Se ha denunciado esta presentación.
Utilizamos tu perfil de LinkedIn y tus datos de actividad para personalizar los anuncios y mostrarte publicidad más relevante. Puedes cambiar tus preferencias de publicidad en cualquier momento.

ดร.จักรพันธ์ โสมะเกษตริน

359 visualizaciones

Publicado el

การกำหนดโจทย์การวิจัยแบบบูรณาการที่สอดคล้องกับนโยบายการวิจัยของประเทศ ตามบริบทของชุมชน และงานตามภารกิจหลัก (ดร.เจษฎา ชาตรี & ดร.จักรพันธ์ โสมะเกษตริน)

Publicado en: Datos y análisis
  • Sé el primero en comentar

ดร.จักรพันธ์ โสมะเกษตริน

  1. 1. การกำาหนดโจทย์การวิจัยแบบบูรณาการที่ สอดคล้องกับนโยบายการวิจัยของประเทศ ตามบริบท ของชุมชน และงานตามภารกิจ หลัก ดร.จักรพันธ์ โสมะ เกษตริน
  2. 2. เริ่มที่ปัญหา - ปัญหาการวิจัยคือ สิ่งที่นักวิจัยยังไม่ ทราบ อยากทราบ กระหายใคร่รู้อยาก ทราบคำาตอบ และต้องการค้นหาคำาตอบ -  เป็นกระบวนการวิเคราะห์ความหมาย ของแนวคิดหรือความสัมพันธ์ของแนวคิด จากระดับที่เป็นนามธรรม ลงมาสู่ระดับที่  เป็น รูปธรรม  ในลักษณะที่สัมพันธ์ สอดคล้องซึ่งกันและกัน
  3. 3. -   เป็นปัญหาที่สำาคัญ มีประโยชน์ ทำาให้ เกิดความรู้ใหม่หรือใช้ปรับปรุงแก้ไขปัญหา ต่างๆ ได้ - เป็นปัญหาที่สามารถหาคำาตอบได้ด้วยวิธี  การวิจัย - เป็นปัญหาที่สามารถหาข้อมูลมาตรวจสอบ  สมมุติฐาน เพื่อหาข้อสรุป - เป็นปัญหาที่สามารถให้ค่านิยามปัญหา  ได้ - เป็นปัญหาที่สามารถวางแผนการดำาเนิน  งานตามขั้นตอนไว้ล่วงหน้าได้ - เป็นปัญหาที่สามารถใช้วิชาการ และขั้น
  4. 4. คำาถามและวัตถุประสงค์การ วิจัย คำาถามและวัตถุประสงค์การวิจัย สัมพันธ์ เกี่ยวข้องกัน คำาถามวิจัยหมายถึง ข้อความระบุสาระ ประเด็นการวิจัยที่ชัดเจน และจำาเพาะในรูปประโยคคำาถาม
  5. 5. การตั้งคำาถามการวิจัย - ควรเป็นคำาถามสั้นๆ ที่ตอบหาคำาตอบได้ ด้วยการวิจัย - ไม่เป็นคำาถามที่ใครๆก็รู้คำาตอบกันอยู่แล้ว ใช้สามัญสำานึกตอบก็ได้ - เป็นเรื่องที่ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะทำา ต้องการที่จะรู้คำาตอบ - คำาตอบที่ได้จะนำาไปใช้ประโยชน์อะไร
  6. 6. การกำาหนดหัวข้อวิจัย - เมื่อได้คำาถามการวิจัย และวัตถุประสงค์ การวิจัย แล้ว ลำาดับต่อไปคือ การตั้งชื่อ โครงการวิจัย หัวข้อวิจัย วิธีการคือ เลือกคำาถามที่โดด เด่นที่สุด ซับซ้อนที่สุด ยากที่สุด มาเป็น ชื่อเรื่อง หรือ อาจจะนำาวัตถุประสงค์ต่างๆ มาบูรณาการกันให้น่าสนใจ แล้วกำาหนด เป็นชื่อเรื่องวิจัย โดยใช้คำาสำาคัญ หลัง จากนั้น หากเป็นงานวิจัยในเชิงปริมาณ เริ่มระบุ นิยามศัพท์เพื่อการวิจัย เน้นที่คำา
  7. 7. ที่มา :http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~jaimorn/re4.htm
  8. 8. หลักการตั้งชื่อเรื่องการวิจัย - ชื่อเรื่องต้องบอกได้ว่าเป็นการศึกษา อะไร (what) กับใคร (who) หรือของ ใคร (for whom) และถ้าชื่อเรื่องมีสถาน ที่หรือเวลาเกี่ยวข้อง ต้องระบุสถานที่ (where) และเวลา (time) ด้วย - ชื่อเรื่องมักต้องขึ้นต้นด้วยนาม มากกว่าคำากริยาหรือคำาคุณศัพท์เช่น ขึ้นต้นคำาว่า การศึกษา การวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ เป็นต้น - ชื่อเรื่องต้องใช้ภาษาที่ง่าย กะทัดรัด
  9. 9. - ชื่อเรื่องไม่ควรมีคำาย่อ ต้องเขียนชื่อเรื่อง วิจัยด้วยคำาเต็มทั้งหมด เช่น ช.ม. ให้ “ ”เขียนว่า เชียงใหม่ ม.ช. ให้เขียนคำาว่า “ ”มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ - ชื่อเรื่องวิจัยที่เป็นภาษาไทย ควรเขียน ด้วยภาษาไทยทั้งหมด ยกเว้นคำาภาษา อังกฤษยังไม่มีคำาแปลหรือคำาเฉพาะ อาจ เขียนเป็นภาษาอังกฤษหรือเขียนทับศัพท์ ได้
  10. 10. การเขียนวัตถุประสงค์การ วิจัย - วัตถุประสงค์ของการวิจัย เป็นการระบุ กิจกรรมหรืองานที่ผู้วิจัยต้องทำา ในอันที่จะ ได้มาซึ่งคำาตอบในการวิจัย - วัตถุประสงค์การวิจัยเป็นเสมือนเข็มทิศ การดำาเนินการวิจัย ช่วยให้เราทราบว่า เราจะค้นหาคำาตอบอะไรจากข้อคำาถาม บ้าง การกำาหนด - วัตถุประสงค์การวิจัยก็เป็นการจำาแนก ประเด็นการวิจัย หรือตัวแปรออกมาให้ เห็นเป็นข้อย่อยที่ชัดเจน มีความเป็น วัตถุวิสัย และสามารถดำาเนินการวิจัยอย่าง
  11. 11. หลักการเขียนวัตถุประสงค์ - เป็นประโยคบอกเล่า มีความกะทัดรัดชัดเจนใช้ ภาษาที่ชัดเจน เข้าใจง่าย - ต้องมีความสอดคล้องกับหัวข้อการวิจัยและ ปัญหาการวิจัย อยู่ในกรอบหรือสอดคล้องกับโจทย์หรือหัวข้อ ปัญหาการวิจัย มีความเป็นไปได้จริงในแง่ของ การปฏิบัติ - ระบุจุดมุ่งเน้นที่ต้องการสืบค้นหาคำาตอบอย่าง เฉพาะเจาะจงและไม่มีสาระสำาคัญซำ้าซ้อนกัน
  12. 12. - มีการเรียงลำาดับจุดมุ่งเน้นของการศึกษาวิจัยตาม ความเกี่ยวข้องอย่างเป็นระดับลดหลั่นกัน - ใช้ถ้อยคำากล่าวพาดพิงถึงประเภท หรือรูปแบบ ของวิธีการศึกษาวิจัยที่ใช้ในการแสวงหาความรู้ ความจริง เช่น การพรรณนา การสำารวจ การ หาความสัมพันธ์ และการทดลอง เพื่ออธิบาย และ/หรือทำานายพฤติกรรมหรือปรากฏการณ์ที่ สนใจ
  13. 13. ข้อสำำคัญที่ใช้เขียน วัตถุประสงค์             ควรเขียนอยู่ในรูปประโยคบอกเล่ำ และ สำมำรถเขียนในรูปกำรเปรียบเทียบ เพื่อเน้น ควำมแตกต่ำง หรือเขียนในรูปของควำม สัมพันธ์  เพื่อศึกษำ /    เพื่อสำำรวจ /   เพื่อบรรยำย / เพื่อ  อธิบำย /   เพื่อเปรียบเทียบ / เพื่อวิเครำะห์  เพื่อสังเครำะห์ /   เพื่อศึกษำควำมสัมพันธ์ / เพื่อ  ประเมิน / เพื่อพัฒนำ
  14. 14. - วัตถุประสงค์สำมำรถเขียนรวมเป็น ข้อควำมเดียว หรืออำจแยกเป็นข้อๆ ก็ได้ ซึ่งถ้ำเขียนวัตถุประสงค์แยกออกเป็นข้อๆ วัตถุประสงค์แต่ละข้อจะระบุปัญหำที่ - ต้องกำรศึกษำเพียงประเด็นเดียวเท่ำนั้น จำำนวนข้อของวัตถุประสงค์จะมำกน้อย เพียงใดขึ้นอยู่กับขอบเขตของปัญหำที่จะ ทำำวิจัย โดยหลักกำรแล้วควรกำำหนด วัตถุประสงค์กำรวิจัยประมำณ 2 – 5  หัวข้อพอแล้วสำำหรับงำนวิจัยหนึ่งเรื่อง  
  15. 15. วิธีกำรเขียนและตัวอย่ำงในกำร เขียนวัตถุประสงค์   เขียนเป็นหัวข้อใหญ่ๆ       1. เพื่อศึกษำสภำพสังคมของผู้ติดเชื้อเอดส์ที่มีอำยุ อยู่ระหว่ำง18-24ปี 2. เพื่อเปรียบเทียบควำมแตกต่ำงของระดับควำม รุนแรงของกำรติดเชื้อเอดส์ ตำมระดับกำร ศึกษำ เพศและอำชีพ
  16. 16. เขียนเป็นหัวข้อใหญ่และระบุรำยละเอียดใน หัวข้อย่อย       1. เพื่อกำำหนดองค์ประกอบ ควำมสัมพันธ์ และ แนวทำงดำำเนินกำรในแต่ละองค์ประกอบของระบบ กำรพัฒนำให้องค์กรเกิดกำรประเมินแบบร่วมมือ รวมพลัง และระบบกำรประเมินกำรเรียนรู้ตำม แนวคิดกำรประเมินแบบร่วมมือรวมพลัง 1.1 เพื่อศึกษำองค์ประกอบ ควำมสัมพันธ์ และ แนวทำงดำำเนินกำรในแต่ละองค์ประกอบของระบบ กำรพัฒนำให้องค์กรเกิดกำรประเมินแบบร่วมมือ รวมพลัง 1.2 เพื่อศึกษำองค์ประกอบ ควำมสัมพันธ์ และ แนวทำงดำำเนินกำรในแต่ละองค์ประกอบของระบบ กำรประเมินกำรเรียนรู้ตำมแนวคิดกำรประเมินแบบ
  17. 17. 2. เพื่อทดลองใช้ระบบกำรพัฒนำให้องค์กรเกิด  กำรประเมินแบบร่วมมือรวมพลัง และระบบกำร ประเมินกำรเรียนรู้ตำมแนวคิดกำรประเมินแบบ   ร่วมมือรวมพลัง โดย 2.1 เพื่อนำำระบบกำรพัฒนำให้องค์กรเกิด กำรประเมินแบบร่วมมือรวมพลังที่พัฒนำขึ้นไป ทดลองใช้ในภำควิชำต่ำงๆ 2.2  เพื่อนำำระบบกำรประเมินกำรเรียนรู้ตำม แนวคิดกำรประเมินแบบร่วมมือรวมพลังที่พัฒนำ ขึ้นไปทดลองใช้ในภำควิชำต่ำงๆทั้งรำยวิชำ ภำคทฤษฎีและปฏิบัติ 2.3 เพื่อศึกษำผลที่เกิดขึ้นจำกกำรนำำระบบ  ในข้อ 2.1   และ 2.2 ไปใช้ได้แก่ ผลที่เกิดจำก
  18. 18.  เขียนแยกเป็นวัตถุประสงค์ทั่วไปกับวัตถุประสงค์ เฉพำะ เช่น วัตถุประสงค์ทั่วไปของกำรวิจัย          1.ศึกษำคุณภำพของแบบสอบที่ใช้ในกำรคัด เลือก และ ควำมเหมำะสมของรูปแบบในกำร สอบคัดเลือก วัตถุประสงค์เฉพำะของกำรวิจัย  1.1 ศึกษำคุณภำพของแบบสอบที่ใช้ในกำร สอบคัดเลือก โดยพิจำรณำควำมเที่ยงและควำม ตรงของแบบสอบ               1.2 ควำมเหมำะสมของรูปแบบในกำรสอบ คัดเลือก โดยพิจำรณำจำกควำมคิดเห็นของผู้มี
  19. 19. แบบมีส่วนร่วม บนฐาน ภูมิปัญญาและความหลากหลายทางชีวภาพ ของป่าโนนใหญ่ ตำาบลเสียว อำาเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัด ศรีสะเกษ วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาการใช้ประโยชน์และมูลค่าทางด้าน เศรษฐกิจจากป่าชุมชนโนนใหญ่ 2. เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อมูลค่าการใช้ ประโยชน์จากป่าชุมชนโนนใหญ่ทั้งเพื่อใช้ใน ครัวเรือนและการค้า 3. เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการป่าชุมชน แบบมีส่วนร่วม
  20. 20. จากเส้นใยพืช บนความหลากหลายทางชีวภาพของอ่าง เก็บนำ้าห้วยคล้า กรณีศึกษา นิคมสร้างตนเองห้วยคล้า จังหวัดศรีสะเกษวัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของ พันธุ์พืชเส้นใย บริเวณอ่างเก็บนำ้าห้วยคล้า 2. เพื่อศึกษาเทคนิคและกระบวนการต่าง ๆ ใน การผลิต เช่น การแปรรูปวัสดุ การขึ้นรูปด้วยวิธี การถัก ทอ สาน และกระดาษ 3. เพื่อทดสอบคุณสมบัติของเส้นใยพืชที่เหมาะ สมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ออกแบบและพัฒนา ผลิตภัณฑ์จากพืชเส้นใยร่วมสมัย
  21. 21. อาหารและสุขภาพ - การพัฒนาผลิตภัณฑ์ปลาร้า ภูมิปัญญาท้องถิ่น อีสานสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปเชิงพาณิชย์ - ตำาหรับอาหารจากความหลากหลายของไผ่ ใน ชุมชนบ้านทิพุเย ตำาบลชะเล อำาเภอ ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี - การเปลี่ยนแปลงคุณภาพทางกายภาพ และเคมี มังคุดตัดแต่งพร้อมบริโภค
  22. 22. งานวิจัยทางด้านเทคโนโลยี - การวิจัยการพัฒนารูปแบบการทำาอิฐผสมแกลบ สำาหรับสร้างบ้านราคาประหยัดในชุมชนชาวกะ เหลี่ยงชายแดนไทยและเมียนมาร์ - การออกแบบและสร้างอุปกรณ์จับยึดหมุนเพลา ในงานตัดด้วยแท่นตัดไฟเบอร์ - การพัฒนาแอพพริเคชั่นสื่อเสริมทักษะการเรียน รู้วิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 บน แท็บเล็ต - การพัฒนาเครื่องบิดเกลียวเหล็กเส้น
  23. 23. มนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ - การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมอา เซี่ยน ของนักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ - การจัดการความรู้ท้องถิ่น เรื่อง การผลิตผ้าฝ้าย ย้อมสีธรรมชาติหมักโคลน - บทบาทพระสงฆ์ในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรณีศึกษา ป่าต้นนำ้าลำาปะทาว จังหวัดชัยภูมิ

×