Se ha denunciado esta presentación.
Utilizamos tu perfil de LinkedIn y tus datos de actividad para personalizar los anuncios y mostrarte publicidad más relevante. Puedes cambiar tus preferencias de publicidad en cualquier momento.

6 5 ที่พักแรมแบบโฮมสเตย์และการจัดการ

6.249 visualizaciones

Publicado el

6 5 ที่พักแรมแบบโฮมสเตย์และการจัดการ

Publicado en: Viajes
  • Finally found a service provider which actually supplies an essay with an engaging introduction leading to the main body of the exposition Here is the site ⇒⇒⇒WRITE-MY-PAPER.net ⇐⇐⇐
       Responder 
    ¿Estás seguro?    No
    Tu mensaje aparecerá aquí
  • I have always found it hard to meet the requirements of being a student. Ever since my years of high school, I really have no idea what professors are looking for to give good grades. After some google searching, I found this service ⇒ www.HelpWriting.net ⇐ who helped me write my research paper. The final result was amazing, and I highly recommend ⇒ www.HelpWriting.net ⇐ to anyone in the same mindset as me.
       Responder 
    ¿Estás seguro?    No
    Tu mensaje aparecerá aquí
  • Sex in your area is here: ❶❶❶ http://bit.ly/36cXjBY ❶❶❶
       Responder 
    ¿Estás seguro?    No
    Tu mensaje aparecerá aquí
  • Follow the link, new dating source: ❶❶❶ http://bit.ly/36cXjBY ❶❶❶
       Responder 
    ¿Estás seguro?    No
    Tu mensaje aparecerá aquí

6 5 ที่พักแรมแบบโฮมสเตย์และการจัดการ

  1. 1. โครงการอบรมหลักสูตรการท่องเที่ยว เชิงเกษตรและการจัดการ ที่พักแรมแบบโฮมสเตย์และการจัดการ บรรยายโดยคุณกรวรรณ สังขกร
  2. 2. ความหมายของโฮมสเตย์ โดย ททท.  บ้านพักประเภทหนึ่งประเภทใดที่ นักท่องเที่ยวร่วมกับเจ้าของบ้านและมี วัตถุประสงค์ที่จะเรียนรู้วิถีชีวิตของ ชาวบ้าน ซึ่งเป็นการถ่ายทอด วัฒนธรรมและแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่ง กันและกัน พร้อมทั้งจัดที่พักและ อาหารให้แก่นักท่องเที่ยวและได้รับ ค่าตอบแทนตามความเหมาะสม
  3. 3. ความหมายโดยสานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด  เป็นบ้านพักที่อยู่ในชุมชน สมาชิกในครัวเรือนพักอยู่ประจา และ บ้านนั้นเป็นสมาชิกของกลุ่มชมรมที่ร่วมจัดกันเป็นโฮมสเตย์ ชุมชน โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักร่วมกับเจ้าของบ้านได้ ซึ่งสมาชิกในบ้านก็ต้องมีความยินดีและเต็มใจให้นักท่องเที่ยว เข้ามาพักด้วย พร้อมทั้งถ่ายทอดประเพณี วัฒนธรรมอันดีงาม ของท้องถิ่นของตนเองให้แก่นักท่องเที่ยว และสามารถนา นักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นในชุมชน
  4. 4. พัฒนาการของโฮมสเตย์  มีโฮมสเตย์เกิดขึ้นมากมาย และมี โฮมสเตย์ที่ได้รับการรับรอง มาตรฐานจากกรมการท่องเที่ยวแล้ว มีทั้งหมดประมาณ 200 กว่า โฮมส-เตย์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา  มีโฮมสเตย์ที่ยังไม่ได้รับมาตรฐานอีก มากกว่า 200 กว่าโฮมสเตย์รวม ทั้งหมดเกือบ 500 โฮมสเตย์
  5. 5. พัฒนาการของโฮมสเตย์  โฮมสเตย์ในประเทศไทยเริ่มมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 จนถึง พ.ศ. 2535 ที่เป็นช่วงยุคเริ่มต้น ซึ่งจะ ระยะแรกจะกระจายอยู่ในกลุ่มนิสิต นักศึกษา และ การออกค่ายอาสา พัฒนา  เป็นกลุ่มที่ต้องการเรียนรู้วิถีชีวิต และเข้าสู่ชนบท มีการออกค่ายไป พักกับชาวบ้านอยู่กับชุมชน ซึ่งแต่ เดิมยังไม่ได้เรียกว่าโฮมสเตย์
  6. 6. พัฒนาการของโฮมสเตย์  หลังจากนั้นก็มีการกระจายเข้าสู่กลุ่ม นักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย ซึ่งจะเป็น กลุ่มที่ชอบ Trekking Tour หรือ ทัวร์ป่า โดยเฉพาะทางตอนเหนือ ของไทย  นักท่องเที่ยวก็จะเข้าพักตามหมู่บ้าน ชาวเขา ตามเส้นทางการเดินป่า
  7. 7. ยุคกลางของโฮมสเตย์  กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่นิยมทัวร์ป่ามากขึ้น โฮมสเตย์จึง พัฒนารูปแบบและกิจกรรมมากขึ้น กระจายไปตามหมู่บ้านชาวเขา  ในช่วงยุคกลางนี้ยังไม่ได้มีการจัดการใดๆ ทาให้นักท่องเที่ยวที่ เป็น Trekking Tour เข้าไปก็จะเจอปัญหาต่างๆโดยเฉพาะ ยาเสพติด
  8. 8. โฮมสเตย์ยุคหลัง  ตั้งแต่ปี พ.ศ.2527 จนถึงปัจจุบัน รัฐบาลก็ได้ให้ความสาคัญ และ เน้นการพัฒนากระแส สังคม และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทาให้การ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้รับความนิยมมากขึ้นและยังมีแนวโน้มมากขึ้น เรื่อยๆ  นักท่องเที่ยวชาวไทยในช่วงแรกจะเป็นกลุ่มนาร่องในสังคม ซึ่งส่วน ใหญ่จะเป็น NGO หรือนักพัฒนาสังคมลังจากนั้นก็เริ่มมีการ เคลื่อนไหวในกลุ่มธุรกิจ มีสินค้าใหม่ๆเข้ามานาเสนอให้ลูกค้ามาก ขึ้น
  9. 9. การเติบโตของโฮมสเตย์  ในปี พ.ศ. 2541-2542 เมื่อ รัฐบาลไทยโดยททท.ประกาศให้ ประเทศไทยเป็นปีแห่งการ ท่องเที่ยวไทย หรือ Amazing Thailand ก็มีการสนับสนุน การท่องเที่ยวทาให้เกิดการจัด โฮมสเตย์ในหลายชุมชน และมีการ ขยายโฮมสเตย์เพิ่มมากขึ้นด้วย
  10. 10. การเติบโตของโฮมสเตย์  รัฐบาลต้องการที่จะมุ่งเน้นการ กระจายอานาจเข้าสู่ท้องถิ่น เน้นการ พัฒนาชุมชน ให้ความสาคัญกับการ สร้างงาน และสร้างรายได้ให้กับ ชุมชน โดยการใช้เครื่องมือคือการ ท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการ พัฒนาให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยว ที่หลากหลายในชุมชน
  11. 11. การเติบโตของโฮมสเตย์  ปี พ.ศ. 2546 กรมการท่องเที่ยวก็เริ่มจัดทามาตรฐาน โฮมสเตย์ขึ้น แต่ยังไม่ได้มีการเริ่มการประเมิน เป็นเพียงการ ประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าในปี พ.ศ. 2547 จะเริ่มมีการ ประเมินโฮมสเตย์ เพื่อเป็นการรับประกันให้กับนักท่องเที่ยว ได้ทราบถึงโฮมสเตย์ที่ได้รับมาตรฐาน และถูกต้อง มีการ จัดการที่ดี เป็นการให้มาตรฐานแก่โฮมสเตย์
  12. 12. วัตถุประสงค์ของการจัดทาโฮมสเตย์  เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีการจัดทาโฮมสเตย์เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ เป็น ชุมชนที่เข้มแข็ง และพึ่งตนเองได้ และยั่งยืน  เพื่อส่งเสริมโฮมสเตย์ให้มีมาตรฐาน และเข้าสู่กระบวนการตรวจรับรอง อย่างถูกต้องได้  เพื่อส่งเสริมให้โฮมสเตย์เป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงชุมชน หรือ Community Based Tourism  เพื่อคานึงถึงความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ ดารงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทาง วัฒนธรรม และชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมและรับประโยชน์อย่างเป็นธรรม
  13. 13. ประเภทของโฮมสเตย์  โฮมสเตย์ทั่วไป เป็นโฮมสเตย์ที่มีอย่างน้อย 3 หลังในชุมชน นักท่องเที่ยวจะต้องพักกับ คนในครอบครัว แต่ยังไม่ได้รับการประเมิน  โฮมสเตย์มาตรฐาน เป็นโฮมสเตย์ที่ได้รับ มาตรฐานจากกรมการท่องเที่ยว ซึ่งจะได้รับ ป้ายมาตรฐาน ซึ่งมีอายุ 3 ปี หากหมด ระยะเวลาแล้วก็จะต้องเข้ารับการประเมิน ใหม่
  14. 14. การจัดการโฮมสเตย์เบื้องต้น  คานึงถึงความพร้อม ความเต็มใจของ ชุมชนเป็นสาคัญ ชุมชนจะต้องมีส่วน ร่วมในการบริหารจัดการ  ตั้งกรรมการที่จะเข้ามาดูแลโฮมสเตย์ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง  เน้นจุดขายที่เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของ ชุมชน ภายใต้บรรยากาศแบบธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าสนใจต่อ บุคคลภายนอก
  15. 15. การจัดการโฮมสเตย์เบื้องต้น  การท่องเที่ยวจะต้องเป็นเพียงรายได้เสริมไม่ใช่อาชีพหลัก  สิ่งที่ควรจะนาเสนอให้แก่นักท่องเที่ยวก็ควรจะเป็นวิถีชีวิตในชุมชนที่เรียบ ง่ายแบบชนบท ไม่จาเป็นต้องทาอะไรที่เป็นพิเศษเพื่อเพิ่มเติมให้ นักท่องเที่ยว  คานึงถึงความปลอดภัยและความสะอาดของห้องพัก  กิจกรรมการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นก็จะต้องเกี่ยวข้องกับชุมชน  มีการรวมกันในรูปแบบกลุ่มสหกรณ์ สมาชิกในชุมชนต้องมีความเข้าใจใน การบริหารจัดการ สามารถเข้ามาแสดงความคิดเห็นในการจัดการ เพื่อที่จะให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
  16. 16. การจัดการโฮมสเตย์เบื้องต้น  สมาชิกในครอบครัวจะต้องเต็มใจในการรับนักท่องเที่ยวเข้ามา เยือน  บ้านพักจาเป็นจะต้องมีโครงสร้างที่ดี มีสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่ ไกลจากเมืองหรือพื้นที่จัดเทศกาล รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยว  มีห้องน้า ห้องพัก ห้องอาบน้า และห้องนั่งเล่นไว้รองรับ นักท่องเที่ยว  เป็นบ้านที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกไม่มีกลิ่นอับ มีการ จัดเตรียมสถานที่พบปะกัน เป็นที่นั่งเล่น พูดคุย แลกเปลี่ยน กันระหว่างเจ้าของบ้านและนักท่องเที่ยว
  17. 17. การจัดการโฮมสเตย์เบื้องต้น  ห้องพักของนักท่องเที่ยวควรจะมีความเป็น ส่วนตัวและมีความเรียบง่าย มีความเป็น สัดส่วน  หากบางหมู่บ้านบางวัฒนธรรมที่ไม่นิยมการ กั้นห้องนอนให้เป็นสัดส่วน ก็ควรแก้ปัญหา ด้วยการหาสิ่งของไม่ว่าจะเป็นผ้า ตู้เสื้อผ้า มา กั้นให้ส่วนหนึ่งเป็นของนักท่องเที่ยวที่เป็น ส่วนตัว
  18. 18. การจัดการโฮมสเตย์เบื้องต้น  เครื่องนอนที่มีนักท่องเที่ยวใช้และออกไป แล้วก็ควรมีการเก็บมาซักและจัดเตรียมไว้ ใหม่ให้เรียบร้อย  ห้องพักนั้นก็ควรจะมีไฟฟ้า ตะเกียง แสง สว่างให้เหมาะสม  ห้องน้าที่จัดให้นักท่องเที่ยวนั้นก็สามารถเป็น ห้องน้าที่เจ้าของบ้านใช้ร่วมด้วยได้ แต่เรื่อง ที่สาคัญคือต้องรักษาความสะอาด มีการทา ความสะอาดห้องน้าเป็นประจา ไม่ให้เกิด การลื่น
  19. 19. การจัดการโฮมสเตย์เบื้องต้น  ควรมีการจัดเตรียมเครื่องใช้สาหรับผู้มา พัก เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าขาวม้า อุปกรณ์ใน ห้องน้าเล็กๆน้อย สบู่ ยาสีฟัน  หากมีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักในหมู่บ้านก็ ควรมีการแจ้งให้กับชุมชนได้ทราบเพื่อจะ ได้มีการช่วยกันดูแลความปลอดภัย จัดเวร ยาม เฝ้าระวัง  ควรมีเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ติดต่อ เจ้าหน้าที่ในกรณีฉุกเฉิน
  20. 20. ระเบียบสาหรับนักท่องเที่ยว  ควรแจ้งวัฒนธรรม วิถีชีวิต กฏระเบียบของหมู่บ้านให้นักท่องเที่ยวทราบ  กาหนดข้อระเบียบของการท่องเที่ยว การแต่งกาย การนอน กาหนดเวลา การเข้า-ออกบ้านพัก เพื่อไม่ให้กระทบกับความเชื่อดั้งเดิมของชุมชน  ควรจะมีจุดศูนย์กลางของชุมชน เช่น วัด โรงเรียน ใช้เป็นที่ลงทะเบียนเข้า พัก  ก่อนที่นักท่องเที่ยวจะเข้าบ้านพัก ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วย วัฒนธรรมท้องถิ่นให้เกิดความประทับใจ เช่น บายศรีสู่ขวัญ พวงมาลัย ดอกมะลิ
  21. 21. การจัดการระบบการจองที่พัก  ควรจะมีการจัดลาดับบ้านที่พักที่ให้บริการในชุมชนที่มีโฮมสเตย์ อยู่ เพื่อจัดสรรบ้านแต่ละหลังให้นักท่องเที่ยวได้พัก  ขั้นตอนการจองอาจจะต้องมีการเก็บค่ามัดจาไว้ล่วงหน้าขึ้นอยู่ กับการบริหารจัดการในชุมชนนั้นๆ  ควรจะมีการบันทึกข้อมูลสาหรับการจอง และการยกเว้นการจอง ที่พัก จานวนผู้เข้าพัก จานวนเงินทั้งหมด ค่าใช้จ่ายต่างๆ  นักท่องเที่ยวโทรเข้ามาจองควรจะแจ้งให้ทราบถึงค่าธรรมเนียม และ ค่าบริการต่างๆ
  22. 22. การจัดการระบบการจองที่พัก  มีการลงทะเบียนเพื่อขอ ข้อมูลนักท่องเที่ยวเพื่อการ เตรียมการ และเพื่อแจ้ง นักท่องเที่ยวเกี่ยวกับชุมชน
  23. 23. อาหาร  ควรจะมีการวางแผนจัดเตรียม อาหาร คานึงถึงเรื่องเชื้อชาติและ การนับถือศาสนาของนักท่องเที่ยว เช่น อิสลามไม่ทานหมู  ในหมู่บ้านอาจจะมีผักหรืออาหาร พื้นบ้านวัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์ ของชุมชนที่ออกตามฤดูกาล  จะต้องมีการถามความชอบกับเรื่อง รสชาติ เช่น การทานเผ็ด รสจัด
  24. 24. อาหาร  ภาชนะในการปรุงอาหารจะต้องมีความ สะอาดและปราศจากกลิ่น ไม่มีกลิ่นอับ กลิ่นเหม็น กลิ่นคาว  มีการแยกภาชนะในการล้าง เช่น แก้วน้า จาน ชาม เพราะจะทาให้กลิ่นไม่ติดกัน  ควรจะรับประทานพร้อมกันเพื่อเป็นการ รับรู้วัฒนธรรมการกินอาหารร่วมกัน  อาจจะมีการเชิญให้นักท่องเที่ยวมาร่วม ในการจัดโต๊ะอาหารเพื่อให้เกิดความ ภูมิใจ
  25. 25. คุณสมบัติเบื้องต้นของโฮมสเตย์  เจ้าของบ้านและสมาชิกในครอบครัว จะต้องถือว่าการทาโฮมสเตย์เป็น เพียงรายได้เสริม นอกเหนือจาก รายได้อาชีพหลักของครอบครัว  พื้นที่ภายในบ้านจะต้องเป็นพื้นที่ใช้ สอยที่เหลือจากการไม่ได้ใช้ ประโยชน์และดัดแปลงมาใช้เป็นที่ พัก หรือเป็นที่ว่างที่มีห้องพักว่าง
  26. 26. คุณสมบัติเบื้องต้นของโฮมสเตย์  นักท่องเที่ยวต้องเข้าพักหรือพักแรม ในบ้านเดียวกับเจ้าของบ้านโดยอาศัย มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วัฒนธรรมและวิถีชีวิตร่วมกัน  สมาชิกในครอบครัวมีความยินดีและ เต็มใจในการให้นักท่องเที่ยวเข้ามา พักแรมในบ้าน พร้อมทั้งถ่ายทอด วัฒนธรรมอันดีงามให้แก่ นักท่องเที่ยวได้
  27. 27. คุณสมบัติเบื้องต้นของโฮมสเตย์  เจ้าของบ้านและสมาชิกในครอบครัว จะต้องให้ความร่วมมือกับชุมชนใน การจัดการโฮมสเตย์ โดยคานึงถึงคนที่ อยู่ในชุมชนโดยรอบในการทากิจกรรม ร่วมกัน  ควรจะเป็นสมาชิกกลุ่มชมรมหรือ สหกรณ์ร่วมกับการทาโฮมสเตย์ของ ชุมชนนั้นๆ
  28. 28. คุณสมบัติเบื้องต้นของโฮมสเตย์  จานวนหลังคาเรือนที่เป็นสมาชิก ของกลุ่มโฮมสเตย์จะต้องมีอย่าง น้อย 3 หลังขึ้นไปถึงจะสามารถ เรียกว่า โฮมสเตย์ จริงๆได้  บ้านที่ขอรับการประเมินจะต้องมี เลขที่บ้านโดยออกจากศูนย์ ราชการ และบัตรประชาชนเจ้าของ บ้านด้วย
  29. 29. คุณสมบัติเบื้องต้นของโฮมสเตย์  ที่ตั้งของชุมชนหรือกลุ่มโฮมสเตย์ จะต้องไม่อยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ ไม่เป็นการไปบุกรุกเขตพื้นที่ อุทยานและเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า  การจัดการโฮมสเตย์หากต้องการ การประเมินจะต้องทาการประเมิน อย่างน้อยไม่ต่ากว่า 6 เดือน
  30. 30. มาตรฐานโฮมสเตย์: ที่พัก  ลักษณะบ้านพักที่เป็นสัดส่วน เป็นห้องนอน หรือเป็นพื้นที่ที่เจ้าของบ้าน แบ่งปันให้นักท่องเที่ยวได้พัก ไม่สามารถใช้บ้านที่แยกมาอีกหลังเพื่อให้ นักท่องเที่ยวเข้าพักได้  ที่นอนที่สะอาดและสบาย หากเป็นนักท่องเที่ยวเข้ามาพักกลุ่มใหม่ก็ควร มีการเปลี่ยนเครื่องนอนตามความเหมาะสมให้ มีราวตากผ้าหรือที่เก็บ เสื้อผ้าอย่างเป็นระเบียบ  ห้องอาบน้าสะอาด ไม่ลื่น มีอุปกรณ์การอาบน้าอย่างเหมาะสม น้าที่ใช้ จะต้องเป็นน้าสะอาด มีถังขยะ  มุมพักผ่อนที่สงบ สบาย ภายในบ้านหรือบริเวณโดยรอบ
  31. 31. มาตรฐานโฮมสเตย์: อาหาร  วัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบ อาหาร ควรมีปริมาณที่เหมาะสม  ปรุงอาหารอย่างถูกสุขอนามัย  ใช้ผักพื้นบ้านหรือวัตถุดิบที่เป็น เอกลักษณ์ในท้องถิ่น  ใช้น้าที่สะอาด ควรผ่าน กระบวนการทาความสะอาดมา ก่อน ภาชนะเก็บน้าที่สะอาด ไม่ มีตะกอน และมีฝาปิด
  32. 32. มาตรฐานโฮมสเตย์: อาหาร  ภาชนะที่บรรจุอาหารก็ควรจะรักษาความ สะอาด ไม่มีคราบ และกลิ่นคาว  ห้องครัวอาจจะอยู่ในบ้าน หรือแยกจาก ตัวบ้านก็ได้ตามวัฒนธรรมชนบทต่างๆ  อุปกรณ์การเก็บเครื่องปรุงวัตถุดิบต่างๆ ควรจะสะอาดสามารถป้องกันเชื้อโรคและ สิ่งสกปรก  มีการกาจัดขยะที่ถูกสุขอนามัย
  33. 33. มาตรฐานโฮมสเตย์: ความปลอดภัย  การตรวจตรา เวรยาม  การปฐมพยาบาลเบื้องต้น มียา สามัญประจาบ้านอยู่ในสภาพใช้ งานได้  เจ้าของบ้านควรจะซักถามโรค ประจาตัวของคนที่จะเข้ามาพัก  แจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านได้รับทราบว่า มีนักท่องเที่ยวมาเข้าพัก
  34. 34. มาตรฐานโฮมสเตย์: อัธยาศัยไมตรี  เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามาพัก ทุกครัวเรือน จะต้องรู้จักการเรียนรู้วิถีชีวิตของเจ้าของ บ้านผ่านกิจกรรมต่างๆ  มีแขกมาก็ต้องต้อนรับ มอบดอกไม้ พวงมาลัย มีคนในชุมชนมาต้อนรับ  มีการสร้างกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ใน วิถีของชุมชน เจ้าของบ้าน มีการ แลกเปลี่ยนข้อมูล เช่น ดูไร่นา เก็บใบชา ทอผ้า ตกปลา ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม
  35. 35. มาตรฐานโฮมสเตย์: รายการนาเที่ยว  ในชุมชนมีกิจกรรมที่สามารถให้ นักท่องเที่ยวสามารถท่องเที่ยวได้  มีรายการนาเที่ยวที่ชัดเจน ซึ่งผ่านการ ยอมรับจากชุมชน  มีการวางแผนการท่องเที่ยวร่วมกับ ชุมชนโฮมสเตย์เพื่อกระจายรายได้  มีโปรแกรมการท่องเที่ยวที่เผยแพร่สู่ สาธารณะและนักท่องเที่ยวอย่างชัดเจน
  36. 36. มาตรฐานโฮมสเตย์: รายการนาเที่ยว  นากิจกรรมมานาเสนอให้นักท่องเที่ยวตาม รูปแบบวิถีชีวิตของชุมชนนั้นๆ  นาเสนอภูมิปัญญาพื้นบ้านที่มีลักษณะโดด เด่น  มีกิจกรรมบันเทิง เช่น ดนตรี เต้นรา พื้นบ้านในยามว่างหรือตอนเย็น  มีการท่องเที่ยวที่หลากหลายแตกต่างกันไป ตามวัฒนธรรมเพื่อให้นักท่องเที่ยวเลือกได้
  37. 37. มาตรฐานโฮมสเตย์: รายการนาเที่ยว  เจ้าของบ้านควรจะเป็นมัคคุเทศก์ ท้องถิ่น หรือ สามารถประสานงาน กับมัคคุเทศก์ท้องถิ่นได้  ควรจะมีการจัดทาสื่อ โบรชัวร์ เช่น รูปถ่าย ภาพวาด
  38. 38. มาตรฐานโฮมสเตย์:ทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อม  แหล่งท่องเที่ยวในชุมชนหรือแหล่ง ใกล้เคียง ควรจะเป็นแหล่งที่ สามารถดึงดูดความสนใจ นักท่องเที่ยว  ชุมชนควรจะมีกฎกติกาการใช้ ทรัพยากรการท่องเที่ยวที่ชัดเจน  มีกิจกรรมที่สัมพันธ์กับการอนุรักษ์ ฟื้ นฟู เช่น การปลูกป่า ค่ายอนุรักษ์ เยาวชน
  39. 39. มาตรฐานโฮมสเตย์:ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม  ควรจะมีมาตรฐาน แผนงาน และ แนวทางในการปฏิบัติในการจัดการ แยกขยะอย่างถูกวิธี  มีแผนงานที่จะช่วยลดผลกระทบของ ภาวะโลกร้อน หรือ Green Tourism  มีกิจกรรมในการลดผลกระทบจาก การท่องเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  40. 40. มาตรฐานโฮมสเตย์: ด้านวัฒนธรรม  เน้นการดารงรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรม ประเพณี ท้องถิ่น  มีการรวบรวมองค์ความรู้และวัฒนธรรม ท้องถิ่นเพื่อนาสู่การเผยแพร่ที่ถูกต้องแก่ นักท่องเที่ยว  ชุมชนและโรงเรียนควรจะมีแผนการฟื้ นฟู อนุรักษ์ และถ่ายทอดศิลปะ การละเล่น พื้นบ้าน  ผู้แสดงทางวัฒนธรรมและผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้อง ส่วนร่วมในการวางแผน เนื้อหา รูปแบบ และ การนาเสนอ
  41. 41. มาตรฐานโฮมสเตย์: ด้านวัฒนธรรม  การรักษาวิถีชุมชน ไม่ควร เปลี่ยนการจัดทาใหม่ หรือ สร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนอง ความต้องการของ นักท่องเที่ยว
  42. 42. มาตรฐานโฮมสเตย์: การสร้างคุณค่าและมูลค่าของผลิตภัณฑ์  การผลิตของจากชุมชนเพื่อ จาหน่ายเป็นของที่ระลึกให้แก่ นักท่องเที่ยว  การนาความรู้ ภูมิปัญญาใน ท้องถิ่น มาจัดกิจกรรม เพื่อให้คนในท้องถิ่น ภาคภูมิใจ
  43. 43. มาตรฐานโฮมสเตย์: การสร้างคุณค่าและมูลค่าของผลิตภัณฑ์  การบริหารจัดการต้องเป็นการรวมกลุ่ม ดาเนินการร่วมกันของชุมชน  สมาชิกกลุ่มของชุมชนต้องมีความรู้ ความ เข้าใจในแนวคิด หลักการ วัตถุประสงค์ของ โฮมสเตย์  การรวมกลุ่มกันเป็นสมาชิกสหกรณ์โฮมสเตย์ เพื่อตอบแทนสมาชิก  มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารงาน
  44. 44. มาตรฐานโฮมสเตย์: การสร้างคุณค่าและมูลค่าของผลิตภัณฑ์  มีกฎกติกาการทางานของคณะกรรมการ  มีการจัดสรรเงินรายได้ของส่วนกลางเพื่อ เข้าสู่ชุมชน  แนวปฏิบัติของกลุ่ม เช่น ต้อนรับ ให้ ข้อมูล จัดลาดับกิจกรรม  มีแนวปฏิบัติในการจองห้องพักล่วงหน้า  จะต้องมีหลักเกณฑ์ การเปิดรับสมัคร สมาชิก กาหนดขีดความสามารถในการ รองรับนักท่องเที่ยว
  45. 45. มาตรฐานโฮมสเตย์: การสร้างคุณค่าและมูลค่าของผลิตภัณฑ์  กาหนดอัตราค่าบริการควรจะเป็นที่ ยอมรับของกลุ่ม มีการชาระเงินที่ กองกลางที่เดียว  ควรมีการลงทะเบียนของนักท่องเที่ยวเพื่อ เป็นข้อมูลในการเตรียมการและให้บริการ แก่นักท่องเที่ยว  ระบุค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจนให้เป็น ธรรมในแผ่นพับประชาสัมพันธ์
  46. 46. มาตรฐานโฮมสเตย์:ประชาสัมพันธ์  เอกสาร สิ่งพิมพ์ คู่มือ แผ่นพับ แผนที่การเดินทาง โปรแกรมการ ท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยว ช่องทางการติดต่ออย่างละเอียด  เอกสารสิ่งพิมพ์เหล่านี้อาจจะได้รับ การสนับสนุนจากอบต.หมู่บ้าน หรือ NGO รวมทั้งสถาบันศึกษา
  47. 47. มาตรฐานโฮมสเตย์:ประชาสัมพันธ์  การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ควรจะมีเป้าหมายการเผยแพร่ กับกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน  การประชาสัมพันธ์ผ่าน Website ก็เป็นเรื่องที่สาคัญ เช่น การโฆษณา ผ่านหน้า Page ของ Facebook
  48. 48. ปั จจัยความสาเร็จของโฮมสเตย์  การมีส่วนร่วม  การกระจายบทบาทของการทางาน  การกระจายผลประโยชน์และรายได้  การทางานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้  มาตรการในการป้องกันและควบคุมผลกระทบทางสังคม  E-Marketing หรือ การตลาดออนไลน์ ก็ถือว่าเป็น เครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพของชุมชนให้ทางานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

×