททาหน้าทีในก...
                          2.2.2.5 ขันตอนปฏิบตงาน (Procedure) ในระบบฐานข้อมูลทีดจะต้องมีการจัดทําเอกสารที่                 ...
                                    (4) ยากต่อการพัฒนาโปรแกรม                 2.2.4.2 แบบจําลองฐานข้อมูลเครือข่าย (Network...
                    2.2.4.4 แบบจําลองฐานข้อมูลเชิงวัตถุ (Object-Oriented database model) เป็ นเทคโนโลยี          ใหม่ของกา...
                         2.2.5.2 ประเภทของคีย์                                 1) คียผสม (Combine key หรือComposite key) ห...
                                          5) ค่าของข้อมูลในแต่ละแอททริบวต์ของแถวหนึ่งๆ จะเก็บข้อมูลได้เพียงค่าเดียว       ...
                2.2.6.3 รีเลชัน (Relation)เป็ นความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิต้ี เช่น รีเลชันระหว่างเอนทิต้ี                    ...
                2. รับแสงทีสะท้อนกลับมาจากตัวบาร์โค๊ด ฉายการอ่านบาร์โค้ดจะใช้หลักการสะท้อนแสง                         ่กลั...
                           รูปที่ 2.4 แสดงลําดับการทํางานของเครืองอ่านรหัสแท่ง                                            ...
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง
Próxima SlideShare
Cargando en…5
×

ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง

34.259 visualizaciones

Publicado el

ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก
Database Management System for Retail Shop โดย สันติ พันไธสง

Publicado en: Empresariales

ระบบฐานข้อมูลสำหรับร้านค้าปลีก โดย สันติ พันไธสง

  1. 1. ระบบฐานข้อมูลสําหรับร้านค้าปลีกDatabase Management System for Retail Shop นายสันติ พันไธสง Santi Panthaisong สารนิพนธ์ฉบับนี้ เป็ นส่วนหนึ่ งของการศึกษา ตามหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการจัดการเทคโนโลยี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ปี การศึกษา 2554
  2. 2. หัวข้อสารนิ พนธ์ ระบบฐานข้อมูลสําหรับร้านค้าปลีกนักศึกษา นาย สันติ พันไธสงรหัสนักศึกษา 5317670015ปริ ญญา วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาวิ ชา การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศพ.ศ. 2554อาจารย์ผควบคุมสารนิ พนธ์ รศ.ดร. ฤกษ์ชย ฟูประทีปศิริ ู้ ั บทคัดย่อ โครงงานนี้น้ีจะเป็ นการนําเสนอ ระบบการจัดการฐานข้อมูลสําหรับร้านค้าปลีก มาช่วย ่ ี ่ ่ ัจัดการข้อมูลทีมอยูได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเริมวิเคราะห์ปญหาทีพบบ่อยในกระบวนการการ ่ ั ัทํางานต่างๆ ของร้านค้าปลีก และนําเทคโนโลยีในปจจุบนมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบงาน ันี้ โดยหวังจะลดปญหาและข้อผิดพลาดต่างๆ ในการบริหารจัดการร้านค้าปลีก เช่น การจัดการระบบคลังสินค้า ตรวจสอบยอดขาย เพือให้การดําเนินงานเป็ นไปอย่างรวดเร็ว และออกรายงาน ่ทีตองการเพือนําไปวางแผนสําหรับการจัดการร้านค้าต่อไป ่ ้ ่ I
  3. 3. Project Title Database Management System For Retail ShopStudent Santi PanthaisongStudent ID 5317670015Degree Master of ScienceProgram Information Technology ManagementYear 2011Thesis Advisor Assoc. Prof. Reckchai Fooprateepsiri, Ph.D. ABSTRACT This project will be presented. Database management system for retailers thatmanage existing information effectively. By analyzing common problems in retaileroperation. Used current technology to developing this system. It is expected to reducethe problems and errors in retail outlets management such as warehouse managementsystems, check daily sales that improve retailer operation faster and higherperformance. And reporting with any requirement to plan for the management of thestore. II
  4. 4. กิตติกรรมประกาศ สารนิพนธ์ฉบับนี้สาเร็จได้จากแนวความคิดและการแนะนําการดําเนินงานโครงงาน องค์ ํความรูต่างๆจากอาจารย์ รศ.ดร.ฤกษ์ชย ฟูประทีปศิริ อาจารย์ทปรึกษาทีได้เสียสละเวลาให้ ้ ั ่ี ่คําปรึกษา ตรวจสอบข้อบกพร่องของระบบให้มความสมบูรณ์ อีกทังเพือๆทีคอยช่วยเหลือ ี ้ ่ ่สนับสนุนการจัดทําสารนิพนธ์ฉบับนี้ ขอกราบขอพระคุณ คณาจารย์ทุกท่านทีชวยประสิทธิ ์ประสาทวิชาความรูจนสามารถ ่ ่ ้จัดทําสารนิพนธ์ให้สาเร็จได้ดวยดี ท้ายนี้ขอกราบพระคุณบิดามารดาทีคอยให้กาลังใจเสมอ ํ ้ ่ ํ สันติ พันไธสง III
  5. 5. สารบัญ หน้าบทคัดย่อภาษาไทย Iกิตติกรรมประกาศ IIสารบัญ IIIสารบัญตาราง Vสารบัญรูป VIบทที่ 1 บทนํา ั 1.1 ปญหาและแรงจูงใจ 1 1.2 วิเคราะห์ 2 1.3 จุดประสงค์ 2 1.4 ขอบเขต 2 1.5 แผนเวลาของโครงการ 3บทที่ 2 ทฤษฎีและการออกแบบ 2.1 กล่าวนํา 4 2.2 ทฤษฏีฐานข้อมูล 4 2.3 รหัสแท่ง 11บทที่ 3 การดําเนินโครงการ 3.1 ผังแสดงกระแสข้อมูลระดับสูง 16 3.2 ผังกระแสข้อมูลระดับต่างๆ 18 3.3 ผังแสดงความสัมพันธ์ของแฟ้มข้อมูล 31 3.4 Mapping Entity-Relationship Diagram 32 3.5 พจนาจุกรมข้อมูล 33 3.6 การออกแบบ interface ของระบบฐานข้อมูลร้านค้าปลีก 39 IV
  6. 6. สารบัญ (ต่อ) หน้าบทที่ 4 ผลการทดลองหรือดําเนินงาน 4.1 การออกแบบการดําเนินการในส่วนการเก็บข้อมูล 51 4.2 การทดสอบกระบวนการทํางานแต่ละส่วน 52บทที่ 5 สรุปผลการดําเนินงาน 5.1 บทสรุป 69 ั 5.2 ปญหาและอุปสรรคทีพบจากการทําโครงงาน ่ 69 5.3 แนวทางการพัฒนาโครงการ 69เอกสารอ้างอิง 70 V
  7. 7. บทที่ 1 บทนําความเป็ นมา โดยทัว ไปแล้ว ร้า นค้า ปลีก ยัง เป็ น ระบบงานที่ใ ช้บุ ค ลากรเป็ น ผู้ป ฏิบ ัติง าน ซึ่ง เป็ น การ ่ปฏิบติงานที่ยงมีขอผิดพลาดและขาดความเป็ นระเบียบเรียบร้อย เช่น การขายสินค้า การจัดการ ั ั ้คลังสินค้า การคิดราคาสินค้า การตรวจสอบใบเสร็จย้อนหลัง เป็ นต้น ซึงสิงต่างๆ เหล่านี้จะก็ให้เกิด ่ ่ ัป ญ หาด้ า นการจัด การร้า น เป็ น ผลให้เ กิด ความเสีย หายทางธุ ร กิจ เกิด ความล่ า ช้า หรือ เกิดข้อผิดพลาดต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อความพึงพอใจของลูกค้า เนื่องจากลุกค้าต้องการความรวดเร็วและความถูกต้องจากการรับบริการ นอกจากนี้ลูกค้ายังมีทางเลือกทีหลากหลายจากการเกิดขึ้นของร้านค้าปลีกรายใหญ่ดวย ้ ั ั ในปจจุบนได้มรานค้าปลีกต่างชาติได้เข้ามาเปิ ดสาขาในไทยมากมาย โดยร้านค้าเหล่านี้มี ี้จุดเด่นอยู่ทการจัดการร้านด้วยความรวดเร็ว และมีการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยในการทํางาน ่ีทําให้รานค้าปลีกของไทย ยากทีจะแข่งขันได้หากไม่มการเปลียนแปลง เพื่อตอบรับกับความต้องการ ้ ่ ี ่ของลูกค้า เพื่อให้การจัดการร้านค้าปลีกให้มประสิทธิภาพมากยิงขึน จึงได้มการทําเทคโนโลยีเข้ามา ี ่ ้ ีช่วยในการดําเนินงาน โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ เพื่อมาช่วยในการทํางานหลายๆ ด้าน เช่น จัดเก็บข้อมูล ค้นหาข้อมูลต่างๆ การจัดแสดงรายงานต่อเจ้าของกิจการ เพื่อนําข้อมูลต่างๆ ไปปรับปรุงร้านเพือสร้างความพึงพอใจให้กบลูกค้าได้มากขึน ่ ั ้1. ปัญหา และแรงจูงใจ (Problem/Motivation) ั 1.1. เพือลดปญหาจากการขายสินค้าเช่น คิดราคาผิด เป็ นต้น ่ 1.2. เพือสามารถจัดการคลังสินค้าได้ตอลดเวลา ่ 1.3. สามารถตรวจสอบสินค้าในคลังได้ทนที ไม่ตองใช้วธเดินไปตรวจสอบ ั ้ ิี 1.4. เพือเพิมความรวดเร็วในการขายสินค้า สร้างความพึงพอใจให้กบลูกค้า ่ ่ ั 1.5. สามารถตรวจสอบรายการขายย้อนหลังได้ 1.6. เพือให้จดการข้อมูลต่างๆ ภายในร้านได้อย่างถูกต้องและเป็ นระบบ ่ ั 1  
  8. 8. 2. วิ เคราะห์ (Analysis) ในร้านค้าปลีก จะมีลกค้าเข้ามาซือสินค้าเป็ นจํานวนมากในระยะเวลาหนึ่งๆ ซึงอาจทําให้เกิด ู ้ ่ความล่าช้าในการขายสินค้าได้ นอกจากนี้ยงก่อให้เกิดความผิดพลาดทีอาจจะตามมาได้ เช่น การคิด ั ่ราคาสินค้าผิด นับจํานวนสินค้าไม่ครบ เป็ นต้น เนื่องจากทางร้านดําเนินการด้วยคนเป็ นหลัก และเมื่อมีการจัดเก็บใบเสร็จทีเป็ นเอกสารต่างๆ แล้วก็จะพบว่าเกิดการสูญหายหรือเสียหายอยู่บ่อยครัง ่ ้ ัเนื่องจากจํานวนของใบเสร็จและปญหาจากการจัดเก็บไม่ดี ทําให้ลูกค้าหลายคนไม่พอใจในการซื้อสินค้า3. จุดประสงค์ (Objectives) การพัฒนาระบบร้านค้าปลีกมีวตถุประสงค์หลักในการดําเนินงาน ดังนี้ ั 3.1 ศึก ษาและทําการออกแบบระบบร้านค้าปลีก เพื่อจัดการข้อมูล ให้มีความเป็ น ระเบียบ ั สะดวกต่อการใช้งานและแก้ปญหาการซํ้าซ้อนของข้อมูล 3.2 เพือพัฒนาระบบร้านค้าปลีก โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ่ 3.3 เพื่อให้การดําเนินงานของร้านค้าปลีก เช่น การขาย การจัดการคลังสินค้า การซื้อสินค้า การบันทึกใบเสร็จ มีความรวดเร็ว ลดข้อผิดพลาดและสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้4. ขอบเขต (Scope) 4.1 ระบบจัดการข้อมูลพืนฐาน ้ 4.1.1 สามารถค้นหา เพิม ลบ แก้ไข ข้อมูลสินค้า ่ 4.1.2 สามารถค้นหา เพิม ลบ แก้ไข ข้อมูลลูกค้า ่ 4.1.3 สามารถค้นหา เพิม ลบ แก้ไข ข้อมูลผูใช้ระบบ ่ ้ 4.1.4 สามารถค้นหา เพิม ลบ แก้ไข ข้อมูลผูผลิต ่ ้ 4.2 ระบบการขาย 4.2.1 สามารถทําการขายสินค้า พร้อมกับคํานวณราคาและเงินทอนได้ 4.2.2 สามารถยกเลิกการขายสินค้าได้ 4.2.3 สามารถเปลียนแปลงรายการการขายแต่ละรายการได้ ่ 4.2.4 สามารถแสดงยอดค้างชําระของลูกค้าแต่ละคนได้ 4.2.5 สามารถแสดงสินค้าทีลกค้าซือเป็ นประจําได้ ู่ ้ 4.3 ระบบการจองสินค้าหรือสังล่วงหน้า ่ 4.3.1 สามารถให้ลกค้าโทรมาสังสินค้าล่วงหน้า หรือสังสินค้าล่วงหน้าได้ ู ่ ่ 2  
  9. 9. 4.4 ระบบคลังสินค้า 4.4.1 สามารถบันทึกการรับสินค้าเข้าร้านได้ 4.4.2 สามารถคํานวณราคาสินค้าต่อหน่วย ต้นทุนสินค้าเมือรับสินค้าเข้าร้านได้ ่ 4.4.3 สามารถตัดจํานวนสินค้าเมือมีการขายสินค้านันๆ ออกไปทันทีเมือมีการขาย ่ ้ ่ 4.4.4 สามารถแจ้งเตือนเมือสินค้าใดๆ ในร้านเหลืออยูต่ํากว่าจุดสังซือ ่ ่ ่ ้ 4.4.5 สามารถแจ้งตําแหน่งของสินค้าในโกดังได้ เมือทําการค้นหาจากระบบ ่ 4.5 ระบบการแสดงรายงาน 4.5.1 สามารถแสดงยอดรวมยอดขายตามเงือนไขได้ เช่น ยอดต่อวัน ยอดต่อเดือน ่ 4.5.2 สามารถแสดงรายได้สทธิตามเงือนไขได้ เช่น กําไรต่อวัน ต่อเดือน ุ ่ 4.5.3 สามารถแสดงข้อมูลสินค้าขายดีตามเงือนไขได้ ่ 4.5.4 สามารถแสดงข้อมูลลูกค้าค้างชําระได้ 4.5.5 สามารถแสดงรายาชื่อสินค้าในคลังได้ 4.5.6 สามารถแสดงสินค้าในคลังทีจานวนตํ่ากว่าจุดสังซือ ่ํ ่ ้ 4.5.7 สามารถแสดงข้อมูลลูกค้าตามเงือนไขได้ ่ 5. แผนเวลาของโครงงาน (Calendar Planning) ชื่องาน (Task Name) : ระบบฐานข้อมูลสําหรับร้านค้าปลีก ลักษณะงาน (Description) : การพัฒนาระบบฐานข้อมูล ระยะเวลา (Duration) : มิถุนายน 2554 – เมษายน 2554 ขั้นตอนการดําเนินงาน มิ.ย.- ก.ค ส.ค.- ก.ย ต.ค.- พ.ย ธ.ค.- ก.พ มี.ค.- เม.ยระยะที่ 1 วิเคราะห์และศึกษาระบบงานปั จจุบน ัระยะที่ 2 ศึกษาความต้องการของระบบระยะที่ 3 วิเคราะห์และออกแบบระบบระยะที่ 4 พัฒนาและทดสอบระบบระยะที่ 5 ทําคู่มือและเอกสารที่เกี่ยวข้อง 3   
  10. 10.    บทที่ 2 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง2.1 กล่าวนํา ั ั ในปจจุบนระบบบ่งชีอตโนมัติ (Automatic identification) ได้นิยมนํามาใช้ในการจัดเก็บข้อมูล ระบุ ้ ัสถานะของสัตว์ หรือสิงของต่างๆ เช่น สินค้าทีเราให้ความสนใจ ซึงระบบบ่งชีอตโนมัตทรจกและใช้งานกัน ่ ่ ่ ้ ั ิ ่ี ู้ ัอย่างแพร่หลายทีสดคือ ระบบบาร์โค้ด (Barcode System) ซึงสามารถพบเห็นได้ทวไปในธุรกิจหรือใน ุ่ ่ ั่ชีวตประจําวัน และด้วยเหตุผลของบาร์โค้ดทีทาให้งายต่อการจัดเก็บข้อมูลทําให้ถกนํามาใช้ในการจัดการ ิ ่ ํ ่ ูระบบคงคลังของธุรกิจมาก เพือให้ธุรกิจมีความรวดเร็วในการจัดการ ลดข้อจํากัดในเรืองระยะเวลา ลดเวลา ่ ่ในการดําเนินงาน2.2 ทฤษฎีฐานข้อมูล [1] ฐานข้อมูล (Database) หมายถึง กลุ่มของข้อมูลทีมความสัมพันธ์กน นํามาเก็บรวบรวมเข้าไว้ ่ ี ัด้วยกันอย่างมีระบบ และต้องตรงตามวัตถุประสงค์ในการใช้งาน เช่น ข้อมูลทะเบียนนักศึกษา จะมีขอมูล ้เกียวกับนักศึกษา ข้อมูลเกียวกับรายวิชาทีลงทะเบียน ข้อมูลอาจารย์ผสอน ข้อมูลเกียวกับเกรดของ ่ ่ ่ ู้ ่นักศึกษา เป็ นต้น กลุ่มของข้อมูลนันอาจจะเกียวกับบุคคล สิงของ สถานที่ หรือเหตุการณ์ต่างๆ ทีเราสนใจ ้ ่ ่ ่หรืออาจได้มาจากการสังเกต การนับการวัด รวมทังข้อมูลทีเป็ นตัวเลข ข้อความ และรูปภาพ ก็สามารถ ้ ่นํามาจัดเก็บเป็ นฐานข้อมูลได้แต่ทสาคัญข้อมูลทุกอย่างต้องมีความสัมพันธ์กน และเก็บรวบรวมอย่างเป็ น ่ี ํ ัระบบ เพราะเป็ นสิงทีตองนํามาใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคต ่ ่ ้ 2.2.1 ระบบฐานข้อมูล (Database System) หมายถึง ระบบการรวบรวมฐานข้อมูลหลายๆ ฐานข้อมูล ทีมความสัมพันธ์กน โดยมีวตถุประสงค์ ่ ี ั ัเพือเป็ นการลดความซํ้าซ้อนของข้อมูล ภายในระบบฐานข้อมูลต้องมีสวนของซอฟต์แวร์ททาหน้าทีในการ ่ ่ ่ี ํ ่เชื่อมโยงและจัดการฐานข้อมูล ด้วยวิธและรูปแบบเหมาะสมเพือให้ผใช้งานสามารถเก็บข้อมูล ดูแลรักษา ี ่ ู้ความปลอดภัย และง่ายต่อการนํามาใช้งานซอฟต์แวร์ซงเรียกว่า Database Management System ่ึ(DBMS) 2.2.2 องค์ประกอบของระบบฐานข้อมูล 2.2.2.1 ฮาร์ดแวร์ (Hard Ware) ในระบบฐานข้อมูลทีมประสิทธิภาพควรมีฮาร์ดแวร์ต่างๆ ที่ ่ ีพร้อมจะอํานวยความสะดวกในการบริหารระบบงานฐานข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่วาจะเป็ นความเร็ว ่ของหน่วยประมวลผล ขนาดของหน่วยความจํากลางอุปกรณ์นําเข้าและออกรายงาน รวมถึงหน่วยความจําสํารองทีรองรับการประมวลผลข้อมูลในระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ่ 4  
  11. 11.    2.2.2.2 ซอฟต์แวร์ (Soft Ware) ระบบจัดการฐานข้อมูล (Database ManagementSystem) คือ ซอฟท์แวร์ททาหน้าทีในการจัดการฐานข้อมูล ในเรืองของการสร้างการปรับเปลียนแก้ไข ่ี ํ ่ ่ ่โครงสร้าง การเรียกใช้ การจัดทํารายงาน การควบคุม การดูแลรักษาความปลอดภัย โดยจะเป็ นสือกลาง ่ระหว่างผูใช้กบโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ทีมอยูในฐานข้อมูล ้ ั ่ ี ่ 2.2.2.3 ข้อมูล (Data) ข้อมูลทีถูกเก็บอยูในฐานข้อมูล และมีความสัมพันธ์กนระหว่างข้อมูล ่ ่ ัในฐานข้อมูลมีการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลให้เป็ นศูนย์กลางข้อมูลอย่างเป็ นระบบ ซึงข้อมูลเหล่านี้สามารถใช้ ่ร่วมกันได้ ผูใช้ขอมูลในระบบฐานข้อมูล จะมองภาพข้อมูลในลักษณะทีแตกต่างกัน ้ ้ ่ 1) มุมมองของการนําข้อมูลไปใช้ (External Level) จะสามารถแบ่งข้อมูลได้ดงนี้ ั (1) ข้อมูลขาเข้า หรือข้อมูลดิบ (Data) เช่น ข้อมูลการสังซือข้อมูลการ ่ ้ตรวจรับ (2) ข้อมูลสารสนเทศ (Information) คือข้อมูลขาเข้าหรือข้อมูลดิบทีผาน ่ ่ ่การประมวลผลแล้ว เช่น ฝายผลิตต้องการข้อมูลแสดงภาพรวมของสินค้าทีถูกสังเพือนําไปใช้ในการสัง่ ซือ ่ ่ ่ ้วัตถุดบ จึงทําการหาผลรวมจํานวนสินค้าทีถูกสัง่ แยกตามรายการสินค้า เพือความสะดวกในการใช้งาน ิ ่ ่ 2) มุมมองของผูออกแบบระบบฐานข้อมูล (Physical Level) ้ (1) ข้อมูลทีผใช้ระบบต้องการใช้งาน (User Data) เช่น ข้อมูลของผูใช้ใน ่ ู้ ้ระบบงานขายสินค้า ได้แก่ ข้อมูลสินค้า, ข้อมูลลูกค้าและข้อมูลการสังซือสินค้า เป็ นต้น่ ้ (2) ข้อมูลทีใช้อธิบายโครงสร้างของข้อมูล (Metadata) ในระบบฐานข้อมูล ่จะเรียกว่าพจนานุกรมข้อมูล (Data dictionary) ใช้สาหรับการอธิบายโครงสร้างของข้อมูล ประเภทของ ํข้อมูล และคุณลักษณะพิเศษอื่นๆ 2.2.2.4 บุคลากร (People) ในระบบฐานข้อมูลจะมีบุคลากรทีเกียวข้องดังนี้ คือ ่ ่ 1) ผูใช้ทวไป (User) หมายถึง บุคลากรทีใช้ขอมูลจากระบบฐานข้อมูล เพือให้งาน ้ ั่ ่ ้ ่สําเร็จลุลวงได้ เช่น ในระบบการฝากเงินธนาคารผูใช้ทวไปคือ พนักงาน ธนกิจ ทีรบฝากเงิน หรือระบบดู ่ ้ ั่ ่ัเกรดนักศึกษา ผูใช้ทวไปคือนักศึกษา ้ ั่ 2) พนักงานปฏิบตการ (Operator) หมายถึงผูปฏิบตการด้านการประมวลผล การ ั ิ ้ ั ิป้อนข้อมูลเข้าเครืองคอมพิวเตอร์ ่ 3) นักเขียนโปรแกรม (Programmer) หมายถึงผูทมหน้าทีเขียนโปรแกรม ้ ่ี ี ่ประยุกต์ใช้งานต่างๆ เพือให้จดเก็บข้อมูล การเรียกใช้ขอมูลเป็ นไปตามความต้องการของผูใช้ ่ ั ้ ้ 4) นักวิเคราะห์และออกแบบระบบ (System Analyst) หมายถึงบุคลากรทีทาหน้าที่ ่ ํวิเคราะห์ระบบฐานข้อมูล และออกแบบระบบงานทีจะนํามาใช้ ่ 5) ผูบริหารฐานข้อมูล (Database Administrator) หมายถึงบุคลากรทีทาหน้าที่ ้ ่ ํบริหารและควบคุมการบริหารงานของระบบฐานข้อมูล ทังหมดเป็ นผูตดสินใจว่าจะรวบรวมข้อมูลอะไรเข้าใน ้ ้ ัระบบ จัดเก็บโดยวิธใดเทคนิคการเรียกใช้ขอมูล กําหนดระบบวิธการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล การ ี ้ ี 5  
  12. 12.    2.2.2.5 ขันตอนปฏิบตงาน (Procedure) ในระบบฐานข้อมูลทีดจะต้องมีการจัดทําเอกสารที่ ้ ั ิ ่ ีระบุขนตอนการทํางานของหน้าทีต่างๆ ระบบฐานข้อมูลทังในสภาวะปกติ และในสภาวะทีระบบเกิดการ ั้ ่ ้ ่ ัขัดข้อง หรือเกิดปญหา ซึงจะเป็ นขันตอนการปฏิบตงานสําหรับบุคลากรในทุกระดับขององค์กร ่ ้ ั ิ ั 2.2.3 โครงสร้างฐานข้อมูลโครงสร้างฐานข้อมูลหรือสถาปตยกรรมฐานข้อมูลแบ่งเป็ น 3 ระดับ 2.2.3.1 ระดับภายนอก - เป็นระดับการมองข้อมูลภายในฐานข้อมูลสําหรับผูใช้แต่ละคน ้ข้อมูลทีเห็นอาจจะมากน้อยแตกต่างกัน ขึนอยูกบสิทธิ ์การเข้าใช้งานฐานข้อมูล ่ ้ ่ ั 2.2.3.2 ระดับแนวคิด - เป็ นระดับของการออกแบบฐานข้อมูล จะมองเห็นข้อมูลทังหมดใน ้ฐานข้อมูล 2.2.3.3 ระดับภายใน - เป็ นระดับของการจัดเก็บข้อมูลด้วยโครงสร้างข้อมูลทีเหมาะสม ซึง ่ ่โครงสร้างทีใช้เก็บข้อมูลมีผลต่อความเร็วและประสิทธิภาพในการเข้าถึงข้อมูลการแบ่งโครงสร้างฐานข้อมูล ่ออกเป็ น 3 ระดับนี้ ทําให้เกิดความเป็ นอิสระของข้อมูลเมือมีการเปลียนแปลงแก้ไขโครงสร้างข้อมูลในระดับ ่ ่ภายในหรือระดับแนวคิดจะไม่มผลกระทบต่อโปรแกรมทีผใช้ใช้งานอยูในระดับภายนอก ี ่ ู้ ่ 2.2.4 แบบจําลองฐานข้อมูลแบบจํา ลองฐานข้อมูล คือโครงสร้างข้อมูลระดับตรรกะทีใช้นํา เสนอ ่ข้อมูลและความสัมพันธ์ ระหว่างข้อมูล ให้อยูในรูปแบบทีเข้าใจได้งาย แบบจําลองฐานข้อมูลมี 4 ประเภท ่ ่ ่ดังนี้ 2.2.4.1 แบบจําลองฐานข้อมูลลําดับขัน (Hierarchical database model) แบบจําลองชนิดนี้ ้ไฟล์ขอมูลจะถูกจัดไว้เป็ นโครงสร้างแบบบนลงล่าง ซึงมีลกษณะคล้ายกับโครงสร้างต้นไม้ เป็ นลําดับขัน ้ ่ ั ้ระดับสูงสุดจะเรียกว่า Root ระดับล่างสุดจะเรียกว่า Leaves ไฟล์ขอมูลต่างๆ จะมีเพียงไฟล์พอแค่หนึ่งไฟล์ ้ ่เท่านัน (one Parent) และแตกสาขาออกเป็ นหลายๆ ไฟล์ เรียกว่า ไฟล์ลก ปจจุบนไม่นิยมใช้กนแล้ว ข้อมูล ้ ู ั ั ัจะมีความสัมพันธ์ในลักษณะ one-to-many 1) ข้อดีของแบบจําลองฐานข้อมูลลําดับชัน ้ (1) เหมาะกับข้อมูลทีมความสัมพันธ์แบบ one-to-many ่ ี (2) ความสามารถในการควบคุมความถูกต้องในข้อมูล (3) เหมาะกับข้อมูลทีมการเรียงลําดับแบบต่อเนื่อง ่ ี 2) ข้อเสียของแบบจําลองฐานข้อมูลลําดับชัน ้ (1) ไม่สามารถรองรับข้อมูลทีมความสัมพันธ์ในลักษณะของmany-to- ่ ีmany (2) มีความยืดหยุนน้อย ปรับเปลียนโครงสร้างมีความยุงยาก ่ ่ ่ (3) การค้นข้อมูลซึงอยูระดับล่างๆ จะต้องค้นหาไฟล์ทางด้านบนก่อน ่ ่ 6  
  13. 13.    (4) ยากต่อการพัฒนาโปรแกรม 2.2.4.2 แบบจําลองฐานข้อมูลเครือข่าย (Network database model) มีโครงสร้างคล้ายกับโครงสร้างแบบลําดับขัน แต่จะมีความแตกต่างกันคือความสัมพันธ์ของข้อมูลมีทงแบบ one-to-many และ ้ ั้many-to-many ซึงมีความยืดหยุนทีสงกว่า ่ ่ ู่ 1) ข้อดีของแบบจําลองฐานข้อมูลเครือข่าย (1) สนับสนุนความสัมพันธ์แบบ many-to-many (2) ความซํ้าซ้อนในข้อมูลเกิดขึนน้อยกว่าแบบลําดับขัน ้ ้ (3) มีความยืดหยุนในด้านของการค้นหาข้อมูลดีกว่าเพราะใช้พอยน์เตอร์ ่ในการเข้าถึง 2) ข้อเสียของแบบจําลองฐานข้อมูลเครือข่าย (1) ความปลอดภัยของข้อมูลตํ่า (2) ใช้เนื้อทีหน่วยความจําในการเก็บพอยน์เตอร์ ่ (3) การเปลียนแปลงในโครงสร้างมีความยุงยากอยู่ ่ ่ 2.2.4.3 แบบจําลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational database model) เป็ นลักษณะการออกแบบฐานข้อมูลโดยจัดข้อมูลให้อยูในลักษณะของตารางภายในตารางประกอบด้วยแถว (Row) และ ่คอลัมน์ (Column) สามารถมีความสัมพันธ์กบตารางอื่นๆ ได้ ไม่วาเป็ นแบบ one-to-many หรือ แบบ ั ่many-to-many และจะใช้ Key ในการอ้างอิงถึงตารางอื่นๆ ทีเกียวข้อง ซึง Key สามารถเป็ นได้ทง Primary ่ ่ ่ ั้Key และ Secondary Key เพือเข้าถึงข้อมูลได้ ดังนันผูออกแบบฐานข้อมูลจะต้องมีการวางแผนถึง ่ ้ ้ตารางข้อมูลทีจาเป็ นต้องใช้ ่ํ 1) ข้อดีของแบบจําลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (1) มีความเข้าใจและสือสารได้เข้าใจง่าย เนื่องจากนําเสนอในลักษณะ ่ตาราง 2 มิติ (2) สามารถเลือกวิวข้อมูลตามเงือนไขได้ ่ (3) ความซับซ้อนในข้อมูลมีน้อย (4) มีระบบความปลอดภัยทีดี เพราะผูใช้งานจะไม่ทราบถึงกระบวนการ ่ ้จัดเก็บข้อมูล (5) โครงสร้างข้อมูลมีความเป็ นอิสระจากโปรแกรม 2) ข้อเสียของแบบจําลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (1) มีคาใช้จายในระบบค่อนข้างสูง เนื่องจากใช้ทรัพยากรทีมความสามารถ ่ ่ ่ ีสูง (2) แก้ไขปรับปรุงแฟ้มข้อมูลมีความยุงยาก เนื่องจากไม่ทราบถึง ่กระบวนการจัดเก็บข้อมูลในฐานข้อมูลทีแท้จริง่ 7  
  14. 14.    2.2.4.4 แบบจําลองฐานข้อมูลเชิงวัตถุ (Object-Oriented database model) เป็ นเทคโนโลยี ใหม่ของการจัดการฐานข้อมูลเชิงวัตถุ ให้ความสนใจด้วยการมองทุกสิงเป็ นวัตถุ โดยแต่ละวัตถุจะ ่ เป็ นแหล่งรวมของข้อมูล มีคลาสเป็ นตัวกําหนดคุณสมบัตหรือรายละเอียดของวัตถุ รวมทัง ิ ้ คุณสมบัตการปกปิ ดความลับของวัตถุ ิ 1) ข้อดีของแบบจําลองฐานข้อมูลเชิงวัตถุ (1) สามารถจัดการกับข้อมูลชนิดต่างๆ ทีมความสลับซับซ้อนได้เป็ นอย่าง ่ ี ดี ไม่วาจะเป็ นภาพกราฟิก วิดโอ และเสียง ่ ี (2) สนับสนุนคุณสมบัตของการนํากลับมาใช้ใหม่ (Reusable) ิ 2) ข้อเสียของแบบจําลองฐานข้อมูลเชิงวัตถุตองใช้บุคลากรทีมความรูความ ้ ่ ี ้เชียวชาญ และประสบการณ์ในการจัดการกับข้อมูลทีมความสลับซับซ้อน ่ ่ ี 2.2.5 ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database) [2] เป็ นฐานข้อมูลทีใช้โมเดลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database Model) มีการเก็บ ่แฟ้มข้อมูลในรูปตาราง 2 มิติ คือ ในแต่ละตารางแบ่งออกเป็ น แถวๆ และในแต่ละแถวจะแบ่งเป็ นคอลัมน์ทําให้งายต่อการเข้าใจและการประยุกต์ใช้งาน ด้วยเหตุน้ี ระบบฐานข้อมูลแบบนี้จงได้รบความนิยมมากทีสด ่ ึ ั ุ่เนื่องจากแบบจําลองนี้เกิดจากทฤษฎีทางคณิตศาสตร์เรืองเซ็ท (Set) ดังนัน เราจะมีคาศัพท์เฉพาะดังนี้ ่ ้ ํ 1) รีเลชัน (Relation) ตาราง (Table) ่ 2) ทูเปิ ล (Tuple) แถว (Row) หรือ เรคคอร์ด (Record) หรือ ระเบียน 3) แอททริบวต์ (Attribute) คอลัมน์ (Column) หรือฟิลด์ (Field) ิ 4) คาร์ดนลลิต้ิ (Cardinality) จํานวนแถว (Number of rows) ิ ั 5) ดีกรี (Degree) จํานวนแอททริบวต์ (Number of attribute) ิ 6) คียหลัก (Primary key) ค่าเอกลักษณ์ (Unique identifier) ์ 7) โดเมน (Domain) ขอบเขตค่าของข้อมูลที่ Attribute ควรจะเป็ น 2.2.5.1 ชนิดของรีเลชัน ในระบบจัดการฐานข้อมูลทัวๆ ไปรีเลชันสามารถจําแนกออกได้ ่ ่ ่เป็ น 2 ประเภท คือ 1) รีเลชันหลัก (Base Relation)เป็ นรีเลชันทีถูกกําหนดขึนเพือเก็บข้อมูล และเพือ ่ ่ ่ ้ ่ ่นําข้อมูลไปใช้เมือมีการสร้างรีเลชัน โดยใช้ Data Definition Language เช่น ใน SQL คําสัง่ CREATE ่ ่TABLEเป็ นการสร้างรีเลชันหลัก หลังจากนันก็จะทําการเก็บข้อมูลเพือการเรียกใช้ขอมูลในภายหลัง ่ ้ ่ ้ 2) วิว (View) หรืออาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ารีเลชันสมมติเป็ นรีเลชันทีถูกสร้างขึน ่ ่ ่ ้ตามความต้องการใช้ขอมูลของผูใช้แต่ละคนเนื่องจากผูใช้แต่ละคนอาจต้องการใช้ขอมูลในลักษณะทีแตกต่าง ้ ้ ้ ้ ่กัน จึงทําการกําหนดวิวของตัวเองขึนมาจาก Relation หลัก เพือความสะดวกในการใช้ขอมูล และช่วยให้ ้ ่ ้การรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูลทําได้งายขึนรีเลชันทีถกสมมติขนมานี้จะไม่มการเก็บข้อมูลจริงๆ ใน ่ ้ ่ ่ ู ้ึ ีระบบฐานข้อมูล 8  
  15. 15.    2.2.5.2 ประเภทของคีย์ 1) คียผสม (Combine key หรือComposite key) หมายถึง คียทประกอบ ด้วยแอท ์ ์ ่ีริบวต์มากกว่า 1 แอททริบวต์ เช่น รีเลชันของรายการสังอาหาร มีคย์ คือแอททริบวต์เลขทีใบสังอาหาร และ ิ ิ ่ ่ ี ิ ่ ่แอททริบวต์รหัสรายการอาหาร เพราะใบสังอาหารแต่ละใบจะมีรายการอาหารอยูในใบสังอาหารได้มากกว่า ิ ่ ่ ่1 รายการ ดังนันถ้าใช้แอททริบวต์เลขทีใบสังอาหารเพียงตัวเดียวจะไม่สามารถแยกความแตกต่างแต่ละแถว ้ ิ ่ ่ได้ 2) คียคแข่ง (Candidate key) หมายถึง แอททริบวต์ทสามารถถูกกําหนดให้เป็ นคีย์ ์ ู่ ิ ่ีในรีเลชันได้มากกว่า 1 แอททริบวต์ เช่น รีเลชันพนักงานมีแอททริบวต์ทสามารถเป็ นคียได้ 2 แอททริบวต์ ่ ิ ่ ิ ่ี ์ ิคือ แอททริบวต์รหัสพนักงาน กับแอททริบวต์เลขทีบตรประชาชน ดังนันในรีเลชันพนักงานสามารถเลือกแอ ิ ิ ่ ั ้ ่ททริบวต์ตวใดตัวหนึ่งเป็ นคียกได้ ิ ั ์ ็ 3) คียหลัก (Primary key) หมายถึง คียคแข่งทีถูกกําหนดให้เป็ นคียเพือระบุแถวใน ์ ์ ู่ ่ ์ ่รีเลชัน ซึงคียหลักอาจเป็ นแอททริบวต์หรือกลุ่มของแอททริบวต์กได้ แต่คาทีมตองไม่ซ้าและต้องไม่เป็ นค่า ่ ่ ์ ิ ิ ็ ่ ่ ี ้ ํว่าง ส่วนแอททริบวต์ทเี่ ป็ น คียคแข่งแต่ไม่ถูกเลือกเป็ นคียหลักเรียกว่า คียรอง (Alternate Key หรือ ิ ์ ู่ ์ ์Secondary Key) 4) คียนอก (Foreign key) หมายถึง คียทแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างรีเลชัน ์ ์ ่ี ่กล่าวคือ แอททริบวต์ หรือกลุ่มของแอททริบวต์ทเี่ ป็ นคียหลักในรีเลชันหนึ่งสามารถเป็ นคียนอกของรีเลชัน ิ ิ ์ ่ ์ ่อื่นๆ ได้ เช่น รีเลชันพนักงานมีรหัสพนักงานเป็ นคียหลัก ส่วนรีเลชันใบสังอาหารมีเลขทีใบสังเป็นคียหลัก ่ ์ ่ ่ ่ ่ ์และมีรหัสพนักงานเป็ นคียนอก ์ (1) แอททริบวต์ทเี่ ป็ นคียนอกมีคาว่างได้ แต่ถาคียนอก เป็ นกลุ่มของแอทท ิ ์ ่ ้ ์ริบวต์ จะไม่สามารถมีคาว่างได้ ิ ่ (2) ค่าของแอททริบวต์ ทีเป็ นคียนอกสามารถซํ้ากันได้ ิ ่ ์ (3) รีเลชันหนึ่งๆ มีหรือไม่มคยนอกได้ แต่ทุกรีเลชันต้องมีคยหลักเสมอ ่ ี ี ์ ่ ี ์ 2.2.5.3 คุณสมบัตของ Relational ิ 1) ข้อมูลในแต่ละแถวไม่ซ้ากัน โดยระบบจัดการฐานข้อมูล มีกลไกทีใช้ในการ ํ ่ควบคุมไม่ให้เกิดการซํ้าซ้อนของข้อมูล เช่น รีเลชันพนักงานมีแอททริบวต์รหัสพนักงานเป็ นคีย์ เมือมีการ ่ ิ ่ป้อนรหัสพนักงานซํ้ากันระบบจะการแจ้งเตือนว่ารหัสพนักงานซํ้าซ้อนกัน 2) การเรียงลําดับข้อมูลในแต่ละแถวไม่เป็ นสาระสําคัญ เนื่องจากการเรียกใช้ขอมูล ้ในรีเลชันสามารถเรียกใช้ตามความต้องการของผูใช้ ่ ้ 3) การเรียงลําดับของแอททริบวต์ไม่เป็นสาระสําคัญ เพราะการอ้างอิงแอททริบวต์ ิ ิใดๆ จะใช้ช่อของแอททริบวต์นนๆ ในการอ้างอิง ไม่ใช้ลาดับทีของแอททริบวต์ ื ิ ั้ ํ ่ ิ 4) ค่าของข้อมูลในแต่ละแอททริบวต์จะเป็ นค่าของข้อมูลประเภทเดียวกัน เช่น แอ ิททริบวต์วนเกิด จะเก็บข้อมูลประเภทวันที่ ไม่ใช่เงินเดือนทีเป็ นตัวเลข ิ ั ่ 9  
  16. 16.    5) ค่าของข้อมูลในแต่ละแอททริบวต์ของแถวหนึ่งๆ จะเก็บข้อมูลได้เพียงค่าเดียว ิ(Single Value) ไม่ใช่กลุ่มของข้อมูลทีแสดงค่ามากกว่าหนึ่งแถว (Repeating Group) ่ 2.2.6 Entity Relationship Model (ER Model) เป็ นเครืองมือในการอธิบายโครงสร้างของฐานข้อมูลในระดับ Conceptual ออกมาในลักษณะของ ่แผนภาพ ทีงายต่อความเข้าใจ เพือใช้สอสารระหว่างนักออกแบบฐานข้อมูล และผูใช้ ่่ ่ ่ื ้2.2.6.1 ส่วนประกอบของ ER model 1) เอนทิต้ี (Entity) คือบุคคล สถานที่ วัตถุ หรือเหตุการณ์ทเี่ ราสนใจ โดยทัวไปแล้วเอนทิต้ี ่จะมีกลุ่มทีบอกคุณสมบัตทบอกลักษณะของเอนทิต้ี เช่น พนักงานมีรหัส ชื่อ นามสกุล โดยจะมีคาของ ่ ิ ่ี ่คุณสมบัตบางกลุ่มทีทาให้สามารถแยกเอนทิตออกจากเอนทิตอ่นได้ เช่น รหัสพนักงานทีจะไม่มพนักงานคน ิ ่ ํ ้ี ้ี ื ่ ีไหนใช้ซ้ากันเลย เราเรียกค่าของคุณสมบัตกลุ่มนี้วาเป็น คีย์ ของเอนทิต้ี เอนทิตสามารถแบ่งได้ดงนี้ ํ ิ ่ ้ี ั (1) เอนทิตปกติ (Regular Entity หรือ Strong Entity) คือเอนทิตทวๆ ไป ทีมแอ ้ี ้ี ั ่ ่ ีททริบวต์หนึ่งแยกความแตกต่างของข้อมูลแต่ละแถวได้ โดยไม่ตองอาศัยแอททริบวต์ของเอนทิตอ่น ิ ้ ิ ้ี ืสัญลักษณ์ของเอนทิตปกติ ้ี (2) เอนทิตแบบอ่อน (Weak Entity) คือเอนทิตทตองอาศัยแอททริบวต์จากเอนทิต้ี ้ี ้ี ่ี ้ ิอื่นมาช่วยในแยกความแตกต่างของข้อมูลแต่ละแถว 2.2.6.2 แอททริบวต์ (Attribute) คือคุณสมบัตหรือลักษณะของเอนทิต้ี เช่น แอททริบวต์ของ ิ ิ ิพนักงาน ประกอบด้วย รหัสพนักงาน, ชือ, นามสกุล, วันเกิด โดยมีช่อของแอททริบวต์กากับอยูภายใน และ ่ ื ิ ํ ่มีเส้นเชื่อมต่อกับเอนทิตแอททริบวต์สามารถแบ่งได้ 6 ประเภท ้ี ิ 1) Simple Attributeแอททริบวต์ทไม่สามารถแบ่งแยกย่อยได้อก เช่น เพศ, ิ ่ี ีเงินเดือนสัญลักษณ์ของแอททริบวต์ ิ 2) Composite Attributeมีลกษณะตรงข้ามกับแบบ Simple Attribute ทีสามารถ ั ่แบ่งแยกย่อยไปได้อก เช่น แอททริบวต์ ชื่อสกุล สามารถแบ่งออกได้เป็ นแอททริบวต์ช่อ และ แอททริบวต์ ี ิ ิ ื ินามสกุล 3) Key Attributeแอททริบวต์ทสามารถบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของเอนทิตนนได้ และ ิ ่ี ้ี ั ้แอททริบวต์ประเภทนี้มคาไม่ซ้ากันสัญลักษณ์ของ Key Attribute ิ ี่ ํ 4) Single - Valued Attributeแอททริบวต์ทมคาของข้อมูลได้เพียงแค่คาเดียว เช่น ิ ่ี ี ่ ่แอททริบวต์เพศ ทีระบุได้เพียง ชาย หรือ หญิง เท่านัน เพราะมนุษย์มเี พียงเพศเดียว ิ ่ ้ 5) Multi - Valued Attributeมีลกษณะตรงข้ามกับแบบ Single Attribute ทีสามารถ ั ่มีคาของข้อมูลได้หลายค่า เช่น พนักงานแต่ละคนมีระดับการศึกษาทีแตกต่างกันสัญลักษณ์ของ Multi- ่ ่Valued Attribute 6) Derived Attributeเป็ นแอททริบวต์ทได้มาจากการคํานวณ โดยอาศัยค่าในแอทท ิ ่ีริบวต์อ่นๆ เช่น ค่าของอายุ ทีได้มาจากแอททริบวต์วนเกิด สัญลักษณ์ของ Derived Attribute ิ ื ่ ิ ั 10  
  17. 17.    2.2.6.3 รีเลชัน (Relation)เป็ นความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิต้ี เช่น รีเลชันระหว่างเอนทิต้ี ่ ่นักงานกับเอนทิตใบสังอาหาร มีความสัมพันธ์ คือ พนักงานเป็ นคนเขียนใบสังอาหารทีรบรายการมาจาก ้ี ่ ่ ่ัลูกค้า2.3 รหัสแท่ง (Barcode) [3] Barcode Scanner หรือ เครืองอ่านบาร์โค๊ด คือ เป็ นอุปกรณ์ทใช้อานข้อมูลทีอยูในแท่งบาร์โค้ด ่ ่ี ่ ่ ่แล้วแปลงให้เป็ นข้อมูลทีสามารถเข้าใจได้โดยคอมพิวเตอร์หน้าทีของเครืองอ่านบาร์โค้ด ่ ่ ่ 1. หา Elements ทีถูกต้องของ Bar และ Space ่ 2. กําหนดส่วนกว้างของแต่ละ Bar และ Space 3. จัดกลุ่มของบาร์โค้ดทีอานเข้ามา ่่ 4. นํา Element Widths เปรียบเทียบกับรูปแบบตารางบาร์โค้ด 5. ตรวจสอบ Start/Stop Characters เวลาทีมการอ่านกลับทิศทาง ่ ี 6. ยืนยัน Quiet Zone ทังสองข้างของบาร์โค้ด ้ 7. ยืนยันความถูกต้องของ Check Characters 2.3.1 หลักการทํางานของเครืองอ่านบาร์โค๊ด ่ 1. เครืองอ่าน (Reader) ฉายแสงลงบนแท่งบาร์โค้ด หรือ แหล่งกําเนิดแสง (Light Source) ่ภายในเครืองอ่านบาร์โค้ดจะฉายแสงลงบนแท่งบาร์โค้ด และกวาดแสงอ่านผ่านแท่งบาร์ ่ รูปที่ 2.1แสดงตัวอย่างรหัสแท่ง 11  
  18. 18.    2. รับแสงทีสะท้อนกลับมาจากตัวบาร์โค๊ด ฉายการอ่านบาร์โค้ดจะใช้หลักการสะท้อนแสง ่กลับมาทีตวรับแสง ่ ั รูปที่ 2.2 แสดงการทํางานของตัวอ่านรหัสแท่ง 3. เปลียนปริมาณแสงทีสะท้อนกลับมาให้เป็ นสัญญาณไฟฟ้า ภายในเครืองอ่านบาร์โค้ดจะมี ่ ่ ่อุปกรณ์เปลียนปริมาณแสง ทีสะท้อนกลับมาให้เป็ นสัญญาณทางไฟฟ้า ่ ่ รูปที่ 2.3 แสดงตัวอย่างข้อมูลทีเครืองอ่านรหัสแปลงได้แปลงสัญญาณ ่ ่ 4. เปลียนสัญญาณไฟฟ้าให้เป็ นข้อมูลทีนําไปใช้งานได้ สัญญาณไฟฟ้าจะไปเปรียบเทียบ ่ ่กับตารางบาร์โค้ดที่ ตัวถอดรหัส (Decoder) และเปลียนให้เป็ นข้อมูลทีสามารถนําไปใช้งานได้ ่ ่ 12  
  19. 19.    รูปที่ 2.4 แสดงลําดับการทํางานของเครืองอ่านรหัสแท่ง ่ สรุปหลักการทํางานของเครืองอ่านบาร์โค้ด เครืองอ่านบาร์โค้ดจะฉายแสงลงบนแท่งบาร์โค้ด แล้ว ่ ่รับแสงทีสะท้อนกลับจากแท่งบาร์โค้ด ซึง Space จะสะท้อนแสงได้ดกว่าแท่งBar จากนันปริมาณแสง ่ ่ ี ้สะท้อนจะถูกเปลียนไปเป็ นสัญญาณทางไฟฟ้า แล้วถูกส่งต่อไปยังตัวถอดรหัส (Decoder) และแปลงให้เป็ น ่ข้อมูลทีสามารถนําไปใช้งานได้ ่ รูปที่ 2.5 แสดงภาพรวมการทํางาน 2.3.2 ประเภทของเครืองอ่านบาร์โค้ด จําแนกออกได้ 2 กลุ่มใหญ่คอ เครืองอ่านบาร์โค้ด แบบสัมผัส ่ ื ่และ เครืองอ่านบาร์โค้ด ไมสมผัส และยังสามารถแยกประเภทตามลักษณะการเคลื่อนย้ายได้ โดยแบ่งกลุ่ม ่ ่ ัเป็ นเครองอ่านบาร์โค้ด แบบเคลื่อนย้ายได้ (Portable) และ เครืองอ่านบาร์โค้ด แบบยึดติดกับที่ (Fixed ่ื ่Positioning Scanners) 2.3.2.1 เครืองอ่านบาร์โค้ด แบบเคลื่อนย้ายได้ (Portable) เครืองอ่านบาร์โค้ด ประเภทนี้ ่ ่ ่ ่่ ่ส่วนมากจะมีหน่วยความจําในตัวเอง เพือเก็บข้อมูลทีอานหรือบันทึกด้วยปุมกดสามารถนําอุปกรณ์ไปใช้ได้ง่ายโดย สามารถพกพาได้ การอ่านรหัสแต่ละครังจะนําเอาเครืองอ่านเข้าไปยังตําแหน่งทีสนค้าอยู่ ส่วนมาก ้ ่ ่ ิเครืองอานลักษณะนี้จะมีน้ําหนักเบา ส่วนแบบทีไม่มหน่วยความจําในตัวเองจะทํางานแบบไร้สายเหมือน ่ ่ ่ ีโทรศัพท์ไร้สาย ทีใช้ภายในบ้านซึงมีขอจํากัดเรืองระยะทาง ่ ่ ้ ่ 2.3.2.2 เครืองอ่านบาร์โค้ด แบบยึดติดกับที่ (Fixed Positioning Scanners) เครือง อ่าน ่ ่บาร์โค้ด ประเภทนี้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ส่วนมากจะติดตังกับด้านข้าง หรือตําแหน่งใดๆ ทีเหมาะสมใน ้ ่แนวทางวิงของสายพานลําเลียง เพืออ่านรหัสทีตดกับบรรจุภณฑ์และเคลื่อนทีผานไปตามระบบสายพาน ่ ่ ่ ิ ั ่ ่ลําเลียง บางครังเครืองอ่านประเภทนี้จะติดตังภายในอุปกรณ์ของระบบสายพานลําเลียง เพือให้สามารถอ่าน ้ ่ ้ ่ 13  

×