Se ha denunciado esta presentación.
Se está descargando tu SlideShare. ×
Anuncio
Anuncio
Anuncio
Anuncio
Anuncio
Anuncio
Anuncio
Anuncio
Anuncio
Anuncio
Anuncio
Anuncio

Eche un vistazo a continuación

1 de 91 Anuncio
Anuncio

Más Contenido Relacionado

Presentaciones para usted (11)

Similares a 7 habits (19 5-2554) (20)

Anuncio

Más reciente (20)

7 habits (19 5-2554)

  1. 1. ประชุมศูนย์เครือข่าย ปีการศึกษา ๒๕๕๔ โดย ดร . อรรถพล ตรึกตรอง ผอ . สพป . ขอนแก่น เขต ๕
  2. 2. ประเด็นวันนี้ ... <ul><li>ทบทวนความหลัง </li></ul><ul><li>ผลการทดสอบ O-NET </li></ul><ul><li>การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก </li></ul><ul><li>The 7 HABITS of Highly Effective People </li></ul><ul><li>ซักถามทั่วไป </li></ul>
  3. 3. เจเนอเรชันของคนเพื่อการมองคนอย่างเข้าใจ อัตลักษณ์ของคน อัจฉริยภาพการเอาตัวรอด
  4. 4. การบริหารงานบุคคลยุคใหม่ของ สพป.ขก.๕
  5. 5. สพฐ . คัดเลือกให้ สพป . ขอนแก่น เขต ๕ นำเสนอเบื้องหลังความสำเร็จ เมื่อ ๑๑ พค . ๕๔
  6. 6. ผลการทดสอบ O-NET ปี ๒๕๕๓ ป. ๖ ม.๓
  7. 7. แนวทางการพัฒนา โรงเรียนขนาดเล็ก สังกัด สพฐ.
  8. 8. การบริหารและพัฒนาตนเอง ด้วย 7 อุปนิสัยพัฒนาสู่ผู้มีประสิทธิผลสูง ดร . อรรถพล ตรึกตรอง ผอ . สพป . ขอนแก่น เขต 5
  9. 9. ประโยชน์ของ 7 อุปนิสัย (1) <ul><li>บริหารตนเอง </li></ul><ul><li>นำผู้อื่น </li></ul><ul><li>ปลดปล่อยศักยภาพ </li></ul>
  10. 10. อุปนิสัย : สิ่งที่คุณทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ความรู้ What to do & why? ทักษะ How to do? ความปรารถนา What need? อุปนิสัย
  11. 11. ไม่มีคำว่าสาย สำหรับนักสู้
  12. 12. อุปนิสัยที่ 7 ลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอ วงจรวุฒิภาวะ การพึ่งพาผู้อื่น การพึ่งพาตนเอง การพึ่งพาซึ่งกันและกัน อุปนิสัยที่ 5 เข้าใจผู้อื่นก่อนให้ผู้อื่นเข้าใจเรา อุปนิสัยที่ 6 ผนึกพลังประสานความต่าง อุปนิสัยที่ 4 คิดแบบชนะ - ชนะ อุปนิสัยที่ 3 ทำสิ่งที่สำคัญก่อน อุปนิสัยที่ 1 บี โปรแอคทีพ อุปนิสัยที่ 2 เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ ชนะใจตนเอง ชนะใจคนอื่น
  13. 13. “ ปลูก ความคิด ผลที่ได้คือ การกระทำ ปลูก การกระทำ ผลที่ได้คือ อุปนิสัย ปลูก อุปนิสัย ผลที่ได้คือ คุณลักษณะ ปลูก คุณลักษณะ ผลที่ได้คือ ชะตาชีวิต” แซมมวล สไมล์ส
  14. 14. คุณลักษณะ ( Character) กับ บุคลิกภาพ (Personality) บุคลิกภาพ คุณลักษณะ ความซื่อสัตย์ ความถ่อมตน ความจงรักภักดี ความพอดี ความกล้าหาญ ความยุติธรรม ความอดทน <ul><li>ภาพลักษณ์ </li></ul><ul><li>ทัศนคติ </li></ul><ul><li>พฤติกรรม </li></ul><ul><li>ความชำนาญ </li></ul><ul><li>ในงาน </li></ul>
  15. 15. หลักการ : กฎธรรมชาติที่ชัดเจนในตัวเอง เห็น กระทำ ได้รับ หลักการ
  16. 16. หลักการ <ul><li>สากล </li></ul><ul><li>ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา </li></ul><ul><li>ไม่มีใครเป็นเจ้าของ </li></ul>
  17. 17. กรอบความคิด : วิธีที่คนรับรู้ เข้าใจ และตีความสิ่งที่ อยู่รอบตัว เห็น กระทำ ได้รับ
  18. 18. “ หากคุณต้องการเปลี่ยนแปลงเพียง เล็กน้อย ให้เปลี่ยนที่ พฤติกรรมของคุณ แต่หากคุณต้องการเปลี่ยนแปลง แบบก้าวกระโดด ให้เปลี่ยนที่ กรอบความคิดของคุณ ” สตีเฟน อาร์ โควีย์
  19. 19. แนวคิดบางประการเกี่ยวกับ กรอบความคิด : 1. กรอบความคิด ของเราอาจผิดก็ได้ 2. กรอบความคิด อาจเป็นข้อจำกัดของเรา 3. กรอบความคิด ของเราอาจเป็น ภาพสะท้อนจากสังคม 4. การเปลี่ยนแปลงในชีวิต เกิดจาก การเปลี่ยน กรอบความคิด 5. คนที่ขัดแย้งกัน อาจเป็นเพราะเขามี กรอบความคิด ที่ต่างกัน
  20. 20. เราเห็นอะไร ?
  21. 21. เราเห็นอะไร ?
  22. 22. เราเห็นอะไร ?
  23. 23. เราเห็นอะไร ?
  24. 24. เราเห็นอะไร ?
  25. 25. เราเห็นอะไร ?
  26. 26. เราเห็นอะไร ?
  27. 27. เราเห็นอะไร ?
  28. 28. เราเห็นอะไร ?
  29. 29. เราเห็นอะไร ?
  30. 30. ทำไมเราจึงเห็นแตกต่างกัน
  31. 31. ประสิทธิผล VS ประสิทธิภาพ (Effectiveness) (Efficiency) <ul><li>ประสิทธิผล = P/PC Balance ( กฎไข่ทองคำ ) </li></ul><ul><li>P = Productivity </li></ul><ul><li>PC = Production Capability </li></ul><ul><li>ประสิทธิภาพ = Output/Input </li></ul><ul><li>Output = ผลที่ได้จากการกระทำใดๆ </li></ul><ul><li>Input = เวลา ทรัพยากรบุคคล เงิน </li></ul>
  32. 32. อุปนิสัยที่ 7 ลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอ วงจรวุฒิภาวะ การพึ่งพาผู้อื่น การพึ่งพาตนเอง การพึ่งพาซึ่งกันและกัน อุปนิสัยที่ 5 เข้าใจผู้อื่นก่อนให้ผู้อื่นเข้าใจเรา อุปนิสัยที่ 6 ผนึกพลังประสานความต่าง อุปนิสัยที่ 4 คิดแบบชนะ - ชนะ อุปนิสัยที่ 3 ทำสิ่งที่สำคัญก่อน อุปนิสัยที่ 1 บี โปรแอคทีพ อุปนิสัยที่ 2 เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ ชนะใจตนเอง ชนะใจคนอื่น
  33. 33. อุปนิสัยที่ 1 ต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นทำก่อน ( Be Proactive) ฉันรับผิดชอบต่อ ทางเลือกของฉัน ฉันเลือกที่จะกระทำ มิใช่ถูกกระทำ ฉันมีขอบเขตแห่ง อิทธิพลเพิ่มขึ้น ฉันมีอิสรภาพในการเลือกและ รับผิดชอบต่อการเลือกนั้น เห็น กระทำ ได้รับ หลักการ
  34. 34. อุปนิสัยที่ 1 ต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นทำก่อน ( Be Proactive) = การเลือกตอบสนอง (1) <ul><li>เริ่มลงมือทำด้วยตนเอง </li></ul><ul><li>หาทางแก้ปัญหาไม่ใช่หนีปัญหา </li></ul><ul><li>มุ่งเน้นสิ่งที่ฉันทำได้มากกว่ากังวลกับ </li></ul><ul><li>สิ่งที่ฉันควบคุมไม่ได้ </li></ul><ul><li>ควบคุมตนเองได้แม้จะอยู่ใน </li></ul><ul><li>สถานการณ์ที่ลำบาก </li></ul>
  35. 35. อุปนิสัยที่ 1 ต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นทำก่อน ( Be Proactive) = การเลือกตอบสนอง (2) <ul><li>มีความรับผิดชอบในสิ่งที่ฉันทำไป </li></ul><ul><li>ไม่ใช่คอยหาข้อแก้ตัว </li></ul><ul><li>ยอมรับฟังคำติโดยไม่โกรธ </li></ul><ul><li>ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องแม้ว่ามันจะ </li></ul><ul><li>สวนกระแส </li></ul><ul><li>ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดเมื่อจำเป็น </li></ul>
  36. 36. ความสามารถในการเก็บแรงกระตุ้น การตอบสนองกับสิ่งกระตุ้น จะเป็น ไปอย่างรอบคอบ และผ่านการชั่งใจ มาก่อน ( ไม่ยอมแพ้ หาทางออกได้ มั่นใจ ผ่านได้สบาย เชื่อปัญญา แก้ปัญหาได้ ) คน Proactive
  37. 37. อุปนิสัยที่ 1 : PROACTIVE MODEL สิ่งกระตุ้น การตอบสนอง อิสระในการเลือก รู้ตนเอง จินตนาการ จิตสำนึก ความต้องการพึ่งพาตนเอง
  38. 38. คน Proactive ควบคุมไม่ได้ เช่นดินฟ้าอากาศ / ภัยธรรมชาติ / เหตุการณ์บ้านเมือง ควบคุมได้ เช่นสุขภาพ / ครอบครัว / งาน ขอบเขตแห่งความกังวล Circle of Concern (COC) ขอบเขตแห่งอิทธิพล Circle of Influence (COI)
  39. 39. คน Proactive พฤติกรรมโปรแอคทีพ ภาษาโปรแอคทีพ มีความสุขุม ฉันสามารถทำได้ มุ่งเน้นที่วิธีแก้ไข ฉันขอโทษ มีความรับผิดชอบ ฉันเลือกที่จะทำสิ่งนี้ ริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้น ลองดูทางเลือกอื่นทั้งหมด ที่เรามีดีกว่า คิดก่อนทำการตอบสนอง จะต้องมีทางออกอื่นๆ อีก
  40. 40. คน Reactive เป็นฝ่ายถูกกระทำ มักได้รับ ผ ลกระทบจากเงื่อนไข ท างสภาพแวดล้อม และเลือกที่จะให้อำนาจเหล่านั้นมาควบคุมตน ( มันเป็นอย่างนี้ แก้ไม่ได้หรอก ผมหัวเสีย มันจำเป็น เชื่อกรรม มีจริง )
  41. 41. REACTIVE MODEL การตอบสนอง สิ่งเร้า ( เหตุการณ์ )
  42. 42. คน Reactive ขอบเขตแห่งความกังวล ขอบเขตแห่งอิทธิพล
  43. 43. คน Reactive พฤติกรรมรีแอคทีพ ภาษารีแอคทีพ โกรธและพูดแต่สิ่งที่แสดงออกถึง ความรู้สึกผิดของตนเอง คุณทำให้ฉันโกรธ คร่ำครวญและกล่าวโทษ มันไม่ใช่ความผิดของฉัน โทษผู้อื่นและสิ่งต่างๆ ฉันไม่สามารถช่วยอะไรได้ แสดงออกเหมือนกับตนเองตก เป็นเหยื่อ ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้แหละ ไม่รับผิดชอบต่อการกระทำของ ตนเอง ฉันต้องทำสิ่งนี้
  44. 44. “ สถานการณ์ต่างๆ ไม่มีอำนาจในการ ควบคุมคุณ เพราะตัวคุณเองจะเป็น ผู้ควบคุมสภาวะภายในตัวคุณ ตลอดเวลาและตลอดกาล” โอลกา รอสมานิธ
  45. 45. “ ยิ่งความสามารถในการควบคุม ตนเองของคุณมีมากเท่าไร อิสระของคุณก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น” มารี วอน เอบเนอร์ - เชนบัค
  46. 47. อุปนิสัยที่ 2 เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ ( Begin with the end in Mind) ฉันเป็นผู้สร้างอนาคต ของตนเอง ฉันสร้างและพัฒนา คำปณิธานส่วนตน ฉันมีความรู้สึกถึงเป้าหมาย และความหมายในชีวิตของฉัน การสร้างทางจิตใจเกิดขึ้นก่อน การสร้างทางกายภาพ เห็น กระทำ ได้รับ หลักการ
  47. 48. คำปณิธานส่วนตน (Mission Statement) <ul><li>ความรู้สึกถึงเป้าหมายและ </li></ul><ul><li>ความหมายของชีวิตของคุณ </li></ul><ul><li>คิดถึงคุณสมบัติของบุคคล </li></ul><ul><li>ที่มีอิทธิพลต่อคุณ </li></ul>ปณิธาน = วิสัยทัศน์ + หลักการ 1. อย่ารีบร้อนเขียนจนสมบูรณ์แบบในตอนเริ่มต้น 2. อย่าด่วนลงมือปฏิบัติถ้ายังไม่มีการร่วมมือย่างแท้จริง 3. อย่าละเลย พยายามทำให้ได้ตามนั้น
  48. 49. อุปนิสัยที่ 2 เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ ( Begin with the end in Mind) = วิสัยทัศน์ (1) <ul><li>เริ่มต้นโครงการโดยมีความเข้าใจถึง </li></ul><ul><li>ผลลัพธ์ที่ต้องการอย่างชัดเจน </li></ul><ul><li>มีเป้าหมายชีวิต </li></ul><ul><li>หาทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน </li></ul><ul><li>ไม่ใช่แบบเฉพาะหน้า </li></ul><ul><li>วางแผนล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยง </li></ul><ul><li>วิกฤติในการทำงาน </li></ul>
  49. 50. อุปนิสัยที่ 2 เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ ( Begin with the end in Mind) = วิสัยทัศน์ (2) <ul><li>พิจารณาถึงผลกระทบของการตัดสินใจ </li></ul><ul><li>ของตนเองต่อคนอื่น </li></ul><ul><li>ดำเนินการประชุมอย่างมีประสิทธิผล </li></ul><ul><li>เป็นผู้นำทีมงานที่มีแนวทางชัดเจน </li></ul><ul><li>มอบหมายงานโดยสื่อสารถึง </li></ul><ul><li>ความคาดหวังอย่างชัดเจน </li></ul>
  50. 51. “ ไม่มีสิ่งใดให้ความสงบสุขกับชีวิต ได้มากเท่ากับเป้าหมายที่มั่นคง ซึ่งเป็นจุดที่ควรมุ่งเน้นด้วย จิตวิญญาณอย่างแท้จริง” แมรี่ โวลส โตนคราฟท์ เชลลีย์
  51. 52. อุปนิสัยที่ 3 ทำสิ่งที่สำคัญก่อน ( Put First Things First) ฉันมุ่งเน้นกับสิ่งที่สำคัญ ฉันวางแผนในการใช้เวลา สอดคล้องกับลำดับ ความสำคัญของงาน ฉันบรรลุผลสำเร็จในสิ่งที่มี ความสำคัญสูงสุดของฉัน ความมีประสิทธิผลเกิดจากความซื่อสัตย์ ต่อตนเองในการทำสิ่งที่สำคัญ เห็น กระทำ ได้รับ หลักการ
  52. 53. อุปนิสัยที่ 3 ทำสิ่งที่สำคัญก่อน ( Put First Things First) = ความซื่อสัตย์และวินัยในการปฏิบัติ (1) <ul><li>ใช้เวลาทำสิ่งที่สำคัญที่สุด มิใช่สิ่งที่ </li></ul><ul><li>เร่งด่วนที่สุด </li></ul><ul><li>การบริหารเวลา มี 2 ปัจจัย คือ </li></ul><ul><li>- ความเร่งด่วน ( สิ่งที่ต้องการตอบสนอง </li></ul><ul><li>ในทันที ) </li></ul><ul><li>- ความสำคัญ ( เกี่ยวข้องกับ Value, </li></ul><ul><li>Goal, Vision, Affirmation </li></ul><ul><li>ของบุคคล </li></ul>
  53. 54. อุปนิสัยที่ 3 ทำสิ่งที่สำคัญก่อน ( Put First Things First) = ความซื่อสัตย์และวินัยในการปฏิบัติ (2) <ul><li>จัดลำดับของงานด้วยการให้เวลา </li></ul><ul><li>กับงานที่สำคัญก่อน </li></ul><ul><li>ตรงต่อเวลาเมื่อมีนัดหรือการประชุม </li></ul><ul><li>ทำตามแผนงานอย่างมีวินัย </li></ul><ul><li>เคารพเวลาของผู้อื่น </li></ul>
  54. 55. อุปนิสัยที่ 3 ทำสิ่งที่สำคัญก่อน ( Put First Things First) = ความซื่อสัตย์และวินัยในการปฏิบัติ (3) <ul><li>จัดการโครงการหรืองานหลายๆ ชิ้น </li></ul><ul><li>อย่างเป็นระบบ </li></ul><ul><li>มอบหมายงานให้ผู้อื่นเมื่อจำเป็น </li></ul><ul><li>กำหนดเวลาส่งงานอย่างสมเหตุผล </li></ul><ul><li>ดูแลทีมงานให้มุ่งเน้นตามลำดับ </li></ul><ul><li>ความสำคัญเสมอ </li></ul>
  55. 56. “ สิ่งที่มีสำคัญมากที่สุดต้องไม่หลีกทาง ให้กับสิ่งที่มีความสำคัญน้อยกว่า” โจฮานน์ โวล์ฟกัง วอน เกอเธ่
  56. 57. วางแผนรายสัปดาห์ <ul><li>ทบทวนปณิธานและบทบาท </li></ul><ul><li>เลือกหินก้อนใหญ่ ( จิตสำนึก ปณิธาน </li></ul><ul><li>เป้าหมาย โครงการสำคัญ ) </li></ul><ul><li>จัดตารางเวลาของสัปดาห์ </li></ul>
  57. 58. ตารางเวลาของคนที่มีประสิทธิผลสูง ผลักดันงาน I เป็น II อยู่ห่างๆ จากงาน III และ IV งาน เร่งด่วน ไม่เร่งด่วน สำคัญ <ul><li>I ( ความจำเป็น ) 20-25% </li></ul><ul><li>วิกฤติการณ์ </li></ul><ul><li>ปัญหาที่กดดัน </li></ul><ul><li>โครงการที่มีกำหนด </li></ul><ul><li>เส้นตาย </li></ul><ul><li>การประชุม </li></ul><ul><li>II ( ความมีประสิทธิผล ) </li></ul><ul><li>65-80% </li></ul><ul><li>แสวงหาโอกาสใหม่ </li></ul><ul><li>การวางแผน </li></ul><ul><li>การสร้างสัมพันธภาพ </li></ul><ul><li>การพักผ่อนหย่อนใจ </li></ul>ไม่สำคัญ <ul><li>III ( หลอกลวง ) 15% </li></ul><ul><li>การขัดจังหวะ </li></ul><ul><li>สิ่งเร่งด่วนต่างๆ </li></ul><ul><li>การประชุมบางอย่าง </li></ul><ul><li>งานของคนอื่นที่ไม่สำคัญ </li></ul><ul><li>รายงาน </li></ul><ul><li>IV ( เปล่าประโยชน์ ) <1% </li></ul><ul><li>อีเมล์ </li></ul><ul><li>เกมส์คอมพิวเตอร์ </li></ul><ul><li>ดูทีวีที่ไร้สาระ </li></ul><ul><li>การสนทนาที่ไม่มีคุณค่า </li></ul><ul><li>การโทรศัพท์ </li></ul>
  58. 59. คุณค่าเวลา
  59. 60. การบริหารเวลา
  60. 61. “ สิ่งที่ดีที่สุดของการไม่วางแผนคือ เราแค่รู้สึกประหลาดใจเท่านั้น เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้น แทนที่จะรู้สึกกังวลและท้อถอย ในช่วงก่อนหน้าความผิดพลาดนั้น” จอห์น อาร์วี จอห์น
  61. 62. ฉันต้องการดำเนินชีวิตไปข้างหน้า อย่างไม่หยุดนิ่ง เว้นเสียแต่ว่าถ้ามีสิ่งใด ที่ฉันสามารถช่วยเหลือหรือเอื้ออารีต่อ เพื่อนมนุษย์ได้ ฉันก็จะทำในทันที โดยไม่ลังเลหรือเดินผ่านไป เพราะฉันคงไม่มีโอกาสได้เดิน ผ่านมาทางนี้อีกครั้ง วิลเลียม เพนน์
  62. 63. ฉันสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจากการร่วมมือกัน ไม่ใช่แข่งขันกัน ฉันมุ่งมั่นหาผลลัพธ์ แบบชนะ - ชนะ ฉันได้รับผลลัพธ์ที่ป็น ประโยชน์ร่วมกัน สัมพันธภาพในระยะยาวและมีประสิทธิผลเกิดจากความเคารพซึ่งกันและกัน และได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน อุปนิสัยที่ 4 คิดแบบชนะ - ชนะ ( Think win-win) เห็น กระทำ ได้รับ หลักการ
  63. 64. อุปนิสัยที่ 4 คิดแบบชนะ - ชนะ ( Think win-win) = ผลประโยชน์ร่วมกัน (1) <ul><li>ไม่เอาเปรียบคนอื่นเพื่อประโยชน์ </li></ul><ul><li>ของตน </li></ul><ul><li>ให้ความเสมอภาคกับทุกคน </li></ul><ul><li>ไม่เลือกปฏิบัติ </li></ul><ul><li>หาทางแก้ปัญหาแบบชนะ - ชนะ </li></ul><ul><li>ทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรไม่ใช่ </li></ul><ul><li>สำหรับตนเอง </li></ul>
  64. 65. อุปนิสัยที่ 4 คิดแบบชนะ - ชนะ ( Think win-win) = ผลประโยชน์ร่วมกัน (2) <ul><li>กล้าปฏิเสธเมื่อจำเป็นและสมควร </li></ul><ul><li>กล่าวชมเชยและยกย่องเมื่อมี </li></ul><ul><li>ความสำเร็จ </li></ul><ul><li>ไม่เป็นแรงกดดันให้คนอื่นยอม </li></ul><ul><li>ประนีประนอมต่อค่านิยมของเขา </li></ul>
  65. 66. แพ้ - แพ้ “ถ้าฉันล้มเหลว คุณก็ต้องล้มเหลวไปกับฉันด้วย” ชนะ - แพ้ “ความสำเร็จก็เหมือนขนมถาดหนึ่ง ถ้าคุณได้ชิ้นใหญ่ไป นั่นแปลว่าฉันได้ชิ้นเล็กลง” แพ้ - ชนะ “เชิญเหยียบย่ำฉันได้เลย ใครๆก็ทำกันทั้งนั้น” ชนะ - ชนะ “มันไม่ใช่คุณหรือฉัน แต่มันเป็นเราทั้งสองคน”
  66. 67. “ ถ้ามีใครสักคนรับฟัง ให้ความช่วยเหลือ ให้กำลังใจหรือพยายามทำความเข้าใจ ผู้ที่กำลังรู้สึกโดดเดี่ยว นั่นคือจุดเริ่มต้น ของสิ่งดีๆ มากมาย” ลอเร็ตตา เกอร์ซาติส
  67. 68. ถ้าฉันฟังเพื่อทำความเข้าใจก่อน ผู้อื่นก็จะเข้าใจฉัน ฉันใช้การฟัง อย่างเข้าอกเข้าใจ ฉันมีความเข้าใจ ซึ่งกันและกัน เพื่อการสื่อสารอย่างมีประสิทธิผล พวกเราต้องเข้าใจซึ่งกันและกันก่อน อุปนิสัยที่ 5 เข้าใจผู้อื่นก่อนแล้วจึงให้ผู้อื่น เข้าใจเรา ( Seek First to understand, then to be Understood) เห็น กระทำ ได้รับ หลักการ
  68. 69. อุปนิสัยที่ 5 เข้าใจผู้อื่นก่อนแล้วจึงให้ผู้อื่น เข้าใจเรา ( Seek First to understand, then to be Understood) = ความเข้าใจซึ่งกันและกัน (1) <ul><li>ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจและไม่ขัดจังหวะ </li></ul><ul><li>มีความอ่อนไหวต่อความรู้สึกของผู้อื่น </li></ul><ul><li>พยายามเข้าใจมุมมองของผู้อื่น </li></ul><ul><li>เข้าใจปัญหาให้ถ่องแท้ก่อนพยายาม </li></ul><ul><li>หาทางแก้ปัญหา </li></ul>
  69. 70. อุปนิสัยที่ 5 เข้าใจผู้อื่นก่อนแล้วจึงให้ผู้อื่น เข้าใจเรา ( Seek First to understand, then to be Understood) = ความเข้าใจซึ่งกันและกัน (1) <ul><li>ให้เวลาพูดคุยกับลูกน้องแบบเป็นส่วนตัว </li></ul><ul><li>มีความเข้าใจสถานการณ์ความเป็นไป </li></ul><ul><li>ของทีมงานเสมอ </li></ul><ul><li>เข้าใจประเด็นต่างๆ ที่อยู่ภายนอก </li></ul><ul><li>ทีมงาน ( เช่น แผนกอื่น สภาพสังคม </li></ul><ul><li>ภายนอก ) </li></ul>
  70. 71. “ เราต้องรับฟังซึ่งกันและกัน ถ้าเราต้องการที่จะก้าวผ่าน ช่วงเวลาแห่งกลียุคนี้ และหลีกเลี่ยงความสับสนอลหม่าน จากฝูงชน” ซาอิม โปตอค
  71. 72. ฉันให้คุณค่าใน ความแตกต่างของผู้อื่น ฉันมองหา ทางเลือกที่สาม ฉันสามารถสร้างวิธีการ ที่ดีกว่าเดิม ผลรวมทั้งหมดมีคุณค่ายิ่งใหญ่กว่า การนำคุณค่าของแต่ละส่วนมารวมกัน อุปนิสัยที่ 6 ผนึกพลังประสานความต่าง ( Synergize) เห็น กระทำ ได้รับ หลักการ
  72. 73. <ul><li>มองหาจุดแข็งของผู้อื่น </li></ul><ul><li>หาเครือข่ายภายนอกทีมงาน </li></ul><ul><li>เปิดใจและยืดหยุ่นเพื่อรับฟัง </li></ul><ul><li>ความคิดใหม่ๆ </li></ul><ul><li>ให้คุณค่าในความแตกต่างของคน </li></ul>อุปนิสัยที่ 6 ผนึกพลังประสานความต่าง ( Synergize) = การร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์ (1)
  73. 74. <ul><li>ให้ผู้อื่นมีส่วนร่วมรับรู้เมื่อวางแผน </li></ul><ul><li>ที่จะส่งผลกระทบพวกเขา </li></ul><ul><li>ส่งเสริมและสนับสนุนความคิด </li></ul><ul><li>สร้างสรรค์และนวัตกรรม </li></ul><ul><li>สนับสนุนให้ทีมงานกล้าเสี่ยง </li></ul><ul><li>อย่างมีเหตุผล </li></ul><ul><li>สร้างทีมงานโดยใช้ศักยภาพสูงสุด </li></ul><ul><li>ของพวกเขา </li></ul>อุปนิสัยที่ 6 ผนึกพลังประสานความต่าง ( Synergize) = การร่วมมือกันอย่างสร้างสรรค์ (2)
  74. 75. “ แก่นสำคัญของการผนึกพลังประสาน ความต่างคือ การให้คุณค่าใน ความแตกต่าง กล่าวคือ การให้เกียรติ ในความแตกต่าง การสร้างผลลัพธ์ จากจุดแข็งของทุกคน และการชดเชยจุดอ่อนของแต่ละคน” สตีเฟน อาร์ โควีย์
  75. 76. บัญชีออมใจ ( เพื่อความไว้วางใจ ) Emotional Bank Account ฝาก ถอน รักษาคำสัญญา ไม่รักษาคำสัญญา สุภาพอ่อนน้อม ก้าวร้าว ไม่สุภาพ ไม่พูดลับหลัง นินทา พูดลับหลัง ฟังผู้อื่น ไม่ฟังผู้อื่น กล่าวคำขอโทษ หยิ่งยโส ยกตนข่มผู้อื่น กำหนดความคาดหวัง ที่ชัดเจน กำหนดความคาดหวัง ที่ไม่ชัดเจน
  76. 77. E MOTIONAL B ANK A CCOUNT KEEP PROMISES APOLOGIZE CLARIFY EXPECTATIONS TREAT OTHER KINDLY UNDERSTAND OTHERS LOYALITY TO THE ABSENT
  77. 78. ในการพัฒนาตนเอง ฉันต้องเติมพลังชีวิตอย่างสม่ำเสมอ ฉันวางแผนและ ใช้เวลาใส่ใจตนเอง ฉันได้รับการเติมพลัง เพื่อดูแลรักษาและเพิ่มพูนความมีประสิทธิผล เราต้องหมั่นเติมพลัง ชีวิตของเราเองในด้านร่างกาย อารมณ์ สติปัญญา และจิตวิญญาณ อุปนิสัยที่ 7 ลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอ ( Sharpen the Saw) เห็น กระทำ ได้รับ หลักการ
  78. 79. <ul><li>ดูแลสุขภาพตนเองและหมั่นออกกำลังกาย </li></ul><ul><li>มีความห่วงใยผู้อื่นและพยายามสร้าง </li></ul><ul><li>ความสัมพันธ์ที่ดี </li></ul><ul><li>มีความสามรถในสาขาวิชาชีพตนเอง </li></ul><ul><li>ให้เวลากับการพักผ่อนและ </li></ul><ul><li>สิ่งที่มีความหมายในชีวิต </li></ul>อุปนิสัยที่ 7 ลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอ ( Sharpen the Saw) = การเติมพลังชีวิต (1)
  79. 80. <ul><li>ส่งเสริมและสนับสนุนให้ทีมงานพัฒนาตนเอง </li></ul><ul><li>พัฒนาภาวะผู้นำของตนเองอย่างต่อเนื่อง </li></ul><ul><li>ปรับปรุงตนเองด้วยการรับฟังคำประเมิน </li></ul><ul><li>จากผู้อื่น </li></ul><ul><li>ผลักดันให้ทีมงานพัฒนาอยู่เสมอ </li></ul>อุปนิสัยที่ 7 ลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอ ( Sharpen the Saw) = การเติมพลังชีวิต (2)
  80. 81. ร่างกาย จิตวิญญาณ สติปัญญา สังคมและอารมณ์ การอ่านหนังสือ การมองไปข้างหน้า กาวางแผนและการเขียน การออกกำลังกาย โภชนาการและการ จัดการกับความเครียด ในจิตใจ การเห็นคุณค่าและรักษาคำมั่นสัญญา การศึกษา การอ่านวรรณกรรมที่สร้าง แรงบันดาลใจ ช่วยเหลือสังคม ใช้เวลา กับธรรมชาติและการทำสมาธิ การบริหาร การ แบ่งปัน ความรู้สึก การรวมพลังและ ความมั่นคงในจิตใจ ที่แท้จริง มิติ 4 ประการ สำหรับการปรับตัวใหม่ “ เลื่อย”
  81. 82. “ โอ้ความรุ่งโรจน์แห่งการเจริญเติบโต ความเงียบสงบ พลานุภาพ ความยั่งยืน ความแน่นอน เพื่อให้ข้าได้ตื่นขึ้น ได้เปิดรับแสงสว่างแห่งสติสัมปชัญญะ ดั่งดอกไม้ที่เบิกบานรับแสงสุริยา” เอมิลี่ คาร์
  82. 83. นิสัย 7 ประการของผู้มีประสิทธิผลสูง <ul><li>1. Be Proactive รู้จักเลือกตอบสนองในสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ มิใช่ปัจจัยภายนอก </li></ul><ul><li>2. Begin with the End in Mind สร้างพันธกิจส่วนตนบนพื้นฐานของหลักการ </li></ul><ul><li>3. Put First Things First ใช้เวลาทำสิ่งที่สำคัญที่สุด มิใช่สิ่งที่เร่งด่วนที่สุด </li></ul>ชนะใจตนเอง
  83. 84. นิสัย 7 ประการของผู้มีประสิทธิผลสูง <ul><li>ชนะใจคนอื่น </li></ul><ul><li>4. Think Win-Win สร้างข้อตกลงร่วมกันด้วยแนวคิดแบบ ชนะ - ชนะ </li></ul><ul><li>5. Seek First to Understand, then to be Understood รู้จัก “ฟัง” ผู้อื่นอย่างเข้าอกเข้าใจ </li></ul><ul><li>Synergize นำความแตกต่างมาสร้างสิ่งที่ดีที่สุด </li></ul>
  84. 85. นิสัย 7 ประการของผู้มีประสิทธิผลสูง <ul><li>การปรับตัวใหม่ </li></ul><ul><li>Sharpen the Saw สร้างสมดุลให้ชีวิตทางด้านร่างกาย สมอง สังคม และจิตวิญญาณ </li></ul>
  85. 86. <ul><li>ดั่งดินสอ </li></ul>ช่างทำดินสอ หยิบดินสอแท่งหนึ่งมาวางไว้ต่างหาก ก่อนหยิบลงบรรจุกล่อง และส่งไปยังโลกกว้าง พร้อมกล่าวกับดินสอว่า “ ดินสอเอ๋ย ก่อนจะออกไปท่องโลกกว้าง จงจดจำไว้และไม่มีวันลืมว่า ..... ถึงแม้เจ้าจะมีไม้ห่อหุ้มอยู่เพื่อปกป้องความเปราะบางของเจ้า แต่จงจำไว้ว่าสิ่งที่ดีที่สุดของเจ้าคือ ข้างในตัวของเจ้าของ”
  86. 87. “ ..... เจ้าจงยอมลดละเลิกอัตตา และให้ใครบางคนจับเจ้าไว้ในมือ เพื่อเอื้อให้เจ้าได้ใช้ศักยภาพของความเป็นดินสอของเจ้า อย่างสมบูรณ์” “ ..... จงยอมรับกับเจ็บปวดจากการเหลา เพราะดินสอที่ดีต้องแหลมคม จงจำไว้ว่า ปัญหา อุปสรรค การทบทวน ความล้มเหลว การปรับตัว ความคับข้องใจ การเสียหน้า การไม่ได้ดังใจ ฯลฯ เป็นความจำเป็นที่ก่อให้เกิดความดีเลิศสมบูรณ์แบบในตน และ ต้องเกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ ชั่วชีวิตเจ้า”
  87. 88. “ ..... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นรอบตัวเจ้า จงจำไว้เสมอว่า เจ้ามีหน้าที่เขียน และจงทำหน้าที่เขียนอยู่เสมอ โดยอดทนต่อความผันแปร ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดารอบตัวเจ้า” “ ..... จงกล้าเสี่ยงที่จะเขียนทุกอย่าง เพราะเจ้าเป็นดินสอที่มียางลบติดอยู่ตรงปลาย สามารถลบคำผิดจากการเขียนของเจ้าได้ ด้วยตัวเจ้าเอง” “ ..... ชีวิตของเจ้าจะหดสั้นลงตามวาระแห่งการเหลา แต่เจ้า จะเป็นดินสอที่ดีที่สุด มีคุณค่าที่สุด ถ้าเจ้าทิ้งร่องรอยของเจ้าไว้ ทุกหนทุกแห่งที่ได้มีโอกาสผ่านไป ร่องรอยของเจ้าไม่มีวันตาย”
  88. 90. สู่ความสำเร็จ
  89. 91. Thank you for your attention

Notas del editor

  • แก่นแท้ของแต่ละอุปนิสัย คือ หลักการนั่นเอง
  • P คือไข่ทอง คำ PC คือความสามารถในการผลิต **** ความรู้ในวิชาชีพใดก็ตามใช้ได้ดีเพียง 4 ปี เท่านั้น
  • อุปนิสัยที่ 1 คือ โปรแกรมเมอร์
  • อุปนิสัยที่ 1 คือ โปรแกรมเมอร์ อุปนิสัยที่ 2 คือ การเขียนโปรแกรม ( ให้สอดคล้องกับค่านิยมส่วนตนให้มากที่สุด )

×