Se ha denunciado esta presentación.
Utilizamos tu perfil de LinkedIn y tus datos de actividad para personalizar los anuncios y mostrarte publicidad más relevante. Puedes cambiar tus preferencias de publicidad en cualquier momento.

ทฤษฎีการเรียนรู้ (Learning theory)

ทฤษฎีการเรียนรู้ (Learning theory) แบ่งเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่
1. ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม (Behaviorism learning theory)
2. ทฤษฎีการเรียนรู้พุทธินิยม (Cognitivism learning theory)
3, ทฤษฎีการเรียนรู้สร้างสรรค์นิยม (Constructivism)
พร้อมทั้งรวบรวมนักคิดทฤษฎีคนสำคัญ
การนำทฤษฎีต่างๆไปใช้ในรายวิชา

  • Sé el primero en comentar

ทฤษฎีการเรียนรู้ (Learning theory)

  1. 1. ทฤษฎีการเรียนรู้
  2. 2. ทฤษฎีการเรียนรู้มีอิทธิพลต่อการจัดการเรียนการสอนเป็นอย่าง มาก เพราะจะเป็นแนวทางในการกาหนดแนวทางการศึกษา เนื่องจาก ทฤษฎีการเรียนรู้เป็นสิ่งที่อธิบายถึงกระบวนการ วิธีการและเงื่อนไขที่ จะทาให้เกิดการเรียนรู้และตรวจสอบว่าพฤติกรรมของมนุษย์มีการ เปลี่ยนแปลงได้อย่างไร ดังนั้น ผู้สอนจะต้องพิจารณาเลือกรูปแบบการ สอน รวมทั้งการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนไร
  3. 3. ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม (Behaviorism learning theory)
  4. 4. ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม เน้นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นโดยการเชื่อมโยงระหว่าง สิ่งเร้า โดยอินทรีย์จะต้องสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนองอันนาไปสู่ ความสามารถในการแสดงพฤติกรรม คือ เกิดการเรียนรู้นั่นเอง ซึ่งจะเน้นเกี่ยวกับสิ่งที่สังเกตได้ เท่านั้น ในการเรียนรู้ความจริงกลุ่มนี้ก็สนใจเกี่ยวกับกระบวนการคิดและปฏิกิริยาซึ่งเกิดขึ้น ภายในเหมือนกัน การที่กลุ่มนี้ให้ความสนใจกระบวนการคิดซึ่งเกิดขึ้นภายในและปฏิกิริยาของ ผู้เรียนน้อยเพราะศึกษาทดลองโดยสัตว์ชั้นต่า เช่น หนู เป็นต้น ผู้นาที่สาคัญของกลุ่มนี้ เช่น พา พลอฟ (Ivan Pavlov) ธอร์นไดค์(Edward Thondike) และ สกินเนอร์ (B.F Skinner) พื้นฐานความคิดของกลุ่มพฤติกรรมนิยมคือสิ่งแวดล้อมและประสบการณ์จะเป็น ตัวกาหนดพฤติกรรม
  5. 5. นักการศึกษาคนสาคัญของทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม o อิวาน เพโทรวิช พาฟลอฟ พาฟลอฟ เชื่อว่า การเรียนรู้ของสิ่งมีชีวิตเกิดจากการวาง เงื่อนไขการตอบสนองหรือการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นต่อสิ่งเร้านั้น ๆ ต้องมี เงื่อนไขหรือมีการสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้น ซึ่งในธรรมชาติหรือใน ชีวิตประจาวันจะไม่ตอบสนองเช่นนั้นเลย เช่น คนได้ยินเสียงไซเรน
  6. 6. วิธีการสอนตามทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม 1. การสอนแบบบรรยาย หรือการสาธิต แสดงให้ดูเป็นตัวอย่าง 2. การให้ทาแบบฝึกหัด การฝึกปฏิบัติหรือการทาซ้าๆ 3. การเล่นเกมต่างๆ
  7. 7. ข้อเด่น และ ข้อจากัด ของทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพฤติกรรมนิยม ข้อเด่น คือ ผู้เรียนจะได้รับองค์ความรู้แบบเต็มที่ โดยผู้สอนจะเป็นผู้ควบคุมชั้น เรียน และผู้เรียนจะมีการทาแบบฝึกหัดเป็นการทบทวนความรู้ทั้งหมดที่เรียนมา ข้อจากัด คือ การจัดการเรียนการสอนจะไม่มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ผู้เรียนจะไม่ มีโอกาสได้ฝึกปฏิบัติจริง หรือแสดงความคิดเห็นใดๆ
  8. 8. การปรับใช้กับการสอนเนื้อหาวิชาภาษาไทย ในรายวิชาวรรณคดีศึกษา อาจจัดการบรรยายเรื่อง วรรณคดีในสมัยต่างๆ แล้วมีการทาแบบฝึกหัด ให้ผู้เรียนได้ทบทวนความรู้ เช่น วรรณคดีเรื่องใดที่เด่นในยุคใด และวรรณคดีเรื่องใดที่มีอิทธิพลต่อสังคมไทย สืบต่อมาในยุคปัจจุบัน
  9. 9. ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธินิยม (Cognitivism learning theory)
  10. 10. หลักการของทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธินิยม ทฤษฎีการเรียนรู้ในกลุ่มพุทธินิยมนี้ให้ความสาคัญกับความสามารถ ในการตั้งวัตถุประสงค์ การวางแผน ความตั้งใจ ความคิด ความจา การ คัดเลือก การให้ความหมายกับสิ่งเร้าต่างๆ ที่ได้จากประสบการณ์เน้น กระบวนการทางปัญญาหรือความคิด ซึ่งเป็นกระบวนการภายในของสมอง ทฤษฏีในกลุ่มนี้ที่สาคัญๆ มี 5 ทฤษฏี ดังนี้
  11. 11. o ทฤษฎีเกสตัลท์ (Gestalt Theory) เน้นกระบวนการคิด การสอนโดยเสนอภาพรวมก่อนการเสนอส่วนย่อย ส่งเสริมให้ ผู้เรียนมีประสบการณ์มากและหลากหลายซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถคิดแก้ปัญหาได้ o ทฤษฎีสนาม (Field Theory) เน้นการเข้าไปอยู่ใน “โลก” ของผู้เรียน การสร้างแรงจูงใจหรือแรงขับโดยการจัด สิ่งแวดล้อมทั้งทางกายภาพและจิตวิทยาให้ดึงดูดความสนใจและสนองความต้องการ ของผู้เรียน นักการศึกษาคนสาคัญของทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธินิยม
  12. 12. o ทฤษฎีเครื่องหมาย (Sign Theory) ของทอลแมน (Tolman) เน้นการสร้างแรงขับและหรือแรงจูงใจให้ผู้เรียนบรรลุ จุดมุ่งหมายใดๆ โดยใช้เครื่องหมาย สัญลักษณ์หรือสิ่งอื่นๆ ที่เป็นเครื่องชีททางควบคู่ไปด้วย o ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา (Intellectual Development Theory) เน้นเรื่องพัฒนาการทางสติปัญญญาของบุคคลที่เป็นไปตามวัยและเชื่อว่ามนุษย์เลือกที่จะรับรู้สิ่งที่ ตนเองสนใจและการเรียนรู้เกิดจากระบวนการการค้นพบด้วยตนเอง หลักการสอน คือ คานึงถึง พัฒนาการทางสติปัญญาของผู้เรียนและจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนอย่างเหมาะสมกับพัฒนาการนั้น
  13. 13. o ทฤษฏีการเรียนรู้อย่างมีความหมาย (A Theory of Meaningful Verbal Learning) ของออซูเบล (Ausubel) มีการนาเสนอความคิดรวบยอดหรือกรอบมโนทัศน์ หรือกรอบแนวคิดในเรื่องใดเรื่อง หนึ่งแก่ผู้เรียนก่อนการสอนเนื้อหาสาระนั้นๆ จะช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนเนื้อหาสาระนั้นอย่างมีความหมาย
  14. 14. วิธีการสอนตามทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธินิยม 1. การโต้วาที การอภิปรายและการให้เหตุผล 2. การคิดแก้ปัญหาและการเรียนโดยใช้โครงงานเป็นหลัก 3. การเปรียบเทียบ(อุปมา) ถ้อยคา หรือสานวนอุปมา อุปมัย 4. การจาแนกแยกแยะ หรือการคิดวิเคราะห์ – สังเคราะห์ 5. การให้เขียนสานวนหรือคาประพันธ์สั้นๆ
  15. 15. ข้อเด่น และ ข้อจากัด ของทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มพุทธินิยม ข้อเด่น คือ แนวคิดนี้เน้นการพัฒนาความคิดของผู้เรียนเป็นสาคัญ โดย มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในการจัดการเรียนการสอน ให้ผู้เรียนได้มีโอกาสแสดง ความคิดเห็น จะเป็นการกระตุ้นกระบวนการความคิดและสติปัญญา ข้อจากัด คือ จะเน้นทฤษฎีทางความคิดมากเกินไป จะไม่เน้นไป ทางการให้ผู้เรียนปฎิบัติจริง
  16. 16. การปรับใช้กับการสอนเนื้อหาวิชาภาษาไทย อาจมีการจัดกิจกรรมโต้วาที เรื่อง การใช้ภาษาไทยในยุคปัจจุบัน ในวิชาศาสตร์ การพูดแล้วแบ่งผู้เรียนออกเป็นสองฝั่ง โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ไปหาข้อมูลในด้าน ต่างๆ มาโต้เถียงกัน โดยให้แสดงความคิดเห็นอย่างเปิดกว้าง
  17. 17. ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มสร้างสรรค์นิยม (Constructivism) หรือการสร้างความรู้ด้วยตนเอง
  18. 18. หลักการของทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มสร้างสรรค์นิยม ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้จากความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่พบเห็นกับ ความรู้ความเข้าใจที่มีอยู่เดิม โดยใช้กระบวนการทางปัญญาของตนเอง ผู้เรียนสร้างเสริมความรู้ผ่านกระบวนการทางจิตวิทยาด้วยตนเอง ผู้สอนไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางปัญญาของผู้เรียนได้แต่ผู้สอน สามารถช่วยผู้เรียนปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางปัญญาได้โดยจัดสภาพการณ์ที่ ทาให้เกิดภาวะไม่สมดุลขึ้น
  19. 19. นักการศึกษาคนสาคัญของทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มสร้างสรรค์นิยม o Von Glasersfeld เสนอเกี่ยวกับการเรียนรู้ในมุมมองของ ทฤษฎีสรรคนิยม (Constructivist) ว่านักเรียนสร้างความรู้โดยกระบวนการคิดของตนเอง o Piaget เชื่อว่าคนเราทุกคนตั้งแต่เกิดมามีความพร้อมที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม และโดย ธรรมชาติมนุษย์เป็นผู้พร้อมที่จะมีกริยากรรม หรือเริ่มกระทาก่อน o Bruner เชื่อว่าการเรียนรู้จะเกิดขึ้นต่อเมื่อ ผู้เรียนได้ประมวลข้อมูลข่าวสาร จากการที่มีปฏิสัมพันธ์กับ สิ่งแวดล้อม และสารวจสิ่งแวดล้อม การรับรู้ของมนุษย์มีความอยากรู้อยากเห็นเป็นแรงผลักดันให้เกิด พฤติกรรมสารวจสภาพสิ่งแวดล้อม และเกิดการเรียนรู้โดยการค้นพบ o Fosnot อธิบายว่าความรู้เป็นสิ่งชั่วคราวมีการเปลี่ยนแปลงได้และมีการพัฒนาอาศัยสื่อกลางทางสังคม และวัฒนธรรม ส่วนการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่สามารถ ควบคุมได้ด้วยตนเอง โดยต้องต่อสู้กับความ ขัดแย้งระหว่างความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ที่แตกต่างกับความรู้เดิม ซึ่งเป็นการสร้างความรู้ใหม่
  20. 20. วิธีการสอนตามทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มสร้างสรรค์นิยม 1. เริ่มที่ผู้เรียนต้องอยากจะรู้ อยากจะเรียน อยากจะทาก่อน จึงจะเป็นตัวเร่งให้ผู้เรียน ขับเคลื่อนเกิดความรู้สึกในการอยากที่จะเรียน 2. ใช้ความผิดพลาดเป็นบทเรียน เป็นแรงจูงใจภายในให้เกิดการสร้างสรรค์ความรู้ 3. การเรียนรู้เป็นทีมจะดีกว่าการเรียนรู้คนเดียว 4. เป็นการเรียนรู้วิธีการเรียนรู้ไม่ใช่การสอน
  21. 21. ข้อเด่น และ ข้อจากัด ของทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มสร้างสรรค์นิยม ข้อเด่น คือการที่ผู้สอนไม่ได้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เรียน แต่ผู้เรียน เรียนรู้เนื้อหาด้วยตนเอง ผู้เรียนสร้างความรู้ตามลักษณะเฉพาะของตนเองจาก ประสบการณ์ที่ผู้เรียนได้เรียนรู้มา ข้อจากัด คือการที่ผู้เรียนไม่ได้รับข้อมูลเนื้อหาในบทเรียนจากผู้สอน โดยตรง อาจทาให้ผู้เรียนได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อน
  22. 22. การปรับใช้กับการสอนเนื้อหาวิชาภาษาไทย หลักการของทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มสร้างสรรค์นิยม เหมาะกับการเรียนสอนใน รายวิชา “วรณกรรมวิจารณ์” เนื่องจากทฤษฎีนี้ให้ความสาคัญต่อความคิดของผู้เรียน เน้นให้ผู้เรียนได้แสดงความเห็นจากประสบการณ์ที่ผู้เรียนเคยผ่านมา และเนื้อหาใน การเรียนการสอนรายวิชาวรรณกรรมวิจารณ์นั้น มุ่งในผู้เรียนแสวงหาความรู้จากสิ่งที่ ตนเองเคยผ่านพบมา เช่น การเลือกหาวรรณกรรมที่ผู้เรียนสนใจ แสดงความเห็นใน แบบที่เป็นลักษณะเฉพาะของผู้เรียนเอง
  23. 23. จัดทาโดย นางสาวเพชรา นุชแดง 56115200026 นางสาวมัทรี ขามะโน 56115200028 นางสาวกนกวรรณ สุชเสถียร 56115200043 นางสาวเมษิณี เสภู่ 56115200055

×