Se ha denunciado esta presentación.
Utilizamos tu perfil de LinkedIn y tus datos de actividad para personalizar los anuncios y mostrarte publicidad más relevante. Puedes cambiar tus preferencias de publicidad en cualquier momento.
การศึกษาค้นคว้าและองค์ความรู้ (IS2) 
เรื่อง การประท้วงเป็นการแก้ไขปัญหาได้ดีจริงหรือไม่ ?
บทคัดย่อ 
• ปัญหาการเมืองการปกครองภายในประเทศ ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกคนภายในประเทศ เมื่อประชาชน 
มีความเดือดร้อนและเริ่มไม...
วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า 
ขอบเขตการศึกษา 
• วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า 
1.เพื่อศึกษาแ...
ความรู้ที่เกี่ยวข้อง 
• ความหมายของการประท้วง 
การประท้วง คือ การแสดงออกด้วยการกระทา เพื่อแสดงให้เห็นว่าคัดค้าน หรือ ไม่เห...
2. การชุมนุมต้องมีการเตรียมการและนัดหมายกันไว้ล่วงหน้า ข้อนี้ทา ให้การชุมนุมแตกต่างจากการรวมตัวกันชั่ว 
ขณะหนึ่งของกลุ่มคน...
• คา สุดท้ายคือคา ว่า “ที่สาธารณะ” หมายถึง ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินซึ่งใช้เพื่อ 
สาธารณประโยชน์หร...
วิธีการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล 
• 1.เลือกหัวข้อที่น่าสนใจจากเหตุการณ์ในปัจจุบันเพื่อนา ไปศึกษาค้นคว้าข้อมูลและสามารถนา มา...
ผลการศึกษาค้นคว้า 
จากการที่ได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการประท้วงในครั้งนี้นั้น ทา ให้คณะผู้จัดทา มีความสามามารถในการ 
...
สรุปผลการศึกษา 
• จากการค้นคว้า ศึกษา และรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข่าวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และ 
อินเทอ...
ประโยชน์ที่ได้รับ และ ข้อเสนอแนะ 
• ประโยชน์ที่ได้รับ 
1.ได้รู้ข้อสรุปว่าแท้จริงนั้นการประท้วงสามารถแก้ปัญหาทางการเมืองได้...
จัดทาโดย 
นายยุทธพิชัย สายเสือ เลขที่ 37 
นายสัชฌุกร แสนฟ้างาม เลขที่ 38 
นายจิรนรินทร์ จอกทอง เลขที่ 48 
ชั้นมัธยมศึกษาปี...
Próxima SlideShare
Cargando en…5
×

การประท้วง

1.326 visualizaciones

Publicado el

ช่วยกัน comment หน่อยน๊าคร้าบบ

Publicado en: Estilo de vida
  • เนื้อหาน่าสนใจดีค่ะ
       Responder 
    ¿Estás seguro?    No
    Tu mensaje aparecerá aquí
  • ถ้าประท้วงด้วยความสงบมันก็ดีแหละ ใช้หลักอหิงสา แต่ถ้ามันก่อให้เกิดความรุนแรง อย่างเช่นเอาอารมณ์ของกลุ่มตนเองเป็นหลัก ผลเสียล้วนๆ55555555
       Responder 
    ¿Estás seguro?    No
    Tu mensaje aparecerá aquí
  • เป็นเรื่องที่น่าสนใจดีนะค่ะ
       Responder 
    ¿Estás seguro?    No
    Tu mensaje aparecerá aquí
  • ขอบคุณที่ให้ความรู้นะค่ะ ^^
       Responder 
    ¿Estás seguro?    No
    Tu mensaje aparecerá aquí
  • ได้ความรู้มากเลยค่ะ
       Responder 
    ¿Estás seguro?    No
    Tu mensaje aparecerá aquí

การประท้วง

  1. 1. การศึกษาค้นคว้าและองค์ความรู้ (IS2) เรื่อง การประท้วงเป็นการแก้ไขปัญหาได้ดีจริงหรือไม่ ?
  2. 2. บทคัดย่อ • ปัญหาการเมืองการปกครองภายในประเทศ ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกคนภายในประเทศ เมื่อประชาชน มีความเดือดร้อนและเริ่มไม่ไว้วางใจในการบริหารประเทศของรัฐบาล ซึ่งนา ไปสู่การรวมกลุ่มกันเพื่อแสดงออกทาง การเมือง จนถึงการรวมตัวกันหรือการประท้วงเพื่อขับไล่รัฐบาลดังเช่นที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ของบ้านเมืองเราใน ปัจจุบันนั้น ถึงอย่างไรนั้นการประท้วงครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น เพราะเกิดขึ้นมาแล้วหลายๆครั้งแล้ว ซึ่งไม่ใช่ เพียงแต่ปัญหาทางการเมือง ยังมีปัญหาอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งที่แล้วๆมานั้นบางปัญหาก็ได้รับการแก้ไขให้ บางปัญหาก็ ก็ถูกละเลย ทางคณะผู้จัดทา จึงเกิดข้อสงสัยที่ว่า การประท้วงเป็นการแก้ไขปัญหาได้ดีจริงหรือไม่ ? โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อที่ต้องการจะทราบว่า การประท้วงของประชาชนที่เป็นอยู่ ณ ตอนนี้นั้นจะสามารถ แก้ไขปัญหาจริงหรือเปล่า หรือเป็นไปตามเป้าหมายของกลุ่มคนที่ประท้วงนั้น โดยได้ทา การศึกษาหาความรู้และ ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ อาทิ เช่น หนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต โทรทัศน์ เป็นต้น เริ่มจากการหาข้อมูลตั้งแต่สาเหตุของ การประท้วง ผลกระทบของการประท้วง และรวมถึงเหตุการณ์ต่างๆที่กา ลังเกิดขึ้นในขณะที่มีการประท้วง แล้วนา ข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมได้มาทา การวิเคราะห์ว่าแหล่งที่มาของข้อมูลใดมีความน่าเชื่อถือมากที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อให้ ทราบข้อสรุปของวัตถุประสงค์ที่ตั้งขึ้น ซึ่งจากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลที่หามาได้ และวิเคราะห์จากการ ประท้วงครั้งก่อนๆ จะเห็นได้ว่าการประท้วงนั้นสามารถแก้ไขปัญหาทางการเมืองได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น อาจจะ ได้รับการแก้ไขปัญหาก็จริง แต่เมื่อเวลาผ่านไปปัญหาทางการเมืองเดิม ๆ ก็จะกลับมาอีก หากทุกฝ่ายยังคงไม่ทา ความเข้าใจซึ่งกันและกัน มัวแต่ขัดแย้งกันเอง และไม่แก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ปัญหาที่เกิดขึ้นมานี้ ก็จะมีมาแบบ ซ้า ซาก ท้ายที่สุดก็จะเกิดการประท้วงซ้า แล้วซ้า อีกไม่มีที่สิ้นสุด ทางออกที่ดีที่สุดคือการใช้หลักเหตุและผลในการ ตัดสินใจ และแก้ปัญหา ยึดเสียงข้างมาก แต่ก็รับฟังเสียงข้างน้อย และต้องยึดถือประโยชน์ของส่วนรวม และ ประเทศชาติเป็นสา คัญ หากทา ได้ดังกล่าวข้างต้นนี้ ประเทศไทยจะสงบสุข และกลับมาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
  3. 3. วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า ขอบเขตการศึกษา • วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า 1.เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง 2.เพี่อต้องการทราบว่าแท้จริงแล้วการประท้วงเป็นการแก้ไขปัญหาได้ดีจริงหรือไม่ 3.เพื่อพิสูจน์สมมติฐานที่ตั้งขึ้นมาว่าเป็นจริง • สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า 1.การประท้วงเป็นการแก้ไขปัญหาได้ดีจริงและจะได้รับการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานรัฐ 2.การประท้วงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ และก็จะไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานรัฐ 3.การประท้วงจะสามารถแก้ปัญหาได้ แต่เพียงแค่ครั้งคราว แล้วก็จะเกิดขึ้นใหม่ • ขอบเขตการศึกษา ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประท้วงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และมุ่งเน้นการค้นคว้าและศึกษาการประท้วงที่กา ลังมีใน ขณะนี้
  4. 4. ความรู้ที่เกี่ยวข้อง • ความหมายของการประท้วง การประท้วง คือ การแสดงออกด้วยการกระทา เพื่อแสดงให้เห็นว่าคัดค้าน หรือ ไม่เห็นด้วย มีหลากหลายวิธีซึ่ง ส่วนใหญ่เป็นการแสดงออกทางสังคมและการเมือง การประท้วงที่ใช้ความรุนแรงก่อให้เกิดความวุ่นวายจะ กลายเป็น การจลาจล และมีผลกระทบต่อผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้นๆ หากเรา พูดถึงรูปแบของการประท้วงนั้น มีมากมายหลายรูปแบบ อาทิ เช่น การประท้วงในที่สาธารณะ การประท้วงด้วยการ เขียน การประท้วงด้วยการขัดขืน การประท้วงด้วยการจัดค่าย การประท้วงด้วยความรุนแรง การประท้วงทหาร การ ประท้วงของผู้ใช้แรงงาน การประท้วงของผู้บริโภค ซึ่งเราจะมาหาคา ตอบของการประท้วงของไทยที่เป็นอยู่ใน ขณะนี้ ว่าการประท้วงครั้งนี้จะได้ผลหรือไม่ ? ซึงการประท้วงในไทยครั้งนี้จัดเป็นการประท้วงในที่สาธารณะ • การชุมนุมสาธารณะในที่สาธารณะ ประกอบด้วยคา สา คัญสามคา คือการ “ชุมนุม” “การชุมนุมสาธารณะ” และ “ในที่สาธารณะ” ซึ่ง “การชุมนุม” ต้องมีลักษณะสามประการประกอบกัน ดังนี้ 1. การชุมนุมต้องมีระยะเวลาจา กัด ข้อนี้ทา ให้การชุมนุมแตกต่างจากการรวมกลุ่มประเภทอื่น เช่น การรวมกันเป็น สมาคม สหภาพแรงงานหรือสหกรณ์ ซึ่งสมาชิกขององค์การเหล่านี้มีความประสงค์จะผูกสัมพันธ์ระหว่างกันใน ลักษณะถาวร ส่วนผู้เข้าร่วมการชุมนุมไม่มีความประสงค์เช่นนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วมการชุมนุมจึง เป็นไปชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น
  5. 5. 2. การชุมนุมต้องมีการเตรียมการและนัดหมายกันไว้ล่วงหน้า ข้อนี้ทา ให้การชุมนุมแตกต่างจากการรวมตัวกันชั่ว ขณะหนึ่งของกลุ่มคน เช่น ไทยมุง หรือการรอเข้าแถวในร้านอาหารหรือโรงภาพยนตร์ 3. การชุมนุมต้องมีวัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายร่วมกันที่แน่นอนชัดเจน ว่าต้องการแสดงความเห็นหรือข้อ เรียกร้องในเรื่องใด ว่าอย่างไร ข้อนี้จึงทา ให้การชุมนุมแตกต่างจากการรวมตัวชั่วขณะหนึ่งของกลุ่มคนใน ร้านอาหารหรือโรงภาพยนตร์ ซึ่งต่างตนต่างมีเจตจา นงของตน • ส่วน “การชุมนุมสาธารณะ” หมายถึง การที่บุคคลใดๆ ก็ตามมารวมตัวกันชั่วระยะเวลาหนึ่ง โดยมีเจตจา นง เพื่อ แสดงออกถึงความมุ่งหมายร่วมกัน โดยที่บุคคลเหล่านั้นไม่จา เป็นต้องเป็นสมาชิกหรือเป็นผไู้ด้รับอนุญาตให้เข้า ร่วมการชุมนุม • จากนิยามดังกล่าว การชุมนุมสาธารณะจึงมีความแตกต่างจากการชุมนุมส่วนบุคคล (ซึ่งการชุมนุมประเภทหลังนี้ จะต้องประกอบด้วยลักษณะสาม ประการ ได้แก่ 1. การชุมนุมส่วนบุคคลต้องกระทา ในสถานที่ปิดซึ่งมิใช่ที่กลางแจ้งหรือเปิดโล่ง สถานที่ปิดดังกล่าวไม่จา เป็นต้อง เป็นสถานที่เอกชน แต่อาจเป็นสถานที่สาธารณะก็ได้ เช่น สนามกีฬาแห่งชาติหรือสนามกีฬาเทศบาลซึ่งมีกา แพงรั้ว รอบขอบชิด 2. การชุมนุมส่วนบุคคลต้องสงวนไว้สา หรับผู้เข้าร่วมการชุมนุมที่มีการระบุตัวไว้แล้ว มิใช่เปิดให้แก่บุคคลใดก็ได้ เข้าร่วมการชุมนุมได้ 3. การชุมนุมส่วนบุคคลต้องสามารถตรวจสอบชื่อหรือตัวบุคคลของผู้เข้าร่วมการชุมนุมได้ และต้องสามารถ กระทา ได้ตลอดเวลาที่ต้องการ
  6. 6. • คา สุดท้ายคือคา ว่า “ที่สาธารณะ” หมายถึง ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินซึ่งใช้เพื่อ สาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งประชาชนสามารถเข้าไปหรือใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะมีการเรียกเก็บค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม เป็นต้นว่า ทางหลวง ทางสาธารณะ ทางน้า อย่างไรก็ตาม ในเรื่องเกี่ยวกับเสรีภาพในการชุมนุม กฎหมายของหลายประเทศมุ่งหมายควบคุมจา กัดเฉพาะการชุมนุม ในที่สาธารณะที่มีลักษณะเป็นสถานที่กลางแจ้ง เปิดโล่ง ไม่มีกา แพง รั้วและหลังคา เช่น ถนนหลวง ลาน กว้าง สนาม สะพาน ทางยกระดับ ฯลฯ ส่วนการชุมนุมในสถานที่สาธารณะที่เป็นพื้นที่ปิดหรืออยู่ภายใน อาคาร ไม่อยู่ภายใต้ข้อจา กัดของกฎหมายนี้ • ดังนั้น เมื่อประมวลความหมายของคา ทั้งสามคา เข้าด้วยกัน “การชุมนุมสาธารณะในที่สาธารณะ” จึง หมายถึง การรวมตัวอย่างเปิดเผยในพื้นที่กลางแจ้งที่มีลักษณะเปิดโล่งของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงความคิดเห็นหรือเรียกร้องในเรื่องเดียวกัน และบุคคล ทุกคนอาจเข้าร่วมได้อย่างเสรี ในแง่นี้ ผู้เข้าร่วมชุมนุมแต่ละคนและแต่ละการกระทา ย่อมถือเป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งไม่อาจแบ่งแยกได้ของการรวมตัวแสดงความคิดเห็นครั้งนั้น โดยเหตุนี้ กฎหมายถือว่าผู้เข้าร่วมการ ชุมนุมแต่ละคนจะต้องได้รับความคุ้มครองจากรัฐเช่นเดียวกันกับผู้ที่เข้าร่วมในการชุมนุมคนอื่น ๆ
  7. 7. วิธีการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล • 1.เลือกหัวข้อที่น่าสนใจจากเหตุการณ์ในปัจจุบันเพื่อนา ไปศึกษาค้นคว้าข้อมูลและสามารถนา มาเสนอและให้ ประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ • 2.เมื่อเลือกหัวข้อเรื่องได้แล้วคือเรื่อง “การประท้วงเป็นการแก้ไขปัญหาได้ดีจริงหรือไม่” จึงเริ่มทา การค้นหา ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ห้องสมุด ในเรื่อง ของการประท้วง • 3.เมื่อหาข้อมูลของเรื่องได้แล้วจึงมอบหมายงานให้สมาชิกแต่ละคน • 4.รวบรวมงานที่มอบหมายให้แต่ละคนและนา มาวิเคราะห์ เพราะ ข้อมูลการประท้วงครั้งนี้นั้น มีอยู่มากมายซึ่ง ข้อมูลที่ได้นา มาศึกษานั้นอาจถูกบิดเบือนไป ดังนั้นเราจึงวิเคราะห์ข้อมูลแต่ละข้อมูลที่เราได้ว่าข้อมูลไหนที่มีความ น่าเชื่อถือมากที่สุด • 5.สรุปและอภิปรายผล • 6.จัดทา รูปเล่ม แผ่นพับ ลงข้อมูลลงในเว็บไซต์ต่างๆให้บุคคลทั่วไปมาเข้าชม
  8. 8. ผลการศึกษาค้นคว้า จากการที่ได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการประท้วงในครั้งนี้นั้น ทา ให้คณะผู้จัดทา มีความสามามารถในการ ทา งานเป็นกลุ่มและได้รับความรู้ในเรื่องต่างๆเกี่ยวกับการประท้วงมากมาย ได้แก่ • 1.ได้ทราบประวัติความเป็นมาของการประท้วงแบบละเอียด • 2.ได้ทราบวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่กา ลังเกิดขึ้น • 3.ได้ทราบถึงสาเหตุของการประท้วงว่ามีความเป็นมาอย่างไร • 4.ได้ประสบการณ์ในการทา งานเป็นกลุ่ม การแบ่งงานกันค้นคว้า ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน • 5.ได้ข้อสรุปและแนวทางแก้ไขปัญหาในการประท้วงครั้งนี้
  9. 9. สรุปผลการศึกษา • จากการค้นคว้า ศึกษา และรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข่าวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และ อินเทอร์เน็ต ซึ่งจากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลที่หามาได้ และวิเคราะห์จากการประท้วงครั้งก่อนๆ จะเห็นได้ว่า การประท้วงนั้นสามารถแก้ไขปัญหาทางการเมืองได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น อาจจะได้รับการแก้ไขปัญหาก็จริง แต่เมื่อ เวลาผ่านไปปัญหาทางการเมืองเดิม ๆ ก็จะกลับมาอีก หากทุกฝ่ายยังคงไม่ทา ความเข้าใจซึ่งกันและกัน มัวแต่ขัดแย้ง กันเอง และไม่แก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ปัญหาที่เกิดขึ้นมานี้ ก็จะมีมาแบบซ้า ซาก ท้ายที่สุดก็จะเกิดการประท้วงซ้า แล้ว ซ้า อีกไม่มีที่สิ้นสุด ทางออกที่ดีที่สุดคือการใช้หลักเหตุและผลในการตัดสินใจ และแก้ปัญหา ยึดเสียงข้างมาก แต่ก็ รับฟังเสียงข้างน้อย และต้องยึดถือประโยชน์ของส่วนรวม และประเทศชาติเป็นสา คัญ หากทา ได้ดังกล่าวข้างต้นนี้ ประเทศไทยจะสงบสุข และกลับมาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
  10. 10. ประโยชน์ที่ได้รับ และ ข้อเสนอแนะ • ประโยชน์ที่ได้รับ 1.ได้รู้ข้อสรุปว่าแท้จริงนั้นการประท้วงสามารถแก้ปัญหาทางการเมืองได้เพียงชั่วคราว 2.ได้รับความรู้เกี่ยวกับการประท้วงมากมาย 3.ได้ฝึกตนเองให้มีทักษะในการค้นคว้า การทา งานเป็นกลุ่ม 4.ได้รู้จักการใช้ความพยายามและความอดทนในการทา งาน • ข้อเสนอแนะ 1.ควรมีภาพประกอบเหตุการณ์เกี่ยวกับการชุมนุมประท้วง 2.ควรมีข้อมูลเกี่ยวกับการประท้วงมากกว่านี้ 3.ควรสรุปให้เข้าใจ และครอบคลุมมากกว่านี้
  11. 11. จัดทาโดย นายยุทธพิชัย สายเสือ เลขที่ 37 นายสัชฌุกร แสนฟ้างาม เลขที่ 38 นายจิรนรินทร์ จอกทอง เลขที่ 48 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6/2 เสนอ คุณครู ชุติญา วงษ์วัน โรงเรียนผดุงปัญญา ต.ไม้งาม อ.เมือง จ.ตาก สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 38 สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

×