Se ha denunciado esta presentación.
Utilizamos tu perfil de LinkedIn y tus datos de actividad para personalizar los anuncios y mostrarte publicidad más relevante. Puedes cambiar tus preferencias de publicidad en cualquier momento.

01 lubrucation - r1

4.217 visualizaciones

Publicado el

01 lubrucation - r1

Publicado en: Ingeniería

01 lubrucation - r1

  1. 1. Fundamental of Lubrication ความรู้เบื้องต้นเรื่องน้ามัน และสารหล่อลื่น
  2. 2. หน้าที่ของน้ามัน หรือสารหล่อลื่นในเครื่องจักร1 หลักการพื้นฐานของน้ามัน และสารหล่อลื่น2 ส่วนประกอบของน้ามัน และสารหล่อลื่น3 ความรู้เรื่องการสึกหล่อ ของชิ้นส่วนเครื่องจักร4 5 สารหล่อลื่นประเภทจารบี Contents มาตรฐานของสารหล่อลื่นในเครื่องจักร6 การตรวจสอบ และบารุงรักษา7 การวิเคราะห์สารหล่อลื่น8
  3. 3. หน้าที่ของน้ามัน หรือสารหล่อลื่นในเครื่องจักร
  4. 4. คุณได้ถอนหญ้าแบบถอนรากถอนโคนแล้วหรือยัง? Are you Pulling Your weed out by the Roots?
  5. 5. ประโยชน์ที่องค์กรได้รับจากการหล่อลื่นที่ดีเลิศ Benefit Form Excellent in Lubrication องค์กรได้รับผลประโยชน์อย่างมาก เนื่องจาก ระบบหล่อลื่นที่ยอดเยี่ยม จานวนความถี่ และความรุนแรงของการชารุด เสียหายลดลงไปเรื่อย ๆ ลดปริมาณการใช้น้ามันหล่อลื่น และไส้กรอง ลดความสูญเสียการผลิต และอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขจุดบกพร่อง และ วิเคราะห์จุดเสียหายดีขึ้นมาก
  6. 6. โดยทั่วไปแล้ว การตัดสินใจเลือกสารหล่อลื่นที่มประสิทธิภาพมักจะนิยมใช้ หลักการง่าย ๆ 4 อย่าง ซึ่ง รู้จักกันในชื่อของ 4R โดยมีผลต่อการประหยัดพลังงานใน เครื่องจักรเป็นอย่างยิ่ง หากเลือกใช้อย่างถูกวิธี ซึ่งใน 4R มีรายละเอียดดังนี้ 1) R - Right Lubricant Type เลือกชนิดของสารหล่อลื่นให้ถูกต้อง โดยยึดหลักเบื้องต้นดังนี้ * เลือกค่าความหนืดของสารหล่อลื่นให้ตรงตามวัตถุประสงค์และการใช้งาน ของเครื่องจักร * เลือกใช้ลักษณะของสารหล่อลื่น แบบน้ามัน หล่อลื่นหรือจารบีให้ถูกต้อง * เลือกสารหล่อลื่นที่ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์และสภาพการทางานร่วมให้น้อย ที่สุด หลักการเลือกสารหล่อลื่น
  7. 7. 2) R - Right Place * เลือกใช้สารหล่อลื่นให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวต่าง ๆ เช่น ในส่วนของชุด ตลับลูกปืนมักจะถูกออกแบบ ให้มีร่องภายในเพื่อให้สารหล่อลื่นสามารถไหลผ่าน ไป ยังพื้นผิวสัมผัสต่าง ๆ เพื่อลดแรงเสียดทานได้เป็นต้น * ในการหล่อลื่นอุปกรณ์ฟันเฟืองต่าง ๆ ควร ใช้วิธีการหยดสารหล่อลื่นในจุด ร่วมของฟันเฟือง 2 ฟันเฟืองที่ขบกันอยู่ 3) R - Right Amount * ต้องพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เพื่อหาความต้องการของสารหล่อลื่นในอุปกรณ์ ต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนว่าต่างอุปกรณ์ก็ย่อมมีความต้องการสารหล่อลื่นที่ต่างกัน โดย พิจารณาปัจจัยต่าง ๆ จากการออกแบบในชุดตลับลูกปืน, ความฟิต (หลวม-แน่น) ของ อุปกรณ์, ความเร็วของเครื่องจักร, ภาระงาน (Load) ของเครื่องจักร, ชนิดของสารหล่อ ลื่น, สภาพแวดล้อมของงาน และพื้นที่ผิวของส่วนที่ต้องการ หล่อลื่น เทคนิคการเลือก 4R (ต่อ)
  8. 8. 4) R- Right Time * วิศวกรและช่างเทคนิคควรมีตารางการบารุงรักษาเครื่องจักรต่าง ๆ โดยนาช่วงเวลา ในการเปลี่ยน สารหล่อลื่นเป็นส่วนหนึ่งที่สาคัญของการบารุงรักษาด้วย * โดยทั่วไปแล้ว การเติมสารหล่อลื่นที่พร่อง หายไปหรือหมดอายุใช้งาน ควรเติมใน จานวนน้อย แต่เติมบ่อย จะให้ประโยชน์มากกว่าการเติมสารหล่อลื่นแต่ละครั้งเป็นจานวน มากแต่นานนานครั้งจึงจะเติม เทคนิคการเลือก 4R (ต่อ)
  9. 9. หลักการพื้นฐานของน้ามันและสารหล่อลื่น
  10. 10. ชนิดของฟิล์มน้ามันหล่อลื่น Type of lubrication film Viscosity oil films ฟิล์มน้ามัน Solid Suspension films ฟิล์มของสารหล่อลื่นของแข็ง Chemical oil films ฟิล์มของสารเคมี Hydrodynamic Lubrication Elastro-Hydrodynamic lubrication Borate Molybdenum Disulfide(MoS2) Graphite,PTFE OilinessAgent Fatty Acid Zinc phosphate(AW) Tricresyphosphate(AW) Sulfur Phosphorus(EP) Thick films ชนิดเต็มฟิล์ม Boundary ชนิดฟิล์มแบบบาวด์ดารี ฟิล์มน้ามัน ช่วยแยก(ยก)ชิ้นส่วนคู่สัมผัสออกจากกัน
  11. 11. Lubrication oil function หน้าที่ของสารหล่อลื่น Friction Control ลดแรงเสียดทาน แยก ยกพื้นผิวของอุปกรณ์ที่มีการเคลื่อนไหว ถูไถล Wear Control Corrosion Control ป้ องกันพื้นผิวจากการกัดกร่อน ลดการสึกหรอ Temperature control Contaminate control Power Transmission Damper shock control Insulation control Heat transfer ดูดซับ และ ถ่ายเท และระบายความร้อน นาอนุภาคต่าง ๆ และ การปนเปื้อนไปไส้กรอง และตัวแยก ลดการสั่นสะเทือน เป็นฉนวนไฟฟ้ า(น้ามันหม้อแปลงไฟฟ้ า) ส่งผ่านแรงและ ขับเคลื่อน(เฉพาะในระบบไฮโดรลิก) เป็นตัวแลกเปลี่ยนความร้อน (น้ามันถ่ายเทความร้อน)
  12. 12. พื้นฐานขอบเขตการหล่อลื่น แบ่งได้เป็น 4 ขอบเขตหลักได้แก่ Stribeck Curve สภาวะไร้สารหล่อลื่น ขอบเขตการหล่อลื่นแบบบาวเดอรี่ ขอบเขตการหล่อลื่นแบบสมบูรณ์(เต็มฟิล์ม)ขอบเขตการแบบกึ่งสมบูรณ์
  13. 13. การหล่อลื่นผิวสัมผัสที่มีการเคลื่อนที่แบบลื่นไถล Sliding Contact Lubrication Hydrodynamic Lubrication The minimum film thickness in most journal bearings is about 0.001 inches. The pressure in that region ranges from 40 to 400 psi. Oil Wedge provides hydrodynamic lift
  14. 14. การหล่อลื่นผิวสัมผัสที่มีการเคลื่อนที่แบบลื่นไถล(ต่อ) Sliding Contact Lubrication -บางครั้งเรียกว่าการหล่อลื่นแบบเต็มฟิล์ม(Full Film.) -ใช้หลักการเกิดลิ่มน้ามัน (Oil Wedge)เกิดจากการ ไหลของน้ามันเข้าสู่ช่องแคบ ๆ ด้วยความเร็วสูง -ความหนาของฟิล์มน้ามันจะขึ้นอยู่กับความเร็ว -ความหนืด และ ภาระ(5-200 ไมครอน) -สามารถเพิ่มความหนาฟิล์มน้ามันได้โดยเพิ่ม ความเร็ว ลดหรือ ระบายความ ร้อน ลดภาระการใช้งาน -จะเกิดการหล่อลื่นแบบบาวดารี (โลหะต่อโลหะที่ ผิวสัมผัส)เมื่อปฏิบัติงานเดิน ๆ หยุด ๆ และที่ความเร็วต่า -อนุภาคสิ่งสกปรก และความชื้น จะทาลายฟิล์มน้ามัน -ตัวอย่างงานที่มีการหล่อลื่นแบบนี้ได้แก่ Journal bearing ลูกสูบ กระบอกสูบ ลูกเบี้ยว
  15. 15. การหล่อลื่นผิวสัมผัสที่มีการเคลื่อนที่แบบกลิ้งตัว Rolling Contact Lubrication Rolling Elastic contact Elastrohydrodynamic Lubrication -เม็ดลูกกลิ้งกับรางวิ่งมีการยุบตัว และคืนตัวได้ เพื่อลดความเค้น (เพิ่มพื้นที่สัมผัส) - ถ่ายทอดแรงแบบจุด หรือ แบบเส้นมีพื้นที่ในการรับภาระน้อยมาก -โดยปกติความหนาฟิล์มน้ามันจะน้อยกว่า 1 ไมครอน ถ้าหากต้องการเพิ่มความหนาฟิล์มน้ามันเป็น 2 จะต้องเพิ่มความหนืด 4 เท่า -ที่จุดสัมผัส ความดันอาจสูงถึง 500,000 PSI ซึ่งน้ามันจะเปลี่ยนเป็นของแข็ง ณ จุดสัมผัส ในเวลาเสี้ยววินาที มีความหนาฟิล์มน้ามันไม่เกิน 1 ไมครอน เมื่อช่วงเวลาการรับภาระผ่านไปน้ามันจะกลับเป็นของเหลวเหมือนเดิม - อนุภาคสิ่งสกปรก ความชื้นจะทาลายฟิล์มน้ามัน -ตัวอย่างของงานที่มีการหล่อลื่นแบบนี้ได้แก่ Ball Bearing, Roller Bearing เฟืองตรง ลูกเบี้ยว เป็นต้น
  16. 16. การหล่อลื่นแบบบาวดารี่ Boundary Lubrication - เมื่อผิวสัมผัสทั้งคู่ไม่สามารถก่อให้เกิดการหล่อลื่นแบบเต็มฟิล์ม การควบคุมไม่ให้เกิดแรงเสียดทานและการสึกหรอจึงเป็นหน้าที่ ของสารหล่อลื่นโดยตรง ช่วงที่ผิวคู่สัมผัสมีโอกาสสัมผัสกัน เรียกว่าการหล่อลื่นแบบ บาวดารี มักเกิดขึ้นจาก 1. เมื่อความหนาของฟิล์มน้ามันมีค่าน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของความ หยาบผิวของคู่สัมผัส 2. เมื่อระบบมีการใช้งานแบบเดิน ๆ หยุด ๆ หรือ มีภาระการ กระแทก มีภาระสูงที่ความเร็วรอบต่า ๆ 3. เงื่อนไขการใช้งานที่จาเป็นต้องหล่อลื่นที่มีความหนืดต่า ๆ **การหล่อลื่นแบบนี้ ต้องใช้วัสดุความแข็งต่า เพื่อลดการสึกหรอ และต้องใช้สารปรุงแต่งที่ผสมในน้ามันหล่อลื่นที่ สปส. การเสียด ทานต่ากว่าผิววัสดุ
  17. 17. ความหนาของฟิล์มสารหล่อลื่น-ค่าระยะห่างในการเคลื่อนไหวของเครื่องกล Oil Film Thicknesses in machine Dynamic Clearances
  18. 18. แนวทางต่าง ๆในระบบการจ่ายสารหล่อลื่น Lubricant delivery option
  19. 19. การหล่อลื่นแบริ่งแบบเม็ดลูกกลิ้ง Rolling Element Bearing Lubrication
  20. 20. ข้อควรปฏิบัติในการหล่อลื่นระบบเกียร์ปิด Lubrication Best Practice for Enclosed Gears
  21. 21. ส่วนประกอบของน้ามันและสารหล่อลื่น
  22. 22. น้ามันหล่อลื่นส่วนใหญ่ ผลิตจากน้ามันปิโตเลียม (95%) Most Lubricating Oils Come From Petroleum(About 95%)
  23. 23. สูตรผสมน้ามันหล่อลื่น How lubrication are Formula 90% 5-10%
  24. 24. คุณสมบัติทางกายภาพของน้ามัน Base Stock Physical Properties
  25. 25. ความหนืด (Viscosity)
  26. 26. สารปรุงแต่ง หรือ สารเคมีเพิ่มคุณภาพ (Additive) สารชาระล้าง(Detergent) สารป้ องกันสนิม(Rust inhibitors) สารป้ องกันการกัดกร่อน(Corrosion Inhibitors) สารช่วยให้แขวนลอย (Dispersants) สารรับแรงดัน(Extreme pressure) สารช่วยการไหลเท(Pour point Depressure) สารให้ความลื่น(Oiliness Agent) สารป้ องกันออกซิเดชั่น(Oxidation Inhibitors) สารป้ องกันการสึกหรอ(Antiwear agent) สารป้ องกันฟอง(Antifoam) สารเพิ่มความลื่น(Friction Modifiers) สารเพิ่มดัชนีความหนืด(Viscosity index improvement)
  27. 27. แบบทดสอบเพื่อสารวจการจัดการระบบหล่อลื่น Take The Sump Management Self exam
  28. 28. ข้อปฏิบัติสาหรับการบารุงรักษาอ่างน้ามันหล่อลื่น Best Practice for Servicing Lubrication Compartment
  29. 29. ข้อปฏิบัติในการถ่ายน้ามันหล่อลื่น Oil Draining – Best Practice
  30. 30. ข้อปฏิบัติในการทาฟลัชชิ่ง Oil Flushing – Best Practice
  31. 31. ข้อปฏิบัติในการเติมสารหล่อลื่น Refilling-Best practice
  32. 32. กรณีศึกษา – ห้องจัดเก็บน้ามันหล่อลื่น และ อุปกรณ์ที่ดี
  33. 33. แนวทางปฏิบัติต่าง ๆ สาหรับอุปกรณ์เติมสารหล่อลื่น Refilling-Equipment Options
  34. 34. Oil Station & Oil Safe Can  Proper storage of Lubricant  Proper tools to dispense oil
  35. 35. ข้อปฏิบัติ -กรวยเติมน้ามัน Funnel Management-Best Practice
  36. 36. ภาชนะในการเติมสารหล่อลื่น ช่วยให้น้ามันมีความสะอาด Top-up Container Keep Oil Clean
  37. 37. กรองน้ามัน หล่อลื่น ที่ถังบรรจุ 200 ลิตร Filtration of Oil Stored in Drums
  38. 38. หากเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเก็บถึงน้ามันไว้ภายนอกอาคาร ควรมีการป้ องกันที่ดี Protection practice When Outdoor Storage Cannot be avoided
  39. 39. ถังน้ามันอยู่นอกอาคารที่โดนน้าฝน Outdoor Drums Exposed Rain
  40. 40. ความรู้เรื่องการสึกหรอของชิ้นส่วนเครื่องจักร
  41. 41. การสึกหรอเบื้องต้น (Basic of wear) การสึกหรอแบบยึดติด (Adhesion) การสึกหรอแบบขูดขีด (Abrasion) เกิดการทาให้เกิดชั้นเนื้อวัตถุเชื่อมกันเรียกว่า Junction และขาดอกจากกันเรียกว่าเชื่อมเย็น (Cold Welding)มักเกิดเมื่อมีการลื่นไถลแบบไร้สาร หล่อลื่น และมักมีการเกิดเศษโลหะขึ้นระหว่าง หน้าสัมผัสการเกิดการสึกหรอแบบนี้ในกรณีชิ้นงานมี สานหล่อลื่นก็แสดงว่าฟิล์มน้ามันหล่อลื่นบางเกินไป การขูดขีดจากเนื้อวัสดุหลุดหายไปจากการถูกขีดข่วนจนเกิด เป็นร่องลึก(2Body Abrasive) หรือ อาจเกิดจากผงฝุ่นที มีความแข็งมาก ๆ แทรกอยู่ตรงกลางระหว่างผิวคู่สัมผัส และ ทาให้เกิดร่องลึกหรือ รอยขีดข่วน(3Body abrasive) หาก มีการกรองน้ามันหล่อลื่นให้สะอาดจะทาให้การสึกหรอแบบนี้ น้อยลง ปัจจัยที่ทาให้เกิดการสึกหรอแบบขูดขีดมาจาก 1.ชนิด อนุภาคสิ่งสกปรก 2.ขนาดอนุภาค 3. ปริมาณสิ่งสกปรก 4. ชนิดวัสดุคู่สัมผัส 5. ปัจจัยการใช้งาน รอบ ภาระ ชนิดสารหล่อ ลื่น และ อุณหภูมิ การสึกหรอ หมายถึงการต้องสูญเสียเนื้อสารจานวนหนึ่งออกไปจากชิ้นวัตถุโดยไม่ปรารถนา สาเหตุของการสึก หลอมีหลายประการ และมักจะเกิดจากหลายสาเหตุพร้อม ๆ กัน การสึกหลอสามารถแบ่งได้ตามสาเหตุเป็น 4 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
  42. 42. การสึกหรอเบื้องต้น (DIN 50320) การล้าตัว (Material Fatigue) ปฏิกิริยาไทรโบเคมีคอล (Tribochemical Reaction) ทาให้เห็นผิววัสดุมีหลุม รอยแตก หรือ รอบแยก (Spalling and Fissuring or Crack) เป็นผลมาจาก การเสียรูปทั้งถาวร และคืนรูปได้ (Plastic and Elastic Deformation) มักเกิดกับงานที่รับภาระสลับ หรือเป็นวงรอบ ทาให้เกิดตามด หลุม หรือ รอยแตก มักจะเกิดกับชิ้นงานที่มีการหล่อลื่นแบบไฮโดรไดนา มิก หรือ อีลาสโตรไฮโดรไดนามิก เกิดขึ้นบริเวณผิวคู่วัสดุคู่สัมผัสกับสารหล่อลื่นใน ระหว่างผิวคู่สัมผัส ภายใต้การเคลื่อนที่มีความเค้น กด ชั้นผิวของปฏิกิริยาดังกล่าวมีความไวต่อ ปฏิกิริยาเคมี
  43. 43. การสึกหรอ หมายถึงการต้องสูญเสียเนื้อสารจานวนหนึ่งออกไปจากชิ้นวัตถุโดยไม่ปรารถนา สาเหตุของการสึกหลอมีหลายประการ และมักจะเกิดจากหลายสาเหตุพร้อม ๆ กัน การสึกหลอ สามารถแบ่งได้ตามสาเหตุเป็น 4 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1. การสึกหรอแบบ Adhesive เกิดจากการที่ผิวโลหะมาเสียดสีกัน และยอดแหลมที่หลอมติดกัน ถูกกระแทกให้แตกหักอันเป็นขบวนการเกิดแรงเสียดทานนั่นเอง น้ามันหล่อลื่นป้องกันและลดการสึก หรอประเภทนี้โดยการทาหน้าที่ลดการสัมผัสกันระหว่างหน้าสัมผัสได้อันเป็นการลดแรงเสียดทานไป ในตัว การสึกหลอประเภทนี้มักเกิดจากการหยุดและไปของผิวหน้าสัมผัสก่อนที่ฟิล์มน้ามันจะเกิดขึ้น ได้หรือความล้มเหลวอื่น ๆ ของฟิล์มน้ามันที่จะแยกหน้าสัมผัสออก 2. การสึกหรอแบบ Abrasive เกิดจากการที่มีชิ้นส่วนของแข็งขนาดเล็กหลุดเข้าไปในบริเวณ ผิวสัมผัส และครูดไถไปบนผิวหน้าที่อาจจะอ่อนกว่าชิ้นส่วนของแข็งนี้อาจจะเป็นสิ่งแปลกปลอมจาก ภายนอก หรือเศษที่แตกหักมาจากการสึกหรอนั่นเอง ดังนั้นปัจจัยของการสึกหลอแบบ Abrasive คือ อนุภาคของแข็งต้องมีขนาดใหญ่กว่าความหนาของฟิล์มน้ามันและมีความแข็งกว่าผิวหน้าสัมผัส น้ามันหล่อลื่นสามารถทาหน้าที่ชะล้างหรือพัดพาเอาอนุภาคของแข็งที่เป็นอันตรายต่อผิวหน้านี้ไปได้ เป็นการลดการสึกหรอโดยที่อุปกรณ์ของระบบหล่อลื่น เช่นชีลและไส้กรอง มีส่วนสัมพันธ์กับหน้าที่นี้ มาก การสึกหรอ (Wear)
  44. 44. 3. การสึกกร่อน ( Corrosive) หมายถึงการที่เนื้อสารถูกสารอื่นเข้ากัดกร่อนทาปฏิกิริยาเคมี เช่น จากในบรรยากาศทั่ว ๆ ไป จากสารที่เกิดจากน้ามันหล่อลื่นที่เสื่อมสภาพกลายเป็นกรด หรือจากไอ กรดกามะถันจากน้ามันเชื้อเพลิงที่ใช้เผาไหม้และอื่น ๆ น้ามันหล่อลื่นช่วยลดการสึกกร่อนได้2 วิธี คือ การทาตัวเป็นฟิล์มเคลือบผิวหน้าป้องกันไม่ให้เกิดปฏิกิริยากับอ็อคซิเจน และการที่น้ามันหล่อลื่นมี สารเคมีที่จะหยุดยั้งหรือชิงเข้าทาปฏิกิริยากับสารที่เป็นอันตรายนั้นเสียก่อน 4. Fatigue Wear เกิดจากความเสียหายภายใต้ผิวหน้าอันเป็นผลมาจากการที่ผิวหน้าถูกแรงกระทา ซ้าๆ กันเป็นเวลานาน และเกิดการล้าของเนื้อสารนั้น อาการที่พบได้มักจะเป็นรู หรือการแตกที่เกิดโดย ฉับพลัน ไม่สามารถคาดการณ์ได้สาหรับการสึกหลอประเภทนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดถึงความสามารถ ของน้ามันหล่อลื่นว่ามีส่วนช่วยลดหรือป้องกันได้ประการใด หลักการของน้ามันหล่อลื่นในการลดแรงเสียดทานและการสึกหรอจะเป็นความรู้เบื้องต้นสาหรับ การออกแบบ การเลือกใช้และความสามารถในการใช้งานจริงของน้ามันหล่อลื่น โดยที่ควรตระหนัก ว่าน้ามันหล่อลื่นยังมีหน้าที่อื่น ๆ อีก และบางครั้งอาจจะสาคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าหน้าที่หลัก 2 ประการนี้ ก็ได้เช่น ในงานตัดโลหะ การระบายความร้อนอาจเป็นหน้าที่ที่สาคัญที่สุด การสึกหรอ (Wear)-ต่อ
  45. 45. สารหล่อลื่นประเภทสารบี
  46. 46. น้ามันพื้นฐาน 70-95% สารอุ้มน้ามัน 3-30% สารปรุงแต่ง 0-10 % จาระบี (Grease) สารหล่อลื่นกึ่งของแข็งกึ่งของเหลว สาหรับการหล่อลื่นในที่น้ามันไม่สมบูรณ์ จาระบีประกอบด้วย น้ามันพื้นฐาน (Based Oil), สารเพิ่มคุณภาพ (Additives) และสารอุ้มน้ามัน (Thickener) หรือพูดง่าย ๆ คือเอาน้ามันหล่อลื่นมาอุ้มด้วยสารอุ้มน้ามันนั่นเอง ทั้งนี้ สารอุ้มน้ามันจะ ทาหน้าที่เหมือนฟองน้าที่อุ้มน้ามันหล่อลื่นไว้ส่วนใหญ่จาระบีมักจะใช้ไขสบู่รูปแบบใดรูปแบบ หนึ่งมาเป็นตัวทาไข เช่น สบู่ลิเธียม, โซเดียม, แคลเซียม, แบเลียม เป็นต้น หมายเหตุ ขณะทางานจารบีจะทาหน้าที่เปรียบเสมือนฟองน้า นั่นคือ เมื่อเกิดความร้อนขึ้นใน เครื่องจักร จารบีจะละลายเป็นน้ามันมาหล่อลื่นผิวสัมผัส และรับความร้อนมาจากส่วนนั้น จนกระทั่งเมื่อเย็นตัวลง จารบีจะเปลี่ยนสภาพกลับมาสู่ สารกึ่งแข็งตามเดิม ผลจากคุณลักษณะที่ คล้ายฟองน้าของจารบีนี้ จะทาให้ชุดตลับลูกปืนที่ใช้จารบีในการหล่อลื่น จะทางานที่อุณหภูมิ สูงกว่าชุดตลับลูกปืนที่ใช้น้ามันเป็นสารหล่อลื่น สารหล่อลื่น
  47. 47. ส่วนประกอบของจาระบี Anatomy of Lubricating grease 70-95 % Base oil น้ามันพื้นฐาน 3-30 % Thickener สารอุ้มน้ามัน 0-10 % Additive สารเคมีเพิ่ม คุณภาพ Lubricating Grease+ + = - น้ามันพื้นฐาน Mineral Oil -สารสังเคราะห์ Synthetic Oil - Simple Metal Soaps -Complex Metal Soaps -Non-Soap thickeners -เพิ่มคุณสมบัติให้ดีขึ้น -ยับยังคุณสมบัติที่ไม่ต้องการ -เพิ่มคุณสมบัติใหม่
  48. 48. การแบ่งประเภทของจาระบี; แบ่งตามประเภทของตัวอุ้มน้ามัน Grease Classification-By Thickener Type
  49. 49. ข้อดี และ ข้อเสีย ของจาระบี Grease Advantages and disadvantage
  50. 50. ข้อพิจารณาในการเลือกจาระบี How to consider about grease
  51. 51. 1. ค่าความแข็งอ่อน - เป็นค่าบ่งบอกถึงความแข็งอ่อนของเนื้อจาระบี กาหนดโดย สถาบัน แห่งชาติในการกาหนดมาตรฐานจาระบี (NLGI : National Lubricating Grease Institute) วัดด้วยเครื่องมือวัดการเจาะลึก (Penetrometer) โดยใช้กรวยมวลมาตรฐานปล่อยให้ตกลง อย่างอิสระที่อุณหภูมิ 25 oC รอนาน 5 วินาที แล้ววัดระยะลึก (หน่วยเป็น 1/10 mm.) จากนั้นนาค่าที่วัดได้ไปจัดลาดับความแข็งอ่อน โดยเบอร์ยิ่งน้อย เนื้อจาระบีจะมีความ อ่อนนุ่ม เบอร์ยิ่งมาก เนื้อจาระบีจะยิ่งแข็ง คุณสมบัติที่สาคัญของ จาระบี
  52. 52. 2) จุดหยด จาระบี ที่มีสารอุ้ม น้ามัน เป็นประเภทสบู่เมื่อถูกทาให้ร้อนขึ้นเนื้อสบู่ บางส่วนจะละลายใน น้ามัน ทาให้ จาระบี อ่อนตัวลงเรื่อย ๆ จนกลายเป็นของไหล ในที่สุด อุณหภูมิต่าสุดที่ จาระบี เริ่มไหลหยด ในการทดสอบตามวิธี ASTM D- 566 ถือเป็นจุดหยดของ จาระบี นั้น ซึ่งแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของสบู่ จาระบี ที่มีสารอุ้ม น้ามัน ประเภทอนินทรีย์เช่น ดินเหนียวเบนโดไนท์ จะไม่มีการละลาย ของสารอุ้ม น้ามัน เมื่อถูกทาให้ร้อนขึ้น ทาให้ไม่มีการหลอมไหล จาระบี ประเภท นี้จึงไม่มีจุดหยด 3) ความคงทนต่อแรงเฉือน เมื่อ จาระบี ถูกใช้งานโครงสร้างของ สารอุ้มน้ามัน จะ ถูกฉีกขาดไปเรื่อยภายใต้แรงเฉือน ทาให้ความแข็งของ จาระบี ลดลง จาระบี ที่ทา จากสารอุ้ม น้ามัน ต่างประเภทกันจะให้โครงสร้างที่มีความคงทนต่อแรงเฉือน แตกต่างกัน คุณสมบัติที่สาคัญของ จาระบี-ต่อ
  53. 53. 4) การแยกตัวของน้ามัน เนื่องจาก จาระบี ต่างชนิดกันมีโครงสร้างของ สารอุ้ม น้ามัน ที่ได้ไม่เหมือนกันความสามารถในการเก็บกัก น้ามัน ไว้ในโครงสร้างของ สารอุ้มได้ไม่เท่ากัน โอกาสแยกตัวของ น้ามัน จะเกิดมากเมื่อถูกบีบหรืออัดใน การหล่อลื่น ภายใต้แรงอัดในระบบ Centralized Lubrication การแยกตัวของ น้ามัน อาจก่อให้เกิดความเสียหายเนื่องจาก จาระบี แห้งอุดตันในท่อจ่าย จาระบี อย่างไรก็ตามการแยกตัวของ น้ามัน เพียงเล็กน้อยในระหว่างการเก็บถือ เป็นเรื่องปกติ 5) ความทนต่อการชะของน้า ความสามารถในการต้านทานการชะของน้าเป็น คุณสมบัติพื้นฐานจาเพาะของ จาระบี แต่ละชนิด ซึ่งแตกต่างกันออกไปตามชนิด ของสารอุ้ม น้ามัน นอกจากคุณสมบัติพื้นฐานที่กล่าวมานี้ จาระบี แต่ละชนิดยังสามารถถูก ปรับปรุงให้มีคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ เช่น การเกาะติดผิว ฯลฯ ตามต้องการได้โดย การใส่สารเพิ่มคุณภาพ คุณสมบัติที่สาคัญของ จาระบี-ต่อ
  54. 54. การผสมกันเข้ากันได้ของจาระบีต่างชนิดกัน - โดยทั่วไม่ควรใช้จาระบีที่ต่างชนิดที่มีองค์ประกอบทางเคมีที่แตกต่างเพราะ จะมีผลกระทบต่อการหล่อลื่น -จาระบีที่มีสารอุ้มน้ามันชนิดเดียวกัน และมีน้ามันพื้นฐานใกล้เคียงกัน สามารถผสมกันได้ - จาระบีที่มีสารอุ้งน้ามันสองชนิดซึ่งเข้ากันไม่ได้มาถูกผสมกัน ผลที่ได้จะเป็นส่วนผสมที่เหลวกว่า หรือ บางครั้งแข็งกว่าเดิมด้วยซ้า ตัวอย่างการผสมของจาระบีต่างชนิดกันตามรูป ผลที่ได้จะเหลวกว่าจาระบีทั้งสองที่นามาผสมกัน อุณหภูมิการใช้งานลดลง และ ความสามารถในการรับรงลดลง
  55. 55. •Compatible – The properties of the mixture are similar to those of the individual grease. •Incompatible – The properties of the mixture are significantly different than those of the individal greases. •Borderline – The properties of the mixture may or may not be acceptable, depending on the nature of the application. Remark: จาระบี Polyurea บางชนิด อาจเข้าไม่ได้กับจาจาระบี Polyurea บางชนิด การรวมตัวเข้ากันได้ของสารอุ้งน้ามันสาหรับจาระบี
  56. 56. การเลือกจาระบี สาหรับมอเตอร์ไฟฟ้ า 1. ไหลได้ดีในท่อ หรือ ทางเดิน 2. NLGI Grades 2-3 ISO VG 100-150 3. High Dropping Point,205 C Min 4. น้ามันแยกตัวจากจาระบีได้ต่า 5.ต้านทานการเกิดออกซิเดชั่นที่อุณหภูมิสูงได้ดีเยี่ยม 6.มีทอร์คไม่สูงมากนักที่อุณหภูมิต่า 7. ต้านทานการสึกหรอดี แต่ไม่ดีต่อการต้านทานแรงกระแทก ปริมาณจาระบีที่เหมาะสมที่อยู่ในแบริ่งและห้องเสื้อประมาณ 20- 100 เปอร์เซ็น ทั้งนี้ให้ตรวจสอบจากคู่มือผู้ผลิตมอเตอร์ ปัจจุบัน แบริ่งมอเตอร์ ของ GEมีจาระบีอยู่7/8 ตัวอย่าง จาระบีลิเธียมเชิงซ้อน Polyurea และจาระบีที่น้ามันพื้นฐานแบบสังเคราะห์
  57. 57. การอัดจาระบี
  58. 58. การหล่อลื่นด้วยจาระบี โดยใช้ปืนอัดจาระบี Grease Application-Manaul grease gun
  59. 59. การหล่อลื่นด้วยปืนอัดจาระบี และหัวอัดจาระบีชนิดต่าง ๆ Servicing Grease gun and fitting
  60. 60. ศึกษาคู่มือปืนอัดจาระบีให้เรียบร้อยก่อนใช้งาน
  61. 61. สาเหตุของที่ทาให้ตลับลูกปืนเกิดการเสียหาย (มากกว่า 60 เปอร์เซ็นที่สามารถ ป้ องกันได้) 16 % ของสาเหตุเบื้องต้นที่ ทาให้ตลับลูกปืนมีอายุการใช้ งานลดลง เกิดจากติดตั้งตลับ ลูกปืนที่ไม่ถูกต้อง 14 % เกิดจากปัญหาสิ่ง สกปรก แปลกปลอมจาก ภายนอก เช่น ฝุ่น น้า 36 % เกิดจากการใช้สารหล่อ ลื่นที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสม การกาหนดระยะเวลาการ เปลี่ยนถ่าย และ ปริมาณสาร หล่อลื่นไม่เหมาะสม 34 % เกิดจากการความล้าของ ตลับลูกปืน ในการใช้งาน เช่น ในสภาวะที่ต้องรับแรงสูงไป หรือ ในกรณีการใช้งานผิด ประเภท
  62. 62. ขั้นตอนการอัดจาระบีมอเตอร์ไฟฟ้ า (แบริ่งแบบไม่มีซีลปิด) Electric Motor Re-grease Producers (Un-Sheilded Bearing)
  63. 63. ตัวอย่างการอัดจาระบีโดยศึกษาจากคู่มือ ของเจ้าของมอเตอร์
  64. 64. ตัวอย่างการอัดจาระบีโดยศึกษาจากคู่มือ ของเจ้าของมอเตอร์
  65. 65. 1. การอัดจาระบีมอเตอร์กรณีเครื่องทางาน 1.1 เปิด Grease outlet Valve 1.2 ตรวจสอบให้แน่ใจว่าวาว์ปิด เรียบร้อยแล้วยังครับ 1.3 อัดจาระบี ตามจานวนที่กาหนดไปในแบริ่ง 1.4 ปล่อยให้มอเตอร์ทางานไปสัก 1-2 ชั่วโมงเพื่อให้ แน่ใจว่าจาระบีส่วนเกินได้ถูกขับออกไป 1.5 ปิด Grease outlet Valve 2. การอัดจาระบีกรณี เครื่องหยุด(5 คะแนน) 2.1 เปิด Grease outlet Valve 2.2 ตรวจสอบให้แน่ใจว่าวาว์ลเปิด เรียบร้อยแล้วยังครับ 2.3 อัดจาระบี จานวนครึ่งหนึ่งของที่กาหนดไปใน Nameplate 2.4 สตาร์ทมอเตอร์ให้เดินเต็มความเร็ว ประมาณ2-3 นาที 2.5 หยุดมอเตอร์อัดส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งของปริมาณที่ กาหนดลงไป 2.6 รอให้มอเตอร์ทางานไปสัก 1-2 ชั่วโมงเพื่อให้แน่ใจว่าจาระบีส่วนเกินได้ถูกขับ ออกไปแล้วค่อยปิด ตัวอย่างการอัดจาระบีโดยศึกษาจากคู่มือ ของเจ้าของมอเตอร์-ต่อ
  66. 66. Nameplate of main motor of Regeneration gas compressor ~1 Month แบบฝึกหัดจงตอบคาถามต่อไปนี้ ปริมาณของจาระบีที่ด้าน Drive-end……..กรัม ปริมาณของจาระบีที่ด้าน Non-Drive-end………..กรัม ถ้ามอเตอร์นี้ทางานแบบแนวดิ่ง (Vertical) ที่ความเร็วรอบ 3000 RPM.และอุหภูมิบรรยากาศ 40 C เราต้องอัดจาระบีทุก.........ชั่วโมง ถ้ามอเตอร์นี้ทางานแบบแนวนอน (Horizenical) ที่ความเร็วรอบ 3000 RPM. เราต้องอัดจาระบีและอุหภูมิบรรยากาศ 40 C ทุก......ชั่วโมง จงยกตัวอย่างจาระบีที่ใช้กับ มอเตอร์ตัวนี้ได้สัก 2 ชนิด…………………………………………..
  67. 67. มาตรฐานของน้ามันหล่อลื่นในเครื่องจักร
  68. 68. มาตรฐานน้ามันเครื่อง มาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ (Society of Automotive Engineer : SAE) ใช้ระบุ ความหนืด (ความข้นใส) ของน้ามันเครื่อง ค่ายิ่งมากก็ยิ่งมีความหนืดมาก โดยแบ่ง น้ามันเครื่องออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ เกรดเดียว (monograde) คือน้ามันเครื่องที่มีค่าความหนืดค่าเดียว เช่น SAE 40 หมายความว่า ณ อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส น้ามันจะมีค่าความหนืดอยู่ที่ เบอร์ 40 เกรดรวม (multigrade) คือน้ามันเครื่องที่มีค่าความหนืด 2 ค่า เช่น SAE 20W-50 หมายความว่า ใน อุณหภูมิ -25 องศาเซลเซียส น้ามันจะมีค่าความหนืดอยู่ที่ เบอร์ 20 แต่เมื่ออุณหภูมิสูงถึง 100 องศา เซลเซียส จะเปลี่ยนค่าความหนืดเป็น เบอร์ 50 อักษร "W“(Winter) ใช้เป็นตัวบ่งบอกว่าค่าความหนืด นี้เป็นเกรดฤดูหนาว (วัดที่ -25 องศาเซลเซียส) หากไม่มีจะเป็นเกรดฤดูร้อน (วัดที่ 100 องศา เซลเซียส) มาตรฐานของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (The American Petroleum Institute : API) ใช้ ระบุประเภทของเครื่องยนต์และสมรรถนะในการปกป้องชิ้นส่วนของเครื่องยนต์สาหรับเครื่องยนต์ เบนซินใช้อักษร "S" (spark ignition) เช่น SA SC SD SE SF SG SH SI SJ ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลใช้ อักษร "C" (compress ignition) เช่น CD CB ... CF4 บางครั้งเราอาจเห็นทั้ง "S" และ "C" มาด้วยกัน เช่น SG/CH4 หมายถึง น้ามันเครื่องนี้เหมาะสาหรับการใช้กับเครื่องยนต์เบนซิน แต่ก็สามารถใช้กับ เครื่องยนต์ดีเซลได้ในระยะสั้น หรือ CH4/SG ก็จะกลับกันกับกรณีข้างต้นคือเหมาะสาหรับการใช้กับ เครื่องยนต์ดีเซล แต่ก็สามารถใช้กับเครื่องยนต์เบนซินได้ในระยะสั้น
  69. 69. เลือกความหนืดที่เหมาะสม-ความต้องการข้อที่ 1 Select the right Viscosity grade -1st requirement
  70. 70. เลือกความหนืดที่เหมาะสม-ความต้องการข้อที่ 1 Select the right Viscosity grade -1st requirement
  71. 71. เลือกประสิทธิภาพของน้ามันหล่อลื่น-ความต้องการข้อที่ 2 Select the right oil performance –as 2nd requirement
  72. 72. ตารางแสดงคุณภาพของน้ามันเครื่อง
  73. 73. อ่านสเปคน้ามันหล่อลื่นจากภาชนะบรรจุ How to read oil can
  74. 74. ใช้สารหล่อลื่นเครื่องยนต์สังเคราะห์เพื่ออะไร Us Synthetic Engine Lubricant for
  75. 75. การตรวจสอบ และบารุงรักษา
  76. 76. การตรวจสอบสภาพเครื่องจักรกลภายนอกด้วยสายตา Visual External Machinery Inspection
  77. 77. ตรวจดูการปนเปื้อนของน้า เพียงแค่ใช้สายตาอย่างสม่าเสมอ Do regular Walk-Around Visual Inspect for water
  78. 78. ตัวอย่างการตรวจสอบระบบหล่อลื่นของ Lean Solution Pump
  79. 79. Inspect oil tubing system Inspect oil Level and color Inspect oil Filter Diff, Oil Pressure, Lube Oil Temp ตัวอย่างการตรวจสอบระบบหล่อลื่นของ Regeneration Gas Compressor
  80. 80. Running oil level on sight glass should be 3/4 ตัวอย่างการตรวจสอบระดับน้ามันของเครื่องจักรต่าง ๆ ในโรงงานเรา
  81. 81. Desiccant Air breather ประโยชน์ -กรองฝุ่นหรือ สิ่งสกปรกที่จะเข้าไปใน Gear box -ดูดซึมความชื้นจากภายนอกที่จะเข้าไปในระบบ -ระบาย รับ อากาศระหว่าง Gear box กับ ข้างนอก -ลดปัญหา Corrosion -ลดการเกิดปฏิกิริยา Oxidation -ยืดอายุของน้ามัน และ ฟิลเตอร์
  82. 82. Desiccant Air breather-ต่อ
  83. 83. การตรวจสอบโดยดูการเปลี่ยนสีของน้ามัน..ภาคสนาม Using Oil Color as a filed Test
  84. 84. ใช้สามัญสานึกอื่น ๆ ที่มีในการตรวจสอภาคสนาม Other Sensory Inspection
  85. 85. การตรวจ Blotter Spot filed Test :Blotter Spot
  86. 86. การตรวจสอบน้ามันเครื่องยนต์ Blotter Spot Blotter Spot For Engine oil Condition
  87. 87. การวิเคราะห์สารหล่อลื่น
  88. 88. การวิเคราะห์น้ามันหล่อลื่น Oil Analysis
  89. 89. Basic Oil Analysis  Emission Spec:21 wear, additive, and contaminant metals  Viscosity: cSt @ 40° C, 100° C, or both  Total Acid Number: mg/gm sample  Total Base Number: mg/gm sample  Karl Fischer Water Titration: Water in ppm  Direct Read Ferrography; DRS & DRL  Wear Particle Analysis: Microscopic Analysis  Particle Count Analysis: ISO Cleanliness Classification  FTIR: Oxidation, Nitration, Fuel, Glycol, Soot  Flash Point: Degrees F.  Color  ….other tests when required
  90. 90. องค์ประกอบแรก-การวิเคราะห์คุณสมบัติของสารหล่อลื่น 1St Category of Oil Analysis: Fluid Properties Analysis-Oil Condition
  91. 91. ควรเปลี่ยนน้ามันหล่อลื่นเมื่อไหร่ดี ? Question :When to Change the Oil
  92. 92. อุปกรณ์ที่ใช้เก็บตัวอย่าง Sampling Tool and Device
  93. 93. ปรับปรุงการเก็บตัวอย่างจากถังพักน้ามันหล่อลื่น Improvement of Reservoir Sampling
  94. 94. โลหะวิทยาของเครื่องยนต์ Metallurgy
  95. 95. โลหะวิทยาของแบริ่งกาบ Journal Bearing Metallurgy
  96. 96. การศึกษา การสึกหรอเรียงตามชั้นโลหะที่เคลือบของแบริ่งกาบ Case Study :Sequenced Wear of Crankcase Journal Bearing

×