Se ha denunciado esta presentación.
Utilizamos tu perfil de LinkedIn y tus datos de actividad para personalizar los anuncios y mostrarte publicidad más relevante. Puedes cambiar tus preferencias de publicidad en cualquier momento.

เอกสารแสดงวิสัยทัศน์และผลงาน

เอกสารแสดงวิสัยทัศน์และผลงาน

  1. 1. เอกสารแสดงวิสัยทัศน์และผลงาน ประกอบการพิจารณาคัดเลือกพนักงานส่วนตาบล ตาแหน่ง ผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตาบล ให้ดารงตาแหน่งผู้บริหารในระดับที่สูงขึ้น ตาแหน่ง หัวหน้าสานักปลัด (นักบริหารงานทั่วไป 7) องค์การบริหารส่วนตาบลบึงสามัคคี อาเภอบึงสามัคคี จังหวัดกาแพงเพชร --------------------------------------- ของ นายสรวิชญ์ กัณหเนตร ตาแหน่ง หัวหน้าสานักปลัด (นักบริหารงานทั่วไป 6) สังกัด องค์การบริหารส่วนตาบลบึงสามัคคี อาเภอบึงสามัคคี กาแพงเพชร ตอนที่1 วิสัยทัศน์ในการปฏิบัติงานในตาแหน่งที่จะขอรับการคัดเลือก 1. แนวคิดในการปฏิบัติงานในตาแหน่งนักบริหารงานทั่วไป ระดับ 7 นั ก บ ริ ห า ร ง า น ทั่ ว ไ ป ร ะ ดั บ 7 (หั ว ห น้ าส า นั ก ป ลั ด ) มีหน้าที่ความรับผิดชอบงานที่มีความยากและคุณภาพของงานสูงมาก ซึ ง เ ป็ น ต า แ ห น่ ง ที่ มี ห น้ า ที่ ความรับผิดชอบและคุณ ภาพ ของงานเทียบเท่าได้ระดับเดียวกัน รั บ ผิ ด ช อ บ ก า ร บ ริ ห า ร ง า น อ ง ค์ ก า ร บ ริ ห า ร ส่ ว น ต า บ ล โดยควบคุมการทางานผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาจานวนมากพ อสมควร แ ล ะ ป ฏิ บั ติ ห น้ า ที่ อื่ น ต า ม ที่ ไ ด้ รั บ ม อ บ ห ม า ย หัวหน้าสานักปลัดทาหน้าที่ที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถในด้านการบริห า ร แ ล ะ ด้ า น ก ฎ ห ม า ย พิ จ า ร ณ า ศึ ก ษ า วิ เค ร า ะ ห์ ท า ค ว า ม เห็ น เ ส น อ แ น ะ แ ล ะ บั ง คั บ บั ญ ช า สั่ ง ก า ร โ ด ย ค ว า ม เ ห็ น ช อ บ ข อ ง ผู้ บ ริ ห า ร ควบคุมการปฏิบัติหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างซึ่งเป็นอานาจ หน้าที่ขององค์การบริหารส่วนต าบ ล เช่น งาน บริหารงาน บุคค ล งานธุรการ งานการเงินและบัญชี งานนิติกร งานประชาสัมพันธ์ งาน น โยบ ายและ แผน งาน รัก ษาค วามสงบ เรียบ ร้อย งาน พั สดุ
  2. 2. งานระเบียบ และสัญญา งานรักษาความสะอาดและจัดระเบียบชุมชน งา น จั ด ป ร ะ ชุ ม ท า ร าย งา น แ ล ะ บั น ทึ ก เรื่ อ งเส น อ ที่ ป ร ะ ชุ ม งาน ติด ต่อกับบุคค ลและห น่วยงานต่างๆ งานข้อมูลสถิติ เป็น ต้น รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่อื่นที่กฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ คาสั่ง หนังสือสั่งการ ตลอดจนให้คาแนะนาปรึกษาในการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ระดับรองลงม า ต อ บ ปั ญ ห า ชี้ แ จ ง ต่ า ง ๆ เกี่ ย ว กั บ ง า น ใ น ห น้ า ที่ เ ข้ า ร่ ว ม ป ร ะ ชุ ม ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ต่ า ง ๆ ต า มที่ ไ ด้ รับ แ ต่ งตั้ งเข้ าร่ว มป ร ะ ชุ ม ใ น ก า ร ก าห น ด น โยบ า ย แล ะ ป ฏิ บั ติ ห น้ าที่ อื่น ที่ เกี่ย วข้ องใ น ฐาน ะ หั วห น้ าห น่ ว ยงา น น อ ก จ า ก ป ฏิ บั ติ ง า น ดั ง ก ล่ า ว ข้ า ง ต้ น แ ล้ ว ยั ง ท า ห น้ า ที่ ก า ห น ด น โ ย บ า ย ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น พิจารณาวางแผนอัตรากาลังเจ้าหน้าที่และงบประมาณของหน่วยงานที่รับ ผิดชอบ ติดต่อแก้ไขติดตามประเมินผล และแก้ไขปัญหาข้อเท็จจริง ในการปฏิบัติงานในหน่วยงานที่รับผิดชอบด้วย ด้วยบทบาทหน้าที่ที่มีความสาคัญยิ่งต่อองค์การบริหารส่วนตาบลดังกล่า วข้ างต้น หั วห น้ าส านั ก ป ลัด (นั ก บ ริห าร งาน ทั่ วไ ป ร ะ ดับ 7) จึ ง ต้ อ ง มี ค ว า ม รู้ ค ว า ม ส า ม า ร ถ วิสัยทัศน์และแน วคิด ใน ก าร ป ฏิบัติงาน ที่เห มาะสมกับ ต าแห น่ ง ข้าพเจ้าขอนาเสนอแนวคิดในการปฏิบัติงานมนตาแหน่งหัวหน้าสานักปลั ด ภ ายใ ต้ วิสัย ทั ศ น์ (VISION) “ท างาน เต็ ม ก าลัง มุ่งมั่ น สุ จ ริ ต ใช้ชีวิตพ อเพียง” ซึ่งต้องอาศัยห ลักปฏิบัติที่ดี มาใช้เป็นแน วท าง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังจะนาเสนอโดยสรุปดังนี้ 1. หลักธรรมตามแนวพุทธศาสนา คือ อิทธิบาท 4 1.1 ฉันทะ คือเพราะเหตุว่ารักสิ่งที่ทา จึงได้ทาสิ่งที่ทาอยู่ในขณะนี้ได้
  3. 3. 1.2 วิริยะ คือความพากเพียร ความพยายามไม่ย่อท้อ 1.3 จิตตะ คือความเอาใจจดจ่อในสิ่งที่ทา เพราะฉะนั้นเราจึงทาได้ 1.4 วิมังสา คือการทางานแล้วไม่ทิ้ง คอยตรวจสอบ ทบทวนไตร่ตรอง พิจารณา ถ้าผิดพลาด ก็เตรียมตัวแก้ไขในคราวต่อไป 2. ประพฤติตนตามแนวพระราชดาริ ในฐานะ ข้าฯในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความพอเพียง ความพอดี การรู้จักประมาณตน โดยยึดหลักตาม “หลักธรรม ตามรอย พระยุคลบาท 10 ประการ” ดังต่อไปนี้ ๑. ทางานอย่างผู้รู้จริง และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ "ปัญญาคือความรู้ ฉะนั้นสิ่งแรกที่เราสรุปมา ณ ที่นี้คือ ต้องเป็นผู้รู้จริงในการทางาน" ๒. ความอดทน มุ่งมั่น ยึดธรรมะและความถูกต้อง "ชีวิตเราเหมือนกันทุกคน ไม่มีชีวิตที่โรยด้วยกลีบกุหลาย ไม่มีกว่าจะรอดมาถึงขนาดนี้ บางครั้งถูกความกดดันบางครั้งถูกเกลียดชัง บางครั้งถูกอิจฉา บางครั้งถูกทาลาย บางครั้งมีอุปสรรถอย่างมโหฬาร ฉะนั้นความอดทน ต้องมี" "ถ้าคุณถูกต้อง ยึดความถูกต้องแล้ว คุณจะเผชิญหน้ากับใครก็ได้ทั้งสิ้น แต่ถ้าคุณมีแผลแม้แต่นิดเดียว คุณก็จะไม่กล้าหันหลังให้ใคร หน้าก็ไม่กล้าหัน กลัวคนเขาเห็นแผล" ๓. ความอ้อนน้อม ถ่อมต้น เรียบง่ายและประหยัด "ความเรียบง่าย เวลาทรงงานต่างๆ นั้น ทรงประทับกับพื้น ประทับพับเพียบ วิถีชิวิตไทย ที่สอนเรื่อง
  4. 4. ความเรียบง่าย พระองค์ท่านประสูติกาลต่างประเทศนะครับ โตต่างประเทศ ศึกษาต่างประเทศ แต่เหตุไฉนเสด็จกลับมาพระองค์ท่านเป็นไทยที่สุด" ๔. มุ่งประโยชน์คนส่วนใหญ่เป็นหลัก "...เคยเข้าไปขอพรพระราชทานพร บอกวันนี้วันเกิดพระพุทธเจ้าค่ะ ขอพระราชทานพร พระราชทานว่าอย่างไร ขอให้มีร่างกายที่แข็งแรง เพื่อสามารถทาประโยชน์ให้กับคนอื่นเขาได้ ขอให้มีความสุขจากการทางาน และขอให้ได้รับความสุขจากผลสาเร็จของงานนั้น..." ๕. รับฟังความเห็นของผู้อื่นเคารพความคิดที่แตกต่าง ".. ทรงเตือนอีกนะครับ นั่งปรึกษาหารือกัน ฟังเขาแสดงเหตุ แสดงผลออกมา แล้วเราแสดงเหตุแสดงผลออกไปแล้วดูสิ เหตุผลอันไหนจะยอมรับได้ถูกต้องมากกว่า และเมื่อตกลงกันแล้วก็เลิกเถียงกันต่อ ลงมือปฏิบัติเลย..." ๖. มีความตั้งใจจริง และขยันหมั่นเพียร "...พระเจ้าอยู่หัวเวลาทาอะไรทรงมุ่งมั่นมาก เรื่องความขยันไม่ต้องพูด ทรงงานไม่มีวันเสาร์ วันอาทิตย์ ไม่มีเวลากลางวัน กลางคืน..." "...จาไว้อย่างหนึ่งในฐานะข้าราชการ งานประชาชนรอไม่ได้ สวมวิญญาณ ลองสวมถ้าเราเป็นเขาบ้าง แล้วบอกพรุ่งนี้รอก็ได้ แต่เขากาลังจะตาย ณ วันนั้น ณ ชั่วโมงนั้น จะให้เขารอต่อได้อย่างไร เราต้องทาทันที..." ๗. มีความสุจริต และความกตัญญู "... ความสุจริตเป็นเรื่องที่ทรงแสดงให้เห็น ไม่ใช้เฉพาะความกตัญญู
  5. 5. เห็นได้ชัดกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้ทรงแสดงให้เห็นเลยความกตัญญู ความกตัญญูต่อแผ่นดิน ความกตัญญูต่อสิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ถ้าเป็นเรื่องของส่วนรวมนั้นเพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงแสดงใ ห้เราดูและทรงเตือนพวกเราด้วยให้ยึดสิ่งนี้ไว้ เพราะว่าเป็นเรื่องจาเป็น เป็นเรื่องที่มีความสาคัญ เป็นเรื่องที่มีคุณค่า..." ๘. พึ่งตนเอง ส่งเสริมคนดีและคนเก่ง "...พึ่งต้นเองก็คือ เศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียงนี้ พระเจ้าอยู่หัวบอกว่าคาที่สาคัญที่สุดในเรื่องราวที่มาอธิบายมานี้ คือคาว่า พอ ทุกคนต้องกาหนดเส้นความพอให้กับตนเองให้ได้และยึดเส้นนั้นไว้ เป็นมาตรฐานของตนเอง คาว่าพอนั้น ต้องดูตัวเอง ดูรายได้ของตัวเอง ดูขีดความสามารถของตัวเองและขีดเส้นนั้นให้เหมาะสมไม่ใช้เห็นเพื่อน เขามีอย่างนี้ฉันอย่างมีบ้าง..." ๙. รักประชาชน "...พระองค์ท่านตอบว่า คราวหลังถ้าเขาถามว่าฉันทาอาชีพอะไร ให้ตอบว่า ทาราชการ ผมเล่ามาตรงนี้เพื่อมาสู่พวกเรา ขณะที่พระองค์ท่านทาราชการ พวกเรานี่ทาอะไร รับราชการใช่หรือเปล่า รับจากพระองค์มาเพื่อทาต่อ พระองค์ท่านทรงรักประชาชน ทางานเพื่อประชาชน คนที่รับราชการถือว่ารับงานของราชะมาทาต่อ สิ่งแรกที่ต้องทาคือต้องรักประชาชน ทางานเพื่อประชาชน..." ๑0. การเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน " พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า รู้ไหมบ้านเมืองอยู่รอดมาได้ทุกวันนี้เพราะอะไร เพราะคนไทยเรายังให้กับอยู่ คาสั้นๆคาเดียว เรายังให้กันอยู่ คนในครอบครัวยังช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่ คนในชุมชนยังเอื้อกันอยู่ข้าราชการยังให้บริการแก่ประชาชนเวลาเกิด
  6. 6. ทุกข์ยากที่ไหน ทุกคนยังรวมตัวกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่ อันนี้เป็นสังคมที่หาไม่ได้ในโลก..." 3. หลักธรรมาภิบาล (GOOD GOVERNANCE) ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานร่วมสมัย อันจะละเลยข้อหนึ่ง ข้อใดไปมิได้ คือ 3.1 หลักนิติธรรม 3.2 หลักคุณธรรม 3.3 หลักความโปร่งใสตรวจสอบได้ 3.4 หลักความมีส่วนร่วม 3.5 หลักความรับผิดชอบ 3.6 หลักความคุ้มค่า 2. แนวทางพัฒนางานในหน้าที่ การบริหารราชการขององค์การบริหารส่วนตาบลต้องเป็นไปเพื่อป ระโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ มีประสิทธิภาพความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การลดภารกิจและยุบเลิกหน่วยงานที่ไม่จาเป็น การกระจายอานาจ การตัดสินใจ การอานวยความสะดวก และตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยมีแนวทางดังนี้ 1. การบริหารราชการที่มุ่งให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนโดยยึดประชา ชนเป็นศูนย์กลางเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน และก่อให้เกิดผลกระทบในทางที่ดีต่อการพัฒนาชีวิตของประชาชน การปฏิบัติราชการที่มุ่งเน้นถึงความต้องการและความพึงพอใจของประ ชาชนผู้รับบริการเป็นหลัก จึงต้อง
  7. 7. มีการสารวจความต้องการของประชาชน และความพึงพอใจของผู้รับบริการในหลากหลายวิธีและเป็นไปอย่างส ม่าเสมอ เพื่อนามาปรับปรุงการปฏิบัติราชการ 2. ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารราชการทุกขั้นตอน เป็นการสร้างความโปร่งใสในการบริหารราชการ รวมทั้งลดข้อขัดแย้งของฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายข้าราชการประจาหรือระ หว่างฝ่ายการเมือง กับฝ่ายข้าราชการประจา อีกทั้งสามารถตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจให้กับประชาช นด้วย 3. ต้องเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ โดยยึดการบริการแบบบูรณาการซึ่งมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น จากการปฏิบัติงานที่สอดคล้องเป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยการจัดทาคารับรองการปฏิบัติราชการไว้ล่วงหน้า ที่สามารถแสดงผลและวัดผลงานได้อย่างชัดเจน 4. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ โดยการดาเนินภารกิจของรัฐ โดยการดาเนินภารกิจของรัฐจะต้องมีการเปรียบเทียบต้นทุนค่าใช้จ่าย ที่ใช้ในการดาเนินงานทั้งภายในเทศบาลและระหว่างหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เป็นการดาเนินภารกิจในลักษณะเดียวกันเ พื่อดูผลลัพธ์ที่เกิดว่ามีความคุ้มค่ากับเงินลงทุนที่เกิดจากการนาภาษีของ ประชาชนไปใช้หรือไม่อย่างไร 5. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจาเป็น โดยลดขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติราชการลงจากที่เป็นอยู่เดิม มอบอานาจการตัดสินใจให้กับผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน จัดบริการให้ประชาชนสามารถรับบริการให้แล้วเสร็จในที่เดียวกัน (ONE STOP SERVICE) เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการที่สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
  8. 8. การมอบหมายงานและการมอบอานาจตัดสินใจ เป็นการลดความซ้าซ้อนในการปฏิบัติหน้าที่ทาให้สามารถติดตามงานไ ด้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ปฏิบัติหรือผู้รับมอบอานาจก็จะมีความชัดเจนในงานที่ปฏิบัติรวมทั้งสา มารถพัฒนาทักษะและประสิทธิภาพการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง และสามารถวัดประเมินผลการปฏิบัติงาน แต่ละคนได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น 6. การกาหนดระยะเวลาในการบริการประชาชนและประกาศให้ประชาชน ทราบ จะช่วยให้ประชาชนผู้มาขอรับบริการสาธารณะสามารถวางแผนหรือบริ หารเวลาของตนเองได้ 7. ปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อเหตุการณ์ โดยจะต้องมีการทบทวนและปรับปรุงกระบวนการขั้นตอนการทางานอยู่ เสมอ จัดลาดับความสาคัญและจาเป็นของงานหรือโครงสร้างที่จะทาให้สอดค ล้องกับแผนงาน งบประมาณและการปรับปรุงกฎหมายให้เหมาะสม 8. มีการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้หน่วยงานภายในได้มีการส อบทานการปฏิบัติงานอยู่เสมอ เป็นการลดความเสี่ยงและข้อผิดพลาดในการปฏิบัติราชการเพื่อประชา ชน 9. มีการประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างสม่าเสมอ โดยจะต้องสร้างระบบการควบคุมภายในดังที่นาเสนอมาและมีการตรวจ สอบ ติดตาม วัดผลการปฏิบัติงานอย่างสม่าเสมอในหลากหลายมิติ ซึ่งจะทาให้สามารถผลักดันการปฏิบัติงานของหน่วยงานให้บรรลุเป้าหม ายอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยให้การพิจารณาบาเหน็จ ความชอบและรางวัลเป็นไป
  9. 9. 3. แนวทางพัฒนาองค์การบริหารส่วนตาบลหากได้รับการคัดเลือก การพัฒนาองค์การบริหารส่วนตาบล เป็นการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและการปกครอง จาเป็นจะต้องมีการกาหนดนโยบายและมีแผนเป็นแนวทางในการปฏิบัติ งาน ตลอดจนการกาหนดกลยุทธ์ในการนานโยบายและแผนไปสู่การปฏิบัติง านให้ประสบผลสาเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และประหยัด รวมทั้งประชาชนมีความพึงพอใจ นักบริหารงานองค์การบริหารส่วนตาบลจะต้องมีแนวทางการพัฒนาอย่า งมีระบบ กล่าวคือ การวางแผนร่วมแบบภาคีหุ้นส่วนการบริหารมุ่งสัมฤทธิ์โดยยึดหลักแนว ทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ดังนี้ 1. การวางแผนร่วมแบบภาคี นักบริหารงานองค์การบริหารส่วนตาบลต้องถือว่าหัวใจสาคัญและต้องชี้ ให้เห็นความสาคัญของการวางแผน โดยเฉพาะแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตาบล ซึ่งเป็นส่วนตาบลที่ดีนั้น จะต้องมีการเตรียมการเพื่อการวางแผนดาเนินการตามกระบวนการจัด ทาแผนโดยประชาชนมีส่วนร่วมทุกภาคีหุ้นส่วนและทุกขั้นตอน เพื่อจะได้ผลผลิตคือแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตาบลที่ถูกต้องสมบูร ณ์สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการดาเนินการให้สาเร็จผลไปสู่เป้าหมาย ที่ต้องการ คือ วิสัยทัศน์ขององค์การบริหารส่วนตาบลได้อย่างมีประสิทธิภาพและประช าชนมีความพึงพอใจ 2. การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ เป็นวิธีการบริหารจัดการที่มุ่งเน้นผลการปฏิบัติงานเพื่อให้องค์กรบรรลุวั ตถุประสงค์และเป้าหมาย เป็นการปรับปรุงผลการดาเนินงานขององค์กร กรณีทุกคนต้องมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดการทางานที่มีประสิทธิผล มีความรับผิดชอบต่อประชาชนและยกระดับผลการปฏิบัติงานขององค์ก รให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการได้ดียิ่งขึ้น
  10. 10. โดยใช้การสร้างตัวชี้วัดผลการดาเนินงานที่เป็นรูปธรรมวัดผลการปฏิบั ติงานเทียบกับเป้าหมายที่กาหนด นักบริหารงานองค์การบริหารส่วนตาบลในฐานะผู้นาองค์กร การเสนอจัดทาแผนกลยุทธ์ก่อนที่จะพัฒนาระบบการบริหารมุ่งผลสัมฤท ธิ์ เพราะวิสัยทัศน์ พันธกิจและวัตถุประสงค์ขององค์กร ซึ่งกาหนดอยู่ในแผนกลยุทธ์จะเป็นกรอบของการกาหนดปัจจัยหลักแห่ง ความสาเร็จและตัวชี้วัดผลการดาเนินงานหลักและองค์กรสามารถใช้ระ บบนี้ตามความก้าวหน้าของการนากลยุทธ์ไปปฏิบัติด้วย ทั้งนี้หากองค์การบริหารส่วนตาบลมีการบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์จะสามารถ ผลิตงานที่มีคุณภาพมากกว่าเดิมโดยใช้งบประมาณน้อยลง เป็นการเพิ่มคุณค่าให้แก่ผลงานทั้งทางด้านประสิทธิผล ประสิทธิภาพ คุณภาพและความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ 3. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดารัสของพระบาทสมเด็ จพระเจ้าอยู่หัว ที่มุ่งเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลางและการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นขั้น ตอนสามารถนามาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติตนได้ทุกระดับ ซึ่งความพอเพียงประกอบด้วย 3 คุณลักษณะพร้อมๆกันดังนี้ 3.1 ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไป และไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเอง และผู้อื่น เช่นการผลิต และการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ 3.2 ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคานึงถึงผลที่คาดว่าจะเ กิดขึ้นจากการกระทานั้น ๆ อย่างรอบคอบ 3.3 การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ
  11. 11. ที่จะเกิดขึ้นโดยคานึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้ และไกล และเงื่อนไข การตัดสินใจและการดาเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับเพียงพอนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ 1. เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนาความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ 2. เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดาเนินชีวิต แนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการนาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ คือ การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมสิ่งแวดล้อม ความรู้ และเทคโนโลยี โดยหลักการแล้ว การกาหนดแนวทางการพัฒนาองค์การบริหารส่วนตาบลนอกเหนือจาก การที่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับสภาพทั่วไปขององค์การบริหารส่วนตาบล คือ ลักษณะที่ตั้ง สภาพแวดล้อม ภูมิประเทศ ประชากร และลักษณะโครงสร้างพื้นฐานขององค์การบริหารส่วนตาบล เช่น การคมนาคม การสื่อสาร การประปา ไฟฟ้า และอื่นๆแล้ว สิ่งจาเป็นที่ควรต้องรู้ คือรู้จักคน คือรู้ว่าใครเป็นผู้บังคับบัญชา ผู้ร่วมงานผู้ใต้บังคับบัญชาและประชาชนมีจิตใจ อุปนิสัย พฤติกรรม ปัญหาและความต้องการอย่างไร จะตอบสนองความต้องการอย่างไร และด้านเศรษฐกิจ สังคม สิงแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ฯลฯ รวมทั้งด้านการเมืองการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตาบลด้วยแ ละควรจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ขององค์การบริหารส่วนตาบล นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ยุทธศาสตร์การพัฒนาอาเภอ ยุทธศาสตร์การพัฒนาแบบบูรณาการ
  12. 12. ปัญหาความต้องการของประชาชน และศักยภาพองค์การบริหารส่วนตาบลอีกด้วย

×