Se ha denunciado esta presentación.
Utilizamos tu perfil de LinkedIn y tus datos de actividad para personalizar los anuncios y mostrarte publicidad más relevante. Puedes cambiar tus preferencias de publicidad en cualquier momento.
คุณสมบัติบางประการของอะตอม
(Some Properties of Atoms)
นายวุฒิพงษ์ ทับกระโทก
นักปราชญ์ชาวกรีก
ดิโมคริตุส (Demokritos)
อะตอม มาจากภาษากรีกว่า"atomos" ซึ่งแปลว่า "แบ่งแยกอีกไม่ได้"
โครงสร้างของอะตอมตาม...
John Dalton (ค.ศ.1766-1844)
1. สารต่างๆ ประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็ก เรียกว่า อะตอม ซึ่งแบ่งแยกอีก
ไม่ได้ และสร้างขึ้นหรือทาให...
Joseph John Thomson (ค.ศ. 1856 – 1940)
การนาไฟฟ้ าของแก๊สในหลอดรังสีแคโทด
** ก๊าซนาไฟฟ้ าได้เมื่ออยู่ในสภาวะที่มีความดันต่...
ดัดแปลง
เพิ่มขั้วไฟฟ้ า
ZnS
(
+
)
(-)
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในหลอดรังสีแคโทด รังสีแคโทดเดินทางเป็นเส้นตรงจากขั้วแคโทดไปยังข...
ทอมสัน สรุปว่า “รังสีจากแคโทดประกอบด้วยอนุภาคที่มีประจุลบ”
เรียกว่า อิเล็กตรอน (e)
ทอมสันเปลี่ยนแก๊ส และเปลี่ยนโลหะ
คานวณห...
แบบจาลองอะตอมของทอมสัน
“อะตอม เป็นทรงกลม ประกอบด้วยอนุภาคโปรตอนที่มีประจุบวกและ
อิเล็กตรอนที่มีประจุลบ กระจายอยู่อย่างสม่า...
Robert Andrews Millikan (ค.ศ. 1868 – 1953)
โดยทดลองหยดน้ามัน
การหาประจุและมวลของอิเล็กตรอน
เครื่องพ่นหยดน้ามัน
มิลลิแกนคาน...
Ernest Rutherford (ค.ศ.1871-1937)
ร่วมกับเพื่อนร่วมงานชื่อ ฮันส์ ไกเกอร์ และ
นักศึกษาปริญญาตรีชื่อ เออร์เนส มาร์สเดน
ทดลอง...
สรุปผลการทดลอง
• ส่วนใหญ่จะเดินทางเป็นเส้นตรง แสดงว่าภายในอะตอมมีที่ว่างมาก
• ส่วนน้อยจะมีการเบี่ยงเบนทิศทาง แสดงเฉียดเข้า...
ทฤษฎีอะตอมของโบร์
นีลส์ โบร์ (Niels Bohr)
ได้เสนอทฤษฎีที่อธิบายสเปกตรัมแบบเส้นของอะตอมไฮโดรเจนได้สาเร็จ
ซึ่งสมมติฐานเกี่ยว...
3. อิเล็กตรอนที่อยู่ในระดับพลังงานหนึ่งๆ จะหมุนเป็นวงโคจรรอบนิวเคลียสคล้าย
ระบบสุริยจักรวาล
4. อิเล็กตรอนที่อยู่ในระดับพลั...
n เป็นเลขจานวนเต็ม เรียกว่า เลขควอนตัมหลัก (principal quantum number)
แบบจาลองอะตอมของโบร์ดังกล่าวยังสามารถใช้ได้ดีกับอะตอ...
“ อะตอมประกอบด้วยโปรตอนและนิวตรอน อยู่ภายในนิวเคลียส ส่วนอิเล็กตรอน
วิ่งอยู่รอบ ๆ นิวเคลียสเป็นชั้น ๆ ในแต่ละชั้นมีระดับพล...
ประโยชน์ที่เราสามารถนาไปประยุกต์ใช้ได้จากงานของโบร์
1. ธาตุทุกธาตุเมื่ออิเล็กตรอนถูกกระตุ้น จะเปล่งแสงออกมาได้เฉพาะตัว จึง...
จุดอ่อนทฤษฎีของโบร์และการค้นคว้าหาทฤษฎีใหม่
ทฤษฎีของโบร์ใช้อธิบายได้กับสเปกตรัมของอะตอมหรือ
ไอออนที่มีเพียง 1 อิเล็กตรอน เ...
คุณสมบัติบางประการของอะตอม
อะตอมมีความเสถียร
โดยพื้นฐานอะตอมทั้งหมดมีรูปแบบที่มีอยู่ในโลกของเราที่ดารงอยู่โดยไม่มีการเปลี่...
อะตอมอยู่ร่วมกันเป็ นระบบ
รูปที่ 40-2 แสดงตัวอย่างของคุณสมบัติซ้าของธาตุในการทางานของตาแหน่งในตารางธาตุ จากรูปเป็นพล็อต
พล...
องค์ประกอบที่จะจัดในตารางธาตุหกชั้นครบถ้วนแต่ละช่วงเวลา (และเป็นระยะเวลาที่ไม่
สมบูรณ์ที่เจ็ด) ยกเว้นสาหรับครั้งแรกที่จะเร...
อะตอมเปล่งแสงและดูดกลืนแสง
เราได้เห็นแล้วว่าอะตอมสามารถอยู่เฉพาะสถานะควอนตัมที่ไม่ต่อเนื่องในแต่ละสถานะมี
พลังงานบางอย่างท...
รูปที่. 40-3
อะตอมมีโมเมนตัมเชิงมุมและแม่เหล็ก
รูปที่ 40-3 แสดงให้เห็นว่าอนุภาคที่มีประจุลบไปในวงโคจรคงที่เป็นวงกลมรอบศูนย...
รูปที่. 40-3
รูปแบบของรูป 40-3 กาหนดอย่างเข้มงวดให้แบบปกติและไม่ต้องเป็นตัวแทน
ของอิเล็กตรอนในอะตอม ในฟิสิกส์ควอนตัมรูปแบบ...
การทดลองของ Einstein-de Haas
รูปที่. 40-4
ในปี 1915 ก่อนที่จะมีการค้นพบของฟิสิกส์ควอนตัม,
Albert Einstein และนักฟิสิกส์ชาว...
รูปที่. 40-4
แต่เมื่อกระแสเปิดอยู่ในขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้ า (รูป. 40-4b)
เพื่อให้ สนามแม่เหล็ก B ที่มีการตั้งค่าขนานไปตามแนวยา...
รูปที่. 40-4
ไม่มีแรงบิดภายนอกในขั้นต้นมากระทาในถัง ดังนั้นโมเมนตัม
เชิงมุมยังคงอยู่ที่ค่าเป็นศูนย์เริ่มต้น แต่เมื่อเปิดอย...
หากไม่มีเส้นใยทรงกระบอกจะยังคงหมุนตราบเท่าที่สนามแม่เหล็กที่มีอยู่ อย่างไรก็ตามการบิดของเส้นใย
ได้อย่างรวดเร็วผลิตแรงบิดที...
การนาความรู้เรื่องอะตอมไปใช้ประโยชน์
 ทราบสมบัติทางเคมีและสมบัติการเปล่งแสงของธาตุ
 เราสามารถศึกษาแกแล็กซี่(galaxy), ดวง...
Próxima SlideShare
Cargando en…5
×

คุณสมบัติบางประการของอะตอม

คุณสมบัติบางประการของอะตอม

  • Inicia sesión para ver los comentarios

คุณสมบัติบางประการของอะตอม

  1. 1. คุณสมบัติบางประการของอะตอม (Some Properties of Atoms) นายวุฒิพงษ์ ทับกระโทก
  2. 2. นักปราชญ์ชาวกรีก ดิโมคริตุส (Demokritos) อะตอม มาจากภาษากรีกว่า"atomos" ซึ่งแปลว่า "แบ่งแยกอีกไม่ได้" โครงสร้างของอะตอมตามแนวคิดของดีโมคริตุส
  3. 3. John Dalton (ค.ศ.1766-1844) 1. สารต่างๆ ประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็ก เรียกว่า อะตอม ซึ่งแบ่งแยกอีก ไม่ได้ และสร้างขึ้นหรือทาให้สูญหายไปไม่ได้ 2.อะตอมของธาตุชนิดเดียวกัน มีสมบัติเหมือนกันทุกประการทั้งกายภาพ และเคมี แต่จะแตกต่างจากอะตอม ของธาตุอื่น ๆ 3. สารประกอบเกิดจากการรวมตัวของอะตอมของธาตุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป และมีอัตราส่วนการรวมตัวเป็นตัวเลขอย่างง่าย และอะตอมของธาตุสอง ชนิดอาจรวมตัวกันด้วยอัตราส่วนต่างๆ กัน เกิดเป็นสารประกอบ ได้หลาย ชนิด เช่น CO2 , SO2, CH4,H2O2, C2H5OH “ อะตอมมีลักษณะเป็นทรงกลมตันที่มีขนาดเล็กที่สุดและ ไม่สามารถแบ่งแยกได้และไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่หรือทา ให้สูญหายไปได้ ” แบบจาลองอะตอมของดอลตัน
  4. 4. Joseph John Thomson (ค.ศ. 1856 – 1940) การนาไฟฟ้ าของแก๊สในหลอดรังสีแคโทด ** ก๊าซนาไฟฟ้ าได้เมื่ออยู่ในสภาวะที่มีความดันต่า และความต่างศักย์สูงมาก
  5. 5. ดัดแปลง เพิ่มขั้วไฟฟ้ า ZnS ( + ) (-) ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในหลอดรังสีแคโทด รังสีแคโทดเดินทางเป็นเส้นตรงจากขั้วแคโทดไปยังขั้วแอโนด รังสีแคโทดบี่ยงเบนเข้าหาขั้วบวกของสนามไฟฟ้า
  6. 6. ทอมสัน สรุปว่า “รังสีจากแคโทดประกอบด้วยอนุภาคที่มีประจุลบ” เรียกว่า อิเล็กตรอน (e) ทอมสันเปลี่ยนแก๊ส และเปลี่ยนโลหะ คานวณหาอัตราส่วนประจุต่อมวล(e/m) ได้เท่าเดิมทุกครั้ง ซึ่งเท่ากับ 1.76 x 108 คูลอมบ์/กรัม
  7. 7. แบบจาลองอะตอมของทอมสัน “อะตอม เป็นทรงกลม ประกอบด้วยอนุภาคโปรตอนที่มีประจุบวกและ อิเล็กตรอนที่มีประจุลบ กระจายอยู่อย่างสม่าเสมอ ในอะตอมที่เป็นกลางทาง ไฟฟ้าจะมีจานวนโปรตอนเท่ากับจานวนอิเล็กตรอน”
  8. 8. Robert Andrews Millikan (ค.ศ. 1868 – 1953) โดยทดลองหยดน้ามัน การหาประจุและมวลของอิเล็กตรอน เครื่องพ่นหยดน้ามัน มิลลิแกนคานวณหาค่าประจุอิเล็กตรอน(e) เท่ากับ1.6 x 10-19 คูลอมบ์ เสมอ แผ่นประจุบวก แผ่นประจุลบ
  9. 9. Ernest Rutherford (ค.ศ.1871-1937) ร่วมกับเพื่อนร่วมงานชื่อ ฮันส์ ไกเกอร์ และ นักศึกษาปริญญาตรีชื่อ เออร์เนส มาร์สเดน ทดลองยิงอนุภาคแอลฟาไปยังแผ่นทองคา การทดลอง ผลการทดลอง
  10. 10. สรุปผลการทดลอง • ส่วนใหญ่จะเดินทางเป็นเส้นตรง แสดงว่าภายในอะตอมมีที่ว่างมาก • ส่วนน้อยจะมีการเบี่ยงเบนทิศทาง แสดงเฉียดเข้าใกล้อนุภาคที่มีประจุบวก • นาน ๆ ครั้งจะมีการสะท้อนกลับอย่างแรงแสดงว่าภายในอะตอมมีอนุภาคที่ มีมวลและขนาดเล็ก แบบจาลองอะตอมของรัทเทอร์ฟอร์ด “อะตอม เป็ นทรงกลม ประกอบด้วยโปรตอนที่มีประจุ เป็ นบวก มีมวลมาก รวมกันอยู่ตรงกลาง เรียกว่า นิวเคลียส และนิวเคลียสมีขนาดเล็กมาก ส่วนอิเล็กตรอน ที่มีประจุเป็ นลบ มีมวลน้อย จะเคลื่อนที่อยู่รอบ ๆ นิวเคลียสเป็นบริเวณกว้าง” เมื่อทาการทดลองอีกชุดพบว่าค่าประจุของ โปรตอน เท่ากับ 1.6 x 10-19 คูลอมบ์ และมีมวลเท่ากับ 1.67 x 10-24 กรัม
  11. 11. ทฤษฎีอะตอมของโบร์ นีลส์ โบร์ (Niels Bohr) ได้เสนอทฤษฎีที่อธิบายสเปกตรัมแบบเส้นของอะตอมไฮโดรเจนได้สาเร็จ ซึ่งสมมติฐานเกี่ยวกับอะตอมไฮโดรเจนของโบร์อาจสรุปได้คือ 1. อิเล็กตรอนที่อยู่ในอะตอมใดๆ จะเคลื่อนที่ในตาแหน่งที่แน่นอนรอบนิวเคลียสเป็นวง โคจร ระยะระหว่างอิเล็กตรอนกับนิวเคลียสมีค่าคงที่ อะตอมไฮโดรเจน
  12. 12. 3. อิเล็กตรอนที่อยู่ในระดับพลังงานหนึ่งๆ จะหมุนเป็นวงโคจรรอบนิวเคลียสคล้าย ระบบสุริยจักรวาล 4. อิเล็กตรอนที่อยู่ในระดับพลังงานที่สูงกว่า จะอยู่ห่างจากนิวเคลียสมากกว่า อิเล็กตรอนที่มีระดับพลังงานต่า 2. อิเล็กตรอนที่อยู่ในตาแหน่งคงที่ จะไม่แผ่รังสีพลังงานแต่ถ้าอิเล็กตรอนเคลื่อนที่จาก ระดับพลังงานสูงมาสู่ตาแหน่งที่มีระดับพลังงานต่า จะแผ่รังสีพลังงานออกมา ซึ่งมีค่า เท่ากับผลต่างระหว่างระดับพลังงานทั้งสอง คือ
  13. 13. n เป็นเลขจานวนเต็ม เรียกว่า เลขควอนตัมหลัก (principal quantum number) แบบจาลองอะตอมของโบร์ดังกล่าวยังสามารถใช้ได้ดีกับอะตอมที่คล้ายกับ ไฮโดรเจน เช่น He+ ,Li2+ หรือ Be3+ เป็นต้น
  14. 14. “ อะตอมประกอบด้วยโปรตอนและนิวตรอน อยู่ภายในนิวเคลียส ส่วนอิเล็กตรอน วิ่งอยู่รอบ ๆ นิวเคลียสเป็นชั้น ๆ ในแต่ละชั้นมีระดับพลังงานเฉพาะค่าหนึ่ง ลักษณะ คล้ายวงโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ ซึ่งพลังงานระดับต่าสุดจะอยู่ใกล้ นิวเคลียสมากที่สุด และอิเล็กตรอนที่วงนอกสุดจะมีพลังงานมากที่สุด” แบบจาลองอะตอมของ นิลส์ โบร์
  15. 15. ประโยชน์ที่เราสามารถนาไปประยุกต์ใช้ได้จากงานของโบร์ 1. ธาตุทุกธาตุเมื่ออิเล็กตรอนถูกกระตุ้น จะเปล่งแสงออกมาได้เฉพาะตัว จึงมี ประโยชน์อย่างมากในงานเคมีวิเคราะห์ เพื่อระบุว่าตัวอย่าง (sample) นั้นมีอะตอม ของธาตุใดเป็นองค์ประกอบ 2.หลอดไฟ แสงจากหลอดไฟเกิดจากการระดมยิงอะตอมของธาตุเช่น ปรอท, โซเดียม ด้วยอิเล็กตรอน ดังสมการ Hg + พลังงาน -> Hg* Hg* -> Hg + แสงสีเขียวอมฟ้ า
  16. 16. จุดอ่อนทฤษฎีของโบร์และการค้นคว้าหาทฤษฎีใหม่ ทฤษฎีของโบร์ใช้อธิบายได้กับสเปกตรัมของอะตอมหรือ ไอออนที่มีเพียง 1 อิเล็กตรอน เช่น H, He+, Li+ แต่ใช้อธิบายสเปกตรัม ทั่วไปที่มีหลายอิเล็กตรอนไม่ได้ นอกจากนั้นตามทฤษฎีของโบร์จะ อธิบายโครงสร้างของอะตอมในระดับสองมิติเท่านั้น นักวิทยาศาสตร์ จึงค้นคว้าทดลองหาข้อมูลต่างๆ เพื่อใช้อธิบายโครงสร้างของอะตอม ให้ถูกต้องยิ่งขึ้น
  17. 17. คุณสมบัติบางประการของอะตอม อะตอมมีความเสถียร โดยพื้นฐานอะตอมทั้งหมดมีรูปแบบที่มีอยู่ในโลกของเราที่ดารงอยู่โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหลายพันล้านปี อะตอมมีการรวมกัน อะตอมรวมกันในรูปแบบโมเลกุลที่มีความเสถียรและรวมในรูปแบบของโครงสร้างของแข็ง
  18. 18. อะตอมอยู่ร่วมกันเป็ นระบบ รูปที่ 40-2 แสดงตัวอย่างของคุณสมบัติซ้าของธาตุในการทางานของตาแหน่งในตารางธาตุ จากรูปเป็นพล็อต พลังงานไอออไนเซชัน ขององค์ประกอบ; พลังงานที่จาเป็นในการปลดปล่อยมากที่สุด อิเล็กตรอนที่ถูกผูกไว้หลวม จากอะตอมที่เป็นกลางเป็นพล็อตเป็นหน้าที่ของที่ ตาแหน่งในตารางธาตุขององค์ประกอบที่อะตอม ความคล้ายคลึง กันที่โดดเด่นในคุณสมบัติทางเคมีและกายภาพขององค์ประกอบในแต่ละคอลัมน์แนวตั้งของตารางธาตุที่มีหลักฐาน พอที่จะทาให้อะตอมที่มีสร้างขึ้นตามกฎระเบียบอย่างเป็นระบบ รูปที่. 40-2
  19. 19. องค์ประกอบที่จะจัดในตารางธาตุหกชั้นครบถ้วนแต่ละช่วงเวลา (และเป็นระยะเวลาที่ไม่ สมบูรณ์ที่เจ็ด) ยกเว้นสาหรับครั้งแรกที่จะเริ่มต้นในแต่ละช่วงเวลา ที่ด้านซ้ายที่มีโลหะอัลคาไล ปฏิกิริยาสูง (ลิเธียม โซเดียมโพแทสเซียม และอื่น ๆ) และสุดท้ายทางขวาที่มีแก๊ส เฉื่อยทาปฏิกิริยาทางเคมี (นีออนอาร์กอนคริปทอน และอื่น ๆ ) ควอนตัมฟิสิกส์คิดเป็นสัดส่วน คุณสมบัติทางเคมีขององค์ประกอบเหล่านี้ ตัวเลขขององค์ประกอบในแต่ละช่วงมีหกช่วงคือ 2, 8, 8, 18, 18, และ 32. ควอนตัมฟิสิกส์คาดการณ์ตัวเลข เหล่านี้
  20. 20. อะตอมเปล่งแสงและดูดกลืนแสง เราได้เห็นแล้วว่าอะตอมสามารถอยู่เฉพาะสถานะควอนตัมที่ไม่ต่อเนื่องในแต่ละสถานะมี พลังงานบางอย่างที่ อะตอมสามารถทาให้การเปลี่ยนแปลงจากสถานะหนึ่งไปยังสถานะอื่นโดย การเปล่งแสง(เพื่อข้ามไปยังระดับพลังงานที่ต่ากว่า Elow) หรือโดยการดูดกลืนแสง (เพื่อข้ามไป ยังระดับพลังงานที่สูงกว่า Ehigh) ดังที่เรากล่าวถึงตั้งแต่แรกในส่วน 39-3, แสงถูกปล่อย ออกมาหรือถูกดูดกลืนเป็น โฟตอนที่มีพลังงาน hf = Ehigh - Elow (40-1) ดังนั้นปัญหาการหาความถี่ของแสงที่ปล่อยออกมาหรือถูกดูดกลืนโดยที่อะตอมจะช่วยลดปัญหา การหาพลังงานของสถานะควอนตัมของอะตอมนั้น. ควอนตัมฟิสิกส์ช่วยให้เราในหลักการที่น้อย ที่สุดในการคานวณพลังงานเหล่านี้
  21. 21. รูปที่. 40-3 อะตอมมีโมเมนตัมเชิงมุมและแม่เหล็ก รูปที่ 40-3 แสดงให้เห็นว่าอนุภาคที่มีประจุลบไปในวงโคจรคงที่เป็นวงกลมรอบศูนย์กลาง ดังที่เราได้กล่าวไว้ในส่วน 32-7, อนุภาคโคจรมีทั้งโมเมนตัมเชิงมุม L และ (เพราะเส้นทางของมันเทียบเท่ากับวงเล็ก ๆ ในปัจจุบัน) ต่อขั้วแม่เหล็ก µ รูป 40-3 แสดงเวกเตอร์ที่ L และ µ มีมีทั้งแนวตั้งฉากกับระนาบวงโคจร แต่เพราะประจุเป็นลบ ในชี้ทิศทางตรงข้าม
  22. 22. รูปที่. 40-3 รูปแบบของรูป 40-3 กาหนดอย่างเข้มงวดให้แบบปกติและไม่ต้องเป็นตัวแทน ของอิเล็กตรอนในอะตอม ในฟิสิกส์ควอนตัมรูปแบบวงโคจรชนิดแข็งได้รับแทนที่ ด้วยความน่าจะเป็นรูปแบบความหนาแน่นมองเห็นที่ดีที่สุดเป็นพล็อตจุด ใน ควอนตัมฟิสิกส์ แต่ก็ยังคงเป็นความจริงที่ว่าโดยทั่วไปแต่ละสถานะควอนตัมของ อิเล็กตรอนในอะตอมเกี่ยวข้องกับโมเมนตัมเชิงมุม L และเป็นช่วงเวลาที่ขั้วของ สนามแม่เหล็ก µ ที่มีทิศทางตรงข้าม (ปริมาณเวกเตอร์เหล่านั้นเป็นคู่) อะตอมมีโมเมนตัมเชิงมุมและแม่เหล็ก
  23. 23. การทดลองของ Einstein-de Haas รูปที่. 40-4 ในปี 1915 ก่อนที่จะมีการค้นพบของฟิสิกส์ควอนตัม, Albert Einstein และนักฟิสิกส์ชาวดัทช์ W. J. de Haas ดาเนินการออกแบบการทดลองมาเพื่อแสดงให้เห็นว่า โมเมนตัมเชิงมุมและโมเมนต์แม่เหล็กของอะตอมแต่ละคู่ Einstein และ de Haas ได้แขวนกระบอกเหล็กจาก เส้นใยบาง ๆ ที่แสดง ในรูป 40-4 โซเลนอยด์ถูกนามาวางรอบ ถัง แต่ไม่ได้สัมผัสกัน ในขั้นต้นในช่วงเวลาที่ขั้วแม่เหล็ก µ ของ อะตอมของจุดในถัง ทิศทางแบบสุ่มและเพื่อให้ผลกระทบ แม่เหล็กภายนอกของพวกเขาเสียหาย (รูป. 40-4a)
  24. 24. รูปที่. 40-4 แต่เมื่อกระแสเปิดอยู่ในขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้ า (รูป. 40-4b) เพื่อให้ สนามแม่เหล็ก B ที่มีการตั้งค่าขนานไปตามแนวยาว ของกระบอก ช่วงเวลาที่ขั้วแม่เหล็กของอะตอมของกระบอกสูบ ลิ่วตัวเองเป็นแถวด้วยสนามแม่เหล็ก หากโมเมนตัมเชิงมุม L ของแต่ละอะตอมคู่กับแม่เหล็ก ขณะที่ µ แล้วช่วงเวลาที่การ จัดตาแหน่งของแม่เหล็กอะตอมนี้จะต้องทาให้เกิดการ การจัด ตาแหน่งของอะตอมชั่วขณะที่มุมตรงข้ามสนามแม่เหล็ก การทดลองของ Einstein-de Haas
  25. 25. รูปที่. 40-4 ไม่มีแรงบิดภายนอกในขั้นต้นมากระทาในถัง ดังนั้นโมเมนตัม เชิงมุมยังคงอยู่ที่ค่าเป็นศูนย์เริ่มต้น แต่เมื่อเปิดอยู่และอะตอม เส้นเชิงมุม สักครู่เกิดแบบขนานทิศทางสวนกัน ขึ้นไป B มี แนวโน้มที่จะให้โมเมนตัมเชิงมุมสุทธิ L ในกระบอกโดยรวม (กากับลงในรูป. 40-4b) เพื่อรักษาโมเมนตัมเชิงมุมศูนย์ กระบอกจะเริ่มหมุนรอบแกนกลางในการเกิดโมเมนตัมเชิงมุม Lrotในทิศทางตรงกันข้าม (รูป. 40-4b) การทดลองของ Einstein-de Haas
  26. 26. หากไม่มีเส้นใยทรงกระบอกจะยังคงหมุนตราบเท่าที่สนามแม่เหล็กที่มีอยู่ อย่างไรก็ตามการบิดของเส้นใย ได้อย่างรวดเร็วผลิตแรงบิดที่หยุดชั่วขณะหมุนทรงกระบอกและจากนั้นหมุนกระบอกในตรงข้าม ทิศทางไม่มีการบิด หลังจากนั้นเส้นใยจะบิดและ ไม่บิด เป็นกระบอกสั่น เกี่ยวกับการวางแนวทางเบื้องต้น ในการเคลื่อนไหวแบบฮาร์มอนิคเชิงมุมง่าย การสังเกตของการหมุนของกระบอกว่าโมเมนตัมเชิงมุมและ ขณะที่ขั้วของสนามแม่เหล็กของอะตอมเป็น คู่ในทิศทางตรงข้าม นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงอย่างมากว่าการเคลื่อนที่เชิงมุมที่เกี่ยวข้องกับ สถานะ ควอนตัมของอะตอมจะส่งผลให้สามารถมองเห็นได้ในการหมุนของวัตถุที่มีในชีวิตประจาวัน การทดลองของ Einstein-de Haas
  27. 27. การนาความรู้เรื่องอะตอมไปใช้ประโยชน์  ทราบสมบัติทางเคมีและสมบัติการเปล่งแสงของธาตุ  เราสามารถศึกษาแกแล็กซี่(galaxy), ดวงดาวและดาวเคราะห์ต่าง ๆ โดยพิจารณาจาก การศึกษาสเปกตรัมที่ได้จากดวงดาว  พลังงานอะตอม จากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์

×